ยิ่งขัดยิ่งคล้ำ? 5 ความเชื่อผิดๆ เรื่อง "ขี้ไคล" ที่คนไทยเข้าใจผิดมาตลอดชีวิต

ขี้ไคล คือสิ่งที่อยู่คู่กับผิวหนังเรามาตลอด แต่เชื่อไหมว่าหลายคนยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่ามันคือ "ความสกปรก" เพียงอย่างเดียว จริงๆ แล้วในทางวิทยาศาสตร์ ขี้ไคลคือส่วนผสมของเซลล์ผิวหนังชั้นกำพร้าที่ตายแล้ว ผสมรวมกับน้ำมัน (Sebum) และเหงื่อไคลที่ร่างกายขับออกมาในแต่ละวัน
หากปล่อยให้สะสมนานเกินไป นอกจากจะทำให้ผิวดูหมองคล้ำแล้ว ยังเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นกายและการอุดตันของรูขุมขนอีกด้วย แต่การโหมขัดผิวแรงๆ เพื่อหวังให้ผิวขาวใสกลับเป็นดาบสองคมที่ทำให้ปราการผิวพังทลายลงได้ง่ายๆ
ขี้ไคลมาจากไหน? ทำไมอาบน้ำทุกวันก็ยังมี
กลไกการเกิดขี้ไคลเป็นกระบวนการธรรมชาติที่เรียกว่า Desquamation หรือ การผลัดเซลล์ผิว โดยปกติผิวคนเราจะผลัดใหม่ทุกๆ 28 วัน แต่ปัจจัยอย่างมลภาวะในอากาศ ที่เข้มข้นขึ้น หรือการใช้ชีวิตในห้องแอร์ที่ทำให้ผิวแห้งกร้าน จะทำให้เซลล์ที่ตายแล้วไม่ยอมหลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติ และกลายเป็นชั้นขี้ไคลที่หนาตัวขึ้น
ยิ่งขัดยิ่งคล้ำ? 5 ความเชื่อผิดๆ เรื่อง "ขี้ไคล" ที่คนไทยเข้าใจผิดมาตลอดชีวิต
หลายคนเข้าใจว่าการมีผิวสะอาดคือการต้องขัดถูจน "ขี้ไคล" หลุดออกมาเป็นปั้นๆ ยิ่งออกมาเยอะยิ่งสะใจ ยิ่งรู้สึกว่าสะอาด แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนี้แหละคือตัวการที่ทำให้ผิวคุณ "ยิ่งขัดยิ่งดำ" และดูแก่ก่อนวัยโดยไม่รู้ตัว
มาเช็กกันหน่อยว่า ความเชื่อเรื่องการดูแลผิวที่คุณทำอยู่ทุกวัน เป็นการดูแลหรือเป็นการทำลายผิวกันแน่?
1. ยิ่งขัดแรง ผิวจะยิ่งขาวใส?
ความเชื่อ: ยิ่งออกแรงขัด ขี้ไคลยิ่งหลุด ผิวจะยิ่งขาวขึ้นทันตาเห็น
ความจริง: ผิวหนังคนเรามีปราการธรรมชาติที่เรียกว่า Skin Barrier การขัดถูที่รุนแรงเกินไปจะทำให้ผิวเกิดการอักเสบระดับไมโคร (Micro-inflammation) เมื่อผิวอักเสบ ร่างกายจะสั่งให้ผลิตเม็ดสี "เมลานิน" ออกมาปกป้องผิวมากขึ้น ผลที่ตามมาคือผิวจะดูหมองคล้ำและกร้านกว่าเดิม
2. ขี้ไคลคือ "ความสกปรก" ต้องกำจัดให้หมดเกลี้ยง
ความเชื่อ: ขี้ไคลคือเศษดินโคลนและเหงื่อที่หมักหมม ต้องขัดออกทุกวัน
ความจริง: ขี้ไคลส่วนใหญ่คือ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการช่วยป้องกันน้ำออกจากผิวและป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การขัดออกจนเกลี้ยงเกลาเกินไปจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้น ผิวจะแห้ง ลอก และคันง่าย
3. หินขัดผิวคือไอเทมที่ดีที่สุด
ความเชื่อ: หินขัดคือภูมิปัญญาไทยที่ขัดขี้ไคลได้ดีที่สุด
ความจริง: หินมีความสากและคมเกินไปสำหรับผิวในยุคปัจจุบันที่เราต้องเจอมลภาวะสะสม ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ Chemical Exfoliants เช่น AHA หรือ PHA แทน เพราะมันช่วยสลายกาวที่ยึดเซลล์ผิวตายแล้วให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน โดยไม่สร้างรอยแผลเล็กๆ บนชั้นผิว
4. ยิ่งใช้สบู่ยา/สบู่ฆ่าเชื้อ ขี้ไคลยิ่งออกดี
ความเชื่อ: สบู่ที่ทำความสะอาดแรงๆ จะช่วยล้างขี้ไคลได้ดีกว่า
ความจริง: สบู่ที่มีค่า pH สูงเกินไปจะไปทำลายน้ำมันตามธรรมชาติ ทำให้เซลล์ผิวเกาะกันแน่นขึ้นจนผลัดตัวไม่ออก กลายเป็น "ขี้ไคลสะสม" ที่หนากว่าเดิม การใช้สบู่สูตรอ่อนโยนที่มีค่า pH 5.5 จะช่วยให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวธรรมชาติทำงานได้ดีที่สุด
5. อาบน้ำอุ่นจัดๆ ช่วยละลายขี้ไคล
ความเชื่อ: น้ำร้อนจะช่วยให้ขี้ไคลนิ่มและหลุดง่าย
ความจริง: น้ำที่ร้อนเกินไปจะชะล้างไขมันที่จำเป็นต่อผิวออกไปหมด ทำให้ผิว "ช็อก" และเร่งสร้างเซลล์ผิวชั้นนอกมาทดแทนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวหนาตัวและดูหมองเหมือนคนมีขี้ไคลตลอดเวลา
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


