วิธีล้าง "ปู" ให้สะอาดแบบไม่มีกลิ่นคาวกลิ่นโคลน นึ่งแล้วเนื้อหวานสดใหม่
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/53/266901/crab.jpgวิธีล้าง "ปู" ให้สะอาดแบบไม่มีกลิ่นคาวกลิ่นโคลน นึ่งแล้วเนื้อหวานสดใหม่

วิธีล้าง "ปู" ให้สะอาดแบบไม่มีกลิ่นคาวกลิ่นโคลน นึ่งแล้วเนื้อหวานสดใหม่

แชร์เรื่องนี้

เปิดสูตรลับร้านดัง! วิธีล้าง "ปู" ให้สะอาดหมดจด เนื้อหวานเด้ง ไร้กลิ่นโคลนกวนใจ

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมปูนึ่งตามร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดัง ถึงมีเนื้อที่หวานฉ่ำ สดเด้ง และที่สำคัญคือ "ไม่มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นโคลน" เลยแม้แต่นิดเดียว? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความสดของปูเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "เทคนิคการล้าง" ที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด วันนี้เราจะพาไปเปิดเผยขั้นตอนการเตรียมปูระดับมืออาชีพ ที่จะเปลี่ยนปูธรรมดาให้กลายเป็นเมนูภัตตาคาร รับรองว่าทำตามนี้ ปูของคุณจะอร่อยขึ้นจนผิดหูผิดตาแน่นอน

กฎข้อแรก: "น้ำไหลผ่าน" เท่านั้น ห้ามแช่น้ำเด็ดขาด!

หัวใจสำคัญจุดแรกที่หลายคนตกม้าตาย คือการนำปูไปแช่ในกะละมังน้ำเพื่อนล้างสิ่งสกปรก ซึ่งวิธีนั้นจะทำให้ปูอมเชื้อโรคและกลิ่นคาวเดิมกลับเข้าไป วิธีที่ถูกต้องตามแบบฉบับร้านดังคือ ต้องเปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านตัวปูตลอดเวลา เพื่อชะล้างคราบดินและเมือกให้ไหลทิ้งไปทันที ห้ามนำปูลงไปแช่ขังไว้ในน้ำนิ่งๆ โดยเด็ดขาด

เจาะลึกขั้นตอนการ เคลียร์จุดกำเนิดกลิ่นเหม็น

เมื่อล้างน้ำผ่านๆ แล้ว ให้แกะกระดองปูออกจากตัว แล้วจัดการส่วนประกอบภายใน ดังนี้ครับ:

  1. ใช้ส้อมเคลียร์ขี้ปู: บริเวณตรงกลางตัวปูมักจะมีถุงกระเพาะอาหารหรือ "ขี้ปู" สะสมอยู่ ให้ใช้ส้อมเกี่ยวและดึงออกมาทิ้งให้หมด เพราะส่วนนี้ทานไม่ได้และสกปรก

  2. คัดเฉพาะมันปูสีทอง: สังเกตดูที่มันปู หากพบส่วนที่เป็น "สีคล้ำหรือดำ" ให้ดึงออกทิ้งให้เกลี้ยง เหลือไว้เพียง "มันปูสีเหลืองอร่าม" เท่านั้น เพื่อรสชาติที่หอมมัน ไม่ขม

  3. กำจัด "นมปู" และ "ตะปิ้ง": นี่คือจุดตายที่สำคัญที่สุด! "นมปู" ต้องดึงออกให้หมดเกลี้ยง รวมถึงพลิกด้านหลังตัวปูเพื่อดึง "ตะปิ้ง" (แผ่นปิดหน้าท้อง) ออกด้วย เพราะจุดนี้คือแหล่งสะสมของโคลนและกลิ่นคาวที่รุนแรงที่สุด

    ข้อควรระวัง: หากล้างส่วนตะปิ้งและนมปูไม่สะอาด เมื่อนำไปนึ่ง ความร้อนจะดันกลิ่นเหม็นเน่าจากโคลนให้กระจายไปทั่วทั้งตัวปูและหม้อนึ่ง ทำให้ปูเสียรสชาติ เหม็นจนทานไม่ได้ และไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกเลย

ขัดสีด้วย "แปรงสีฟันอันใหม่"

เมื่อจัดการด้านในตัวปูเสร็จแล้ว ให้เปิดน้ำไหลผ่านอีกครั้ง แล้วใช้ "แปรงสีฟันอันใหม่" ขัดถูทำความสะอาดให้ทั่วทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะ "ด้านหลังกระดองและตามซอกขาปู" ขัดคราบไคลและดินออกให้หมดจด การขัดจนสะอาดเอี่ยมนี้ จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เวลานำไปนึ่ง เนื้อปูจะมีความหวานตามธรรมชาติ ไม่เค็มปร่ารสโคลน

ขั้นตอนสุดท้าย "โซดาและน้ำแข็ง"

เพื่อให้ได้เนื้อปูเนื้อเด้ง เมื่อขัดล้างจนสะอาดแล้ว ให้นำปูไป แช่ในน้ำโซดาผสมน้ำแข็ง ความซ่าของโซดาจะช่วยกัดเมือกที่หลงเหลืออยู่ออกจนหมด ส่วนความเย็นจัดจะน็อกเนื้อปูให้ตึงกรอบ

ปิดท้ายด้วยการนำขึ้นมา ล้างผ่านน้ำไหลพร้อมกับถูด้วยเกลือ อีกรอบ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดคาวระลอกสุดท้าย เท่านี้คุณก็จะได้ปูที่สะอาดบริสุทธิ์ พร้อมนำไปนึ่งหรือปรุงอาหาร เสิร์ฟความอร่อยหวานเจี๊ยบแน่นอน