โซฟาผ้าเหม็นอับ มีกลิ่นสะสม เคล็ดลับอบแห้งธรรมชาติ ทำเองไม่ต้องซักน้ำ

โซฟาผ้าเหม็นอับ มีกลิ่นสะสม เคล็ดลับอบแห้งธรรมชาติ ทำเองไม่ต้องซักน้ำ

โซฟาผ้าเหม็นอับ มีกลิ่นสะสม เคล็ดลับอบแห้งธรรมชาติ ทำเองไม่ต้องซักน้ำ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กลิ่นโซฟาผ้าเหม็นสะสม แก้ด้วยสูตรอบแห้งธรรมชาติ (ไม่ต้องซักเปียก)

โซฟาผ้าสีสวยแต่พอใช้นาน ๆ กลับมีกลิ่นอับ กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นบุหรี่จนไม่อยากนั่ง — ถ้าไม่อยากลากโซฟาไปซักแห้ง หรือกลัวน้ำทำให้ฟองในเบาะพัง ลองวิธี อบแห้งธรรมชาติ เหล่านี้ก่อน: ใช้เบกกิ้งโซดา ถ่านกาแฟ ผึ่งแดด และดูดฝุ่นอย่างถูกวิธี ช่วยลดกลิ่นได้จริง และไม่ต้องเปียกน้ำค่ะ

ทำไมโซฟาผ้าถึงมีกลิ่นสะสม?

กลิ่นอับเกิดจากเชื้อรา/แบคทีเรีย ความชื้นจากเหงื่อ เศษอาหาร สารควัน และฝุ่นที่ซึมเข้าใยผ้า เมื่อกลิ่นฝังลึกและมีความชื้นร่วมด้วยจะยากต่อการขจัดด้วยการผึ่งอย่างเดียว

หลักการของวิธีอบแห้งธรรมชาติ

ใช้วิธี ดูดและดูดซับ (vacuum + absorbents) กับ การถ่ายเทอากาศ/แสงแดด เพื่อลดกลิ่นโดยไม่ต้องใช้น้ำ โดยหลักคือ:

  • โรยสารดูดกลิ่นที่ซับโมเลกุลกลิ่น (เช่น เบกกิ้งโซดา/แป้งข้าวโพด)
  • ใช้วัสดุดูดกลิ่นที่มีกลิ่นหนีบ/กลบ (เช่น ผงกาแฟ ถ่านกัมมันต์)
  • ผึ่งให้แห้งและถ่ายเทอากาศ (แดดอ่อน/ลม) เพื่อลดความชื้นและฆ่าเชื้อผิวหน้า
  • ดูดฝุ่นด้วยหัวดูดแบบอ่อนเพื่อล้างพลังดูดฝุ่นออกจากใยผ้า

วิธีทำทีละขั้น — สูตรอบแห้งธรรมชาติ (ทำได้เองที่บ้าน)

  1. เตรียมอุปกรณ์
    • เครื่องดูดฝุ่นพร้อมหัวสำหรับโซฟา/อ่อน
    • เบกกิ้งโซดา (Baking soda)
    • ผงกาแฟแห้งหรือถ่านกัมมันต์ (สำหรับกรณีกลิ่นแรง)
    • ผ้าขนหนูสะอาด / ผ้าไมโครไฟเบอร์
    • พัดลมหรือบริเวณที่มีลม/แดดอ่อน (ไม่แนะนำแดดจ้ามาก ๆ เพราะอาจจางสี)
  2. ขั้นตอนที่ 1 — ดูดฝุ่นให้สะอาด

    เริ่มจากดูดฝุ่นทั่วทั้งตัวโซฟา โดยเฉพาะรอยพับ ขอบ และใต้หมอน รองหัวดูดด้วยหัวนุ่มเพื่อไม่ให้ผ้าพัง

  3. ขั้นตอนที่ 2 — โรยเบกกิ้งโซดา

    โรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่วบริเวณที่มีกลิ่น (หนาประมาณ 1–2 มม.) ทิ้งไว้ 30 นาที–2 ชั่วโมง (สำหรับกลิ่นแรงทิ้งข้ามคืนได้) เบกกิ้งโซดาจะดูดซับกลิ่นและความชื้น

  4. ขั้นตอนที่ 3 — ดูดฝุ่นอีกครั้ง

    ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเอาเบกกิ้งโซดาออกทั้งหมด — อย่าให้เหลือคราบบนผ้า

  5. ขั้นตอนที่ 4 — ถุงดูดกลิ่นเสริม (สำหรับกลิ่นแรง)

    ใส่ผงกาแฟแห้งหรือถ่านกัมมันต์ในถุงผ้าหรือถุงกระดาษวางไว้บนเบาะ/ใต้หมอน 24–48 ชั่วโมง เพื่อดูดกลิ่นคาวหรือควัน

  6. ขั้นตอนที่ 5 — ผึ่งลม/แดดอ่อน

    ย้ายโซฟาไปยังจุดที่มีลมถ่ายเทดี หรือเปิดหน้าต่างให้ลมผ่าน หากเป็นชิ้นเล็ก ๆ เอาไปตากแดดอ่อนช่วงเช้า 1–2 ชั่วโมง (หลีกเลี่ยงแดดจ้าติดต่อกันยาว ๆ เพื่อป้องกันสีซีด)

  7. ขั้นตอนที่ 6 — สเปรย์ดับกลิ่นสูตรอ่อน (ถ้าต้องการกลิ่นหอม)

    ผสมแอลกอฮอล์ 40–50% หรือวอดก้า 100 มล. + น้ำ 100 มล. + หยดน้ำมันหอมระเหย 5–8 หยด ฉีดเบา ๆ พื้นผิว (ทดสอบที่มุมก่อน) แล้วผึ่งให้แห้ง – สูตรนี้ฆ่าเชื้อและไม่เปียกชื้นมาก

สรุปสั้น ๆ: ดูดฝุ่น → โรยเบกกิ้งโซดา (ทิ้ง) → ดูดออก → ถุงกาแฟ/ถ่าน → ผึ่งลม/แดดอ่อน → สเปรย์อ่อน (ถ้าต้องการ)

ทริคเพิ่มประสิทธิภาพ

  • หมุนหมอนและเบาะเป็นประจำ เพื่อไม่ให้จุดเดียวรับกลิ่นสะสม
  • หากมีคราบเฉพาะจุด ลองขจัดคราบแห้งด้วยผ้าชุบน้ำยาซักผ้าจาง ๆ แต่งดใช้น้ำมากกับโฟมเบาะ
  • ใช้ผ้าคลุมโซฟาหรือปลอกที่ถอดซักได้ เพื่อลดการฝังกลิ่นในโครงสร้างโซฟา

ข้อควรระวัง

ก่อนใช้สารใด ๆ บนโซฟา ให้ทดสอบในมุมที่มองไม่เห็น คำนึงถึงชนิดผ้า (บางผ้ารับไม่ไหวกับแอลกอฮอล์หรือของบางชนิด) ถ้ากลิ่นฝังลึกหรือโซฟาสำคัญ แนะนำให้ส่งร้านซักมืออาชีพหรือบริการซักเบาะโซฟามืออาชีพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล