5 เทคนิคจัดการ "ความเครียด-วิตกกังวล" ทำจิตใจให้สงบ ฉบับสาวยุคใหม่!

5 เทคนิคจัดการ "ความเครียด-วิตกกังวล" ทำจิตใจให้สงบ ฉบับสาวยุคใหม่!

5 เทคนิคจัดการ "ความเครียด-วิตกกังวล" ทำจิตใจให้สงบ ฉบับสาวยุคใหม่!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Stress-Free Manual: 5 เทคนิคผ่อนคลายจิตใจที่ผู้หญิงยุคใหม่ต้องมีติดตัวไว้!

ในวันที่งานก็ล้น มือถือก็แจ้งเตือนไม่หยุด จนความเครียดเริ่มสะสมแบบไม่รู้ตัว สาวๆ หลายคนอาจสัมผัสได้ว่าร่างกายเริ่มประท้วง ทั้งนอนไม่หลับ ปวดบ่า หรือผิวพรรณดูไม่สดใส ถึงเวลาต้องหันกลับมาดูแลตัวเองด้วยเทคนิค "การตอบสนองเพื่อการผ่อนคลาย" (Relaxation Response) ที่จะช่วยคืนความสมดุลให้ทั้งกายและใจ นี่คือ 6 วิธีที่ส่งตรงจากผู้เชี่ยวชาญที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามสไตล์

5 เคล็ดลับผ่อนคลายจิต ลดความเครียด-วิตกกังวล

1. ฝึกใจให้นิ่งด้วยการโฟกัสลมหายใจ

พื้นฐานที่ทรงพลังและทำได้ทันทีในทุกสถานการณ์ คือการหายใจเข้าลึกๆ และช้าๆ โดยให้ลมหายใจลงไปถึงท้อง (Belly Breathing) พร้อมกับค่อยๆ สลัดความคิดที่วุ่นวายออกไป วิธีนี้เป็นอาวุธลับของสาวๆ ที่ต้องการลดความฟุ้งซ่าน หรือใครที่กำลังกังวลเรื่องการกิน (Eating Disorders) เพราะการจดจ่อที่ลมจะช่วยให้เรากลับมารักและใส่ใจร่างกายในแง่บวกมากขึ้น แต่สำหรับใครที่มีปัญหาทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอก่อนเริ่มฝึกนะคะ

2. สำรวจร่างกายให้พร้อม

ถ้าคุณรู้สึกปวดเมื่อยอย่างไร้สาเหตุ ลองใช้เทคนิค Body Scan ที่เป็นการรวมการหายใจลึกๆ เข้ากับการสังเกตกล้ามเนื้อทีละส่วน เริ่มตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าไปจนถึงศีรษะ เพื่อสำรวจว่ามีความเครียดไปแอบซ่อนอยู่ตรงไหนแล้วค่อยๆ สั่งให้กล้ามเนื้อตรงนั้นคลายตัวออก วิธีนี้ช่วยให้เราเชื่อมโยงความรู้สึกของจิตใจกับร่างกายได้ดียิ่งขึ้น แต่อาจต้องระวังสำหรับสาวๆ ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด หรือมีความกังวลเรื่องรูปร่างเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้จดจ่อกับจุดนั้นมากเกินไปจนไม่ผ่อนคลาย

3. จินตนาการถึงสิ่งที่อยากทำหรือสถานที่ที่ชอบ

ใช้พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นชายหาดที่เงียบสงบหรือป่าสนที่อากาศสดชื่น การนึกถึงภาพหรือประสบการณ์ที่ทำให้ใจฟูจะช่วยเปลี่ยนโหมดความเครียดให้เป็นพลังบวก ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันช่วยเปิดเสียงบรรยากาศให้เราทำตามได้ง่ายขึ้นมาก เป็นการเติมพลังใจที่ดี แต่อาจจะยากนิดนึงสำหรับคนที่หยุดคิดเรื่องต่างๆ ไม่ได้ หรือเป็นสายวิชาการที่จินตนาการภาพไม่เก่ง

4. กำหนดความคิดให้โฟกัสกับปัจจุบัน

เทคนิคสุดฮิตของสาวเก่งยุคนี้คือการนั่งในท่าที่สบายแล้วจดจ่ออยู่กับลมหายใจ "ตรงหน้า" เท่านั้น ไม่ต้องย้อนไปเสียดายอดีต หรือกังวลกับโปรเจกต์ในอนาคต การฝึกอยู่กับปัจจุบันแบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า และยังช่วยให้ความเจ็บปวดทางร่างกายบรรเทาลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

5. ทำโยคะหรือไทเก๊ก 

ศาสตร์โบราณที่ผสมผสานลมหายใจเข้ากับการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล ท่วงท่าที่ต่อเนื่องจะช่วยดึงใจเราออกจากเรื่องวุ่นๆ มาอยู่ที่การเคลื่อนไหวของร่างกายแทน นอกจากความเครียดจะหายไปแล้ว คุณยังได้ของแถมเป็นรูปร่างที่เฟิร์มขึ้น ความยืดหยุ่น และการทรงตัวที่ดีเยี่ยม แต่ถ้าใครไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนหรือมีปัญหาสุขภาพ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกท่าที่เหมาะสมนะคะ

คำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ:

  • ลองหลายๆ วิธี: ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่วิธีเดียว ให้ทดลองทำหลายแบบเพื่อดูว่าวิธีไหนเหมาะกับเราที่สุด
  • เวลาที่แนะนำ: ควรฝึกอย่างน้อย 20 นาทีต่อวัน (แต่แม้เพียงไม่กี่นาทีก็เริ่มเห็นผลได้)
  • ความสม่ำเสมอ: ยิ่งฝึกบ่อยและนานขึ้นเท่าไหร่ ผลประโยชน์ที่จะได้รับและการลดความเครียดก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การดูแลใจในยุคที่เต็มไปด้วยเรื่องเร่งรีบไม่ได้แปลว่าต้องละทิ้งภาระหน้าที่เสมอไป แต่คือการรู้จัก "หยุด" เพื่อรีเซ็ตระบบภายในร่างกายด้วยเทคนิคที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการหายใจที่เรียบง่ายหรือการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล การสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อวันมาสร้างพื้นที่แห่งความสงบ จะช่วยให้คุณกลายเป็นผู้หญิงที่ดูดีจากข้างใน มีพลังรับมือกับความท้าทายได้อย่างสง่างาม และมีสุขภาพจิตที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. Harvard Health
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล