5 ช่วงเวลาทองคำสำหรับ "ดื่มน้ำ" ช่วยลดน้ำหนัก-เสริมสุขภาพดี ทำตามได้ง่ายๆ!

การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนอาจไม่ได้เริ่มจากสิ่งที่ยากเสมอไป "น้ำเปล่า" คือกุญแจสำคัญที่หลายคนมองข้าม นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อดีตอธิบดีกรมอนามัย ระบุว่าการดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน (หรือประมาณ 2 ลิตร) ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายสมดุล แต่ยังเป็นตัวช่วยเผาผลาญไขมันชั้นยอด
เปิดตารางช่วงเวลาดื่มน้ำ ลดน้ำหนักได้ดีที่สุด เพื่อหุ่นสวยและสุขภาพดี
การดื่มน้ำ ลดน้ำหนักให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การดื่มทีละเยอะๆ แต่คือการ "ดื่มให้ถูกจังหวะ" เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ตลอดทั้งวัน ลองทำตามลำดับนี้ดูครับ
1. ช่วงตื่นนอน (06.00 – 07.00 น.)
เริ่มต้นวันใหม่ด้วยน้ำ 1 แก้วทันทีหลังตื่นนอนครับ ช่วงนี้สำคัญมากเพราะร่างกายเราขาดน้ำมาทั้งคืน น้ำแก้วนี้จะเข้าไปช่วยลดความหนืดของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และที่สำคัญคือช่วย "ปลุกลำไส้" ให้พร้อมขับถ่ายของเสียในตอนเช้า
2. ช่วงก่อนมื้อเช้า (08.00 – 09.00 น.)
ก่อนทานข้าวเช้าประมาณ 15-20 นาที ให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อเตรียมระบบย่อยอาหาร แต่ ข้อควรระวัง คืออย่าดื่มน้ำตามทันทีหลังทานข้าวเสร็จ (จิบแค่ครึ่งแก้วพอ) เพราะน้ำจะไปเจือจางน้ำย่อยทำให้ท้องอืดและย่อยอาหารได้ไม่เต็มที่ครับ
3. ช่วงระหว่างทำงาน (09.00 – 13.00 น.)
ช่วงนี้ให้วางขวดน้ำไว้ข้างตัวเลยครับ ค่อยๆ จิบไปเรื่อยๆ ให้ได้ประมาณ 2-3 แก้ว การจิบน้ำระหว่างวันจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดความล้าจากการทำงาน และช่วยให้กระบวนการขับของเสียออกจากเซลล์ทำงานได้ต่อเนื่อง
4. ช่วงบ่ายคลายร้อน (13.00 – 17.00 น.)
ช่วงนี้มักจะเป็นช่วงที่ผิวเริ่มแห้งหรือร่างกายเริ่มล้า ให้ดื่มน้ำอีกประมาณ 2-3 แก้วครับ น้ำจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณจากข้างใน และช่วยดับกระหาย ลดความอยากกินน้ำหวานหรือขนมจุบจิบในช่วงบ่ายได้ดีมาก
5. ช่วงเย็นและก่อนเข้านอน (18.00 – 22.00 น.)
แบ่งน้ำ 2-3 แก้วสุดท้าย ดื่มก่อนและหลังมื้อเย็น และเหลือส่วนหนึ่งไว้จิบก่อนนอนเล็กน้อย เพื่อช่วยชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ และป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำขณะที่คุณหลับยาว 6-8 ชั่วโมง
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน
การลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือ "การลดไขมัน ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ" ดังนั้นนอกจากเทคนิคการดื่มน้ำแล้ว ควรทำควบคู่ไปกับ:
- เลี่ยง 3 "ของ" อันตราย: ของหวาน, ของมัน และของทอด
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: และน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูง
- ดูแลองค์รวม: พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ทำไมน้ำเปล่าถึงช่วยลดน้ำหนักได้?
- กระตุ้นการเผาผลาญ: เมื่อดื่มน้ำ อุณหภูมิในร่างกายจะลดลง ร่างกายจึงต้องเร่งเผาผลาญพลังงานเพื่อให้เกิดความร้อนที่สมดุล ส่งผลให้ไขมันส่วนเกินถูกนำไปใช้มากขึ้น
- ลดความอยากอาหาร: การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น และลดโอกาสการหิวจุกจิกหรือการสั่งน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูง
- ชะลอความแก่: น้ำที่เพียงพอจะช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ดูอ่อนเยาว์ และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนเริ่มต้นง่ายๆ แค่ "ดื่มน้ำให้ถูกจังหวะ" เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญและคุมความหิวตลอดวัน แต่อย่าลืมว่าน้ำเปล่าคือตัวช่วยเสริม สิ่งสำคัญคือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และขยับร่างกายควบคู่ไปด้วย เพียงเท่านี้หุ่นดีและสุขภาพที่แข็งแรงก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ
อ่านเพิ่มเติม:
- 6 เทคนิคดื่มน้ำฉบับคนกินน้ำน้อย พร้อมวิธีคำนวณปริมาณที่ร่างกายต้องการจริง
- 6 ทริกงดน้ำหวาน-ชานมด้วยเคล็ดลับจิตวิทยา ปรับร่างกายแบบไม่ทรมาน!
ขอบคุณข้อมูลจาก
- นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย
- กรมอนามัย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
