5 ช่วงเวลาทองคำสำหรับ "ดื่มน้ำ" ช่วยลดน้ำหนัก-เสริมสุขภาพดี ทำตามได้ง่ายๆ!

5 ช่วงเวลาทองคำสำหรับ "ดื่มน้ำ" ช่วยลดน้ำหนัก-เสริมสุขภาพดี ทำตามได้ง่ายๆ!

5 ช่วงเวลาทองคำสำหรับ "ดื่มน้ำ" ช่วยลดน้ำหนัก-เสริมสุขภาพดี ทำตามได้ง่ายๆ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนอาจไม่ได้เริ่มจากสิ่งที่ยากเสมอไป "น้ำเปล่า" คือกุญแจสำคัญที่หลายคนมองข้าม นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อดีตอธิบดีกรมอนามัย ระบุว่าการดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน (หรือประมาณ 2 ลิตร) ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายสมดุล แต่ยังเป็นตัวช่วยเผาผลาญไขมันชั้นยอด

เปิดตารางช่วงเวลาดื่มน้ำ ลดน้ำหนักได้ดีที่สุด เพื่อหุ่นสวยและสุขภาพดี

การดื่มน้ำ ลดน้ำหนักให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การดื่มทีละเยอะๆ แต่คือการ "ดื่มให้ถูกจังหวะ" เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ตลอดทั้งวัน ลองทำตามลำดับนี้ดูครับ

1. ช่วงตื่นนอน (06.00 – 07.00 น.)

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยน้ำ 1 แก้วทันทีหลังตื่นนอนครับ ช่วงนี้สำคัญมากเพราะร่างกายเราขาดน้ำมาทั้งคืน น้ำแก้วนี้จะเข้าไปช่วยลดความหนืดของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และที่สำคัญคือช่วย "ปลุกลำไส้" ให้พร้อมขับถ่ายของเสียในตอนเช้า

2. ช่วงก่อนมื้อเช้า (08.00 – 09.00 น.)

ก่อนทานข้าวเช้าประมาณ 15-20 นาที ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อเตรียมระบบย่อยอาหาร แต่ ข้อควรระวัง คืออย่าดื่มน้ำตามทันทีหลังทานข้าวเสร็จ (จิบแค่ครึ่งแก้วพอ) เพราะน้ำจะไปเจือจางน้ำย่อยทำให้ท้องอืดและย่อยอาหารได้ไม่เต็มที่ครับ

3. ช่วงระหว่างทำงาน (09.00 – 13.00 น.)

ช่วงนี้ให้วางขวดน้ำไว้ข้างตัวเลยครับ ค่อยๆ จิบไปเรื่อยๆ ให้ได้ประมาณ 2-3 แก้ว การจิบน้ำระหว่างวันจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดความล้าจากการทำงาน และช่วยให้กระบวนการขับของเสียออกจากเซลล์ทำงานได้ต่อเนื่อง

4. ช่วงบ่ายคลายร้อน (13.00 – 17.00 น.)

ช่วงนี้มักจะเป็นช่วงที่ผิวเริ่มแห้งหรือร่างกายเริ่มล้า ให้ดื่มน้ำอีกประมาณ 2-3 แก้วครับ น้ำจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณจากข้างใน และช่วยดับกระหาย ลดความอยากกินน้ำหวานหรือขนมจุบจิบในช่วงบ่ายได้ดีมาก

5. ช่วงเย็นและก่อนเข้านอน (18.00 – 22.00 น.)

แบ่งน้ำ 2-3 แก้วสุดท้าย ดื่มก่อนและหลังมื้อเย็น และเหลือส่วนหนึ่งไว้จิบก่อนนอนเล็กน้อย เพื่อช่วยชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ และป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำขณะที่คุณหลับยาว 6-8 ชั่วโมง

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

การลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือ "การลดไขมัน ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ" ดังนั้นนอกจากเทคนิคการดื่มน้ำแล้ว ควรทำควบคู่ไปกับ:

  1. เลี่ยง 3 "ของ" อันตราย: ของหวาน, ของมัน และของทอด
  2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: และน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูง
  3. ดูแลองค์รวม: พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ทำไมน้ำเปล่าถึงช่วยลดน้ำหนักได้?

  • กระตุ้นการเผาผลาญ: เมื่อดื่มน้ำ อุณหภูมิในร่างกายจะลดลง ร่างกายจึงต้องเร่งเผาผลาญพลังงานเพื่อให้เกิดความร้อนที่สมดุล ส่งผลให้ไขมันส่วนเกินถูกนำไปใช้มากขึ้น
  • ลดความอยากอาหาร: การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น และลดโอกาสการหิวจุกจิกหรือการสั่งน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูง
  • ชะลอความแก่: น้ำที่เพียงพอจะช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ดูอ่อนเยาว์ และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย

การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนเริ่มต้นง่ายๆ แค่ "ดื่มน้ำให้ถูกจังหวะ" เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญและคุมความหิวตลอดวัน แต่อย่าลืมว่าน้ำเปล่าคือตัวช่วยเสริม สิ่งสำคัญคือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และขยับร่างกายควบคู่ไปด้วย เพียงเท่านี้หุ่นดีและสุขภาพที่แข็งแรงก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ

อ่านเพิ่มเติม:

ขอบคุณข้อมูลจาก 

  1. นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย
  2. กรมอนามัย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล