คนที่อายุมากแล้วไม่ค่อยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง มักมีนิสัย 3 อย่างนี้เมื่อยังอายุน้อย

ผลกระทบของภาวะสมองตายมีมากมาย และผลที่ตามมาก็ร้ายแรงมาก โรคหลอดเลือดสมองตาย หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า โรคหลอดเลือดสมองตาย เป็นโรคที่หลอดเลือดในสมองถูกปิดกั้นอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณสมองได้รับการอุดตันอย่างรุนแรง
โรคหลอดเลือดสมองตายเฉียบพลัน ถือเป็น “แขกคุ้นเคย” ในกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นตัวแทนทั่วไปของโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง โดยมีลักษณะ “สูง 4 ประการ” คือ อุบัติการณ์สูง อัตราความพิการสูง อัตราการเสียชีวิตสูง และอัตราการกลับเป็นซ้ำสูง
ในแต่ละปีมีผู้ป่วยจำนวนมากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากภาวะสมองตายเฉียบพลัน โดยหลายรายตรวจพบโรคไม่ทันและไม่ได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียการทำงานในระยะยาวและมีคุณภาพชีวิตลดลงอย่างร้ายแรง
อันตรายจากภาวะสมองขาดเลือดมีมาก และผลกระทบที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุที่โชคดีพอที่จะหลีกเลี่ยงภาวะสมองขาดเลือดได้ มักมีนิสัยที่ดี 3 ประการต่อไปนี้ในชีวิตประจำวันมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างรอบคอบ เปรียบเทียบกับตนเอง และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
1. ควบคุมตัวชี้วัด "สามสูง" อย่างเคร่งครัด
“สามอาการสูง” คือ ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูง ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก ดังนั้นการควบคุมอาการเหล่านี้จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก
ในเรื่องของอาหาร ควรใส่ใจเป็นพิเศษกับอาหารทอด ขนมขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลสูง อาหารมันๆ และแคลอรีสูงเหล่านี้ พยายามกินให้น้อยลงหรือแม้กระทั่งไม่กินเลย เลือกรับประทานผัก ผลไม้สด และอาหารธัญพืชเต็มเมล็ดที่อุดมไปด้วยใยอาหารมากขึ้น ซึ่งจะช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดและน้ำตาลในเลือด และรักษาระบบเผาผลาญให้เป็นปกติ
นอกจากการปรับเปลี่ยนอาหารการกินแล้ว การตรวจสุขภาพประจำปีก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรตรวจวัดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยทุก 6 เดือน เพื่อให้สามารถตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และดำเนินมาตรการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพอประมาณ
การออกกำลังกายเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญสู่สุขภาพกายที่ดี มีประโยชน์มากมาย การออกกำลังกายช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไหลเวียนในหลอดเลือดได้อย่างราบรื่น และยังช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีส่วนเกิน รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมาก
สำหรับผู้สูงอายุ การเลือกโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น การเดินและไทเก๊ก ถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก ยามเช้าตรู่หรือพระอาทิตย์ตกดิน อากาศจะสดชื่นและน่ารื่นรมย์ การออกไปเดินเล่นในช่วงเวลานี้จะช่วยทั้งออกกำลังกายและเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย อีกทั้งยังช่วยผ่อนคลายจิตใจและสัมผัสความงามของธรรมชาติ เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว
3. หลีกเลี่ยงการนั่งเป็นเวลานานโดยไม่ขยับตัวหลังรับประทานอาหาร
หลายคนมีนิสัยชอบนั่งพักหลังรับประทานอาหารทันที เพราะรู้สึกสบายตัว แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมเช่นนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก การนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานานหลังรับประทานอาหารจะทำให้การไหลเวียนโลหิตช้าลงอย่างมาก ส่งผลให้ไขมันและน้ำตาลในเลือดไม่สามารถเผาผลาญและนำไปใช้ได้ทันเวลา
เมื่อเวลาผ่านไป สารเหล่านี้จะสะสมอย่างต่อเนื่องบนผนังหลอดเลือด ค่อยๆ ก่อตัวเป็นคราบพลัค เมื่อคราบพลัคเหล่านี้หลุดออก คราบพลัคจะเกาะตามกระแสเลือดและไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดหลังรับประทานอาหารคือการทำกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น การเดิน 10-20 นาทีหลังรับประทานอาหาร เพื่อออกกำลังกาย ส่งเสริมการย่อยอาหาร และส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต หรือจะทำกิจกรรมบ้านๆ ง่ายๆ ก็ได้ ซึ่งทั้งเป็นการออกกำลังกายและช่วยเหลือครอบครัวไปด้วย
หลีกเลี่ยงการนอนราบทันทีหลังรับประทานอาหารหรือนั่งดูทีวีบนโซฟาเป็นเวลานาน พฤติกรรมนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อระบบย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังรบกวนจังหวะการไหลเวียนโลหิตปกติ ส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

