รู้แล้วจบ "อะโวคาโด" หั่นแล้วไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ หากถูสิ่งนี้ลงไป ไม่ใช่มะนาว!

รู้แล้วจบ "อะโวคาโด" หั่นแล้วไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ หากถูสิ่งนี้ลงไป ไม่ใช่มะนาว!

รู้แล้วจบ "อะโวคาโด" หั่นแล้วไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ หากถูสิ่งนี้ลงไป ไม่ใช่มะนาว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมดปัญหาอะโวคาโดดำเร็ว! วิธีเก็บที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ จากผู้เชี่ยวชาญ

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยรสชาติที่มันอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า อาหารกลางวัน หรือแม้แต่ในเมนูมื้อเย็น อย่างไรก็ตาม เมื่ออะโวคาโดสุกแล้ว มักจะเสียได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกตัดแล้วไม่ได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม

เมื่อเราตัดอะโวคาโดและไม่ได้กินหมดในครั้งเดียว ส่วนที่เหลือมักจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและนิ่มเร็ว สาเหตุเกิดจากเอนไซม์ธรรมชาติที่ชื่อว่า polyphenol oxidase ซึ่งทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ทำให้เนื้ออะโวคาโดเกิดการเปลี่ยนสี แต่กระบวนการนี้สามารถป้องกันได้ หากเรารู้วิธีเก็บรักษาที่ถูกต้อง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณมักจะตัดอะโวคาโดแล้วเหลือไว้ สามารถป้องกันไม่ให้เนื้ออะโวคาโดดำได้ง่ายๆ ด้วยการทาน้ำมันมะกอกบางๆ ลงบนพื้นผิวที่ถูกตัด น้ำมันจะทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันอากาศไม่ให้สัมผัสกับเนื้อผลไม้โดยตรง ช่วยลดการเกิดออกซิเดชันที่ทำให้สีเปลี่ยนเป็นน้ำตาล

นอกจากนั้น น้ำมันมะกอกยังช่วยเพิ่มรสชาติและความมันให้กับอะโวคาโด ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นเมื่อรับประทาน โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้ในเมนูสลัดหรือแซนด์วิช

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร

เว็บไซต์ The Spruce Eats อธิบายว่า “น้ำมันเป็นเกราะป้องกันออกซิเจนได้อย่างดี การทาน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันพืชบางๆ บนเนื้ออะโวคาโดที่ถูกตัด จะช่วยลดการเปลี่ยนสี แต่เคล็ดลับนี้เหมาะกับอะโวคาโดที่ยังเป็นชิ้น ไม่เหมาะกับเมนูที่บดละเอียด เช่น กัวคาโมเล เพราะพื้นผิวไม่เรียบ ทำให้ทาน้ำมันได้ไม่ทั่วถึง”

หลังจากทาน้ำมันแล้ว ควรเก็บอะโวคาโดในภาชนะปิดสนิท หรือห่อด้วยพลาสติกแรป แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น เพื่อรักษาความสดและชะลอการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจากอุณหภูมิต่ำ

ผู้เชี่ยวชาญจาก Hello Fresh เสริมว่า “ควรเก็บอะโวคาโดที่ถูกตัดแล้วไว้ในตู้เย็นเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้สุกต่อและเนื้อนิ่มเกินไป แนะนำให้ห่อส่วนที่ถูกตัดด้วยพลาสติกแรปแน่นๆ และควรรับประทานภายใน 3 วัน หากอะโวคาโดสุกมากแล้ว ควรกินให้หมดภายในวันเดียวจะดีที่สุด”

หากไม่มีพลาสติกแรป คุณสามารถใช้วิธีทาน้ำมันมะกอกบางๆ บนผิวที่สัมผัสอากาศแทนได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยสร้างชั้นป้องกัน และยังเพิ่มรสชาติกลมกล่อมให้กับผลไม้นี้อีกด้วย

ประโยชน์ของอะโวคาโดต่อสุขภาพ

อะโวคาโดอุดมไปด้วยไขมันดี วิตามิน ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยบำรุงหัวใจ ระบบย่อยอาหาร ผิวพรรณ และสายตา อีกทั้งยังช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดี การรู้จักเก็บรักษาอะโวคาโดอย่างถูกวิธีไม่เพียงช่วยยืดอายุการบริโภค แต่ยังช่วยลดการสูญเสียสารอาหารและลดการสูญเปล่าของอาหารได้อีกด้วย

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล