กินกะหล่ำปลีเป็นประจำ ส่งผลอะไรต่อสุขภาพ เปิด 8 ประโยชน์และข้อควรระวัง

กินกะหล่ำปลีเป็นประจำ ส่งผลอะไรต่อสุขภาพ เปิด 8 ประโยชน์และข้อควรระวัง

กินกะหล่ำปลีเป็นประจำ ส่งผลอะไรต่อสุขภาพ เปิด 8 ประโยชน์และข้อควรระวัง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

8 ประโยชน์ของ "กะหล่ำปลี" ผักราคาถูกแต่คุณค่าระดับซูเปอร์ฟู้ด กินประจำช่วยอะไรบ้าง?

กะหล่ำปลี (Cabbage) เป็นผักสามัญประจำตู้เย็นของใครหลายคน เพราะหาซื้อง่าย ราคาประหยัด และนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู แต่รู้หรือไม่ว่าภายใต้ความธรรมดานี้ กะหล่ำปลีอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่ง ทั้งช่วยบำรุงกระดูก หัวใจ และยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าเมื่อคุณทานกะหล่ำปลีเป็นประจำ ร่างกายจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง

1. ตัวช่วยชั้นดีในการลดน้ำหนัก

หากคุณกำลังมองหาอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก กะหล่ำปลีคือคำตอบ เพราะกะหล่ำปลีดิบหั่นฝอย 1 ถ้วย ให้พลังงานเพียงแค่ 17.5 แคลอรี เท่านั้น การนำกะหล่ำปลีมาแทนที่อาหารที่มีแคลอรีสูงจะช่วยให้คุณอิ่มท้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักตัว แถมยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าเมื่อเทียบกับอาหารคลีนราคาแพงอื่นๆ

2. ควบคุมความดันโลหิตและดูแลหัวใจ

กะหล่ำปลีเป็นแหล่งของ โพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตและต้านฤทธิ์ของโซเดียมในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่รับประทานผักตระกูลกะหล่ำเป็นประจำ มีความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องแข็งตัวลดลงถึง 46% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการป้องกันโรคหัวใจในอนาคต

3. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

หลายคนอาจไม่ทราบว่ากะหล่ำปลีมี วิตามินเค (Vitamin K) สูงมาก โดย 1 ถ้วยมีปริมาณวิตามินเคถึง 53 ไมโครกรัม ซึ่งจำเป็นต่อกระบวนการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก การขาดวิตามินเคอาจนำไปสู่ความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนและกระดูกแตกหักง่าย ดังนั้นการกินกะหล่ำปลีจึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างร่างกายได้เป็นอย่างดี

4. ลดการอักเสบในร่างกาย

การอักเสบเรื้อรังเป็นต้นเหตุของโรคร้ายหลายชนิด เช่น โรคข้ออักเสบ เบาหวาน และโรคหัวใจ กะหล่ำปลีมีสารประกอบกลุ่ม ไอโซไทโอไซยาเนต (Isothiocyanates) และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดระดับการอักเสบในร่างกาย ปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย และช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างสมดุล

5. บูสต์วิตามินซี เพื่อผิวสวยและภูมิคุ้มกัน

ร่างกายสร้างวิตามินซีเองไม่ได้ แต่กะหล่ำปลีช่วยคุณได้! วิตามินซีในกะหล่ำปลีทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง คอลลาเจน ซึ่งสำคัญต่อการสมานแผลและความเต่งตึงของผิวพรรณ

6. ระบบขับถ่ายดีเยี่ยม

กะหล่ำปลีดิบ 2 ถ้วย มีกากใยอาหารหรือไฟเบอร์เกือบ 4 กรัม ซึ่งช่วยเพิ่มมวลอุจจาระและกระตุ้นการขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก นอกจากนี้ ไฟเบอร์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และส่งเสริมสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรง

7. อาจช่วยต้านมะเร็ง

ผักตระกูลกะหล่ำมีสาร กลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) ซึ่งเป็นที่มาของรสขมเล็กน้อยในผัก เมื่อร่างกายย่อยสารนี้จะเปลี่ยนเป็นสารประกอบที่อาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง แม้จะยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม แต่การทานกะหล่ำปลีเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารก็นับเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ

ข้อควรระวังในการทานกะหล่ำปลี

แม้จะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับบางกลุ่ม ดังนี้:

  • ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin): ควรปรึกษาแพทย์ เพราะวิตามินเคในกะหล่ำปลีอาจต้านฤทธิ์ยา ทำให้ประสิทธิภาพยาลดลง
  • ปัญหาเรื่องแก๊สในกระเพาะ: เนื่องจากมีไฟเบอร์สูง หากทานมากเกินไปหรือทานเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด มีแก๊ส หรือปวดท้องได้ ควรเริ่มทานทีละน้อย
  • ภูมิแพ้: ผู้ที่แพ้พืชตระกูลจิงจูฉ่าย (Mugwort) อาจมีอาการแพ้กะหล่ำปลีได้เช่นกัน

กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

กะหล่ำปลีสามารถทานได้ทั้งแบบดิบและสุก แต่การปรุงด้วยความร้อนนานเกินไปจะทำลายวิตามินและสารอาหาร วิธีที่ดีที่สุดคือ ทานสด หรือ ผัดเร็วๆ ผ่านความร้อนเพียงเล็กน้อย เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการและความกรอบอร่อยไว้ให้ได้มากที่สุด ยกเว้น ผู้ที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการกินดิบ เพราะในกะหล่ำปลีมีสาร “กอยโตรเจน” (Goitrogen) ที่อาจรบกวนการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ แต่ถ้านำไปปรุงสุกก่อน สารนี้จะสลายไป ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล