6 สัญญาณเตือน "ไตกำลังมีปัญหา" เปิดอาการที่ร่างกายเริ่มต้นผิดปกติ

6 สัญญาณเตือน "ไตกำลังมีปัญหา" เปิดอาการที่ร่างกายเริ่มต้นผิดปกติ

6 สัญญาณเตือน "ไตกำลังมีปัญหา" เปิดอาการที่ร่างกายเริ่มต้นผิดปกติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 6 สัญญาณเตือน “ไตกำลังมีปัญหา” ร่างกายส่งสัญญาณแบบนี้อย่านิ่งนอนใจ

ไต เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่สำคัญในการกรองของเสียออกจากเลือด ควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ และความดันโลหิตในร่างกาย แต่เมื่อไตเริ่มเสื่อมสภาพหรือทำงานผิดปกติ มักจะไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก จึงทำให้หลายคนมารู้ตัวอีกทีเมื่อเข้าสู่ระยะไตวาย ซึ่งยากต่อการรักษา ดังนั้น การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

1. ปัสสาวะผิดปกติ – สัญญาณแรกที่ไม่ควรมองข้าม

อาการปัสสาวะเปลี่ยนแปลงเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ชัดเจนของภาวะไตมีปัญหา เช่น ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน ปัสสาวะขัด ปัสสาวะมีฟอง หรือมีสีเข้มผิดปกติ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าไตไม่สามารถกรองของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรรีบไปตรวจร่างกายเพื่อเช็กการทำงานของไตทันที

2. หน้าบวม ขาบวม หรือเท้าบวม

เมื่อไตเริ่มเสื่อม จะเกิดการคั่งของของเหลวและเกลือในร่างกาย ทำให้มีอาการบวมโดยเฉพาะบริเวณใบหน้า รอบดวงตา และข้อเท้า หากตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกหน้าบวมผิดปกติ หรือสวมรองเท้าแล้วแน่นกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า “ไตกำลังทำงานหนัก” และควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม

3. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย โลหิตจาง

ไตมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง หากไตทำงานลดลง ร่างกายจะมีเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง รู้สึกเหนื่อยง่าย หน้ามืด เวียนหัว หรือหายใจสั้นกว่าปกติ อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงควรสังเกตหากรู้สึกอ่อนแรงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

4. เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือมีกลิ่นปาก

เมื่อของเสียไม่ถูกขับออกจากร่างกายอย่างเหมาะสม จะเกิดการสะสมของยูเรียในเลือด ทำให้มีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร ลิ้นขม หรือมีกลิ่นปากคล้ายแอมโมเนีย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม

5. ผิวแห้ง คัน และมีผื่น

ไตที่ทำงานผิดปกติจะไม่สามารถควบคุมสมดุลของแร่ธาตุและสารพิษในร่างกายได้ ทำให้เกิดอาการผิวแห้ง คัน มีผื่น หรือสีผิวคล้ำขึ้นโดยเฉพาะบริเวณแขนขา การคันอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุทางผิวหนังที่ชัดเจน อาจเป็นอีกสัญญาณหนึ่งของโรคไตเรื้อรัง

6. นอนไม่หลับ หรือมีอาการกระสับกระส่ายตอนกลางคืน

ผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมมักมีของเสียในเลือดสูง ทำให้ร่างกายไม่สบายตัว นอนไม่หลับ หรือรู้สึกขาอยู่ไม่สุขในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นอาการที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบไหลเวียนและระบบประสาทส่วนปลาย

อาหารที่เป็นตัวแปรกระทบ “ไต” โดยตรง

อาหารบางชนิดอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ไตทำงานหนักและเสื่อมเร็วขึ้น หากรับประทานมากเกินไป โดยเฉพาะอาหารเหล่านี้:

  • อาหารเค็มจัด: เช่น ของดอง อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะโซเดียมสูงทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นและไตต้องกรองมากขึ้น
  • อาหารที่มีโปรตีนสูงเกินไป: โดยเฉพาะเนื้อแดงหรือเวย์โปรตีน เพราะทำให้ไตต้องขับของเสียจากการสลายโปรตีนมากขึ้น
  • อาหารมันและของทอด: ทำให้ระดับไขมันในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงภาวะหลอดเลือดตีบและส่งผลต่อไตโดยตรง
  • น้ำตาลและเครื่องดื่มหวาน: เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคไตเรื้อรัง
  • แอลกอฮอล์: ทำให้ร่างกายขาดน้ำและเพิ่มภาระการทำงานของไต

สรุป: ปรับพฤติกรรมก่อนสาย ไตของคุณจะได้อยู่กับคุณไปอีกนาน

โรคไตถือเป็นโรคเงียบที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก การใส่ใจสัญญาณเตือนและลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การกินเค็ม ดื่มน้ำน้อย หรือรับประทานอาหารแปรรูปบ่อย จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ นอกจากนี้ควรตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง เพื่อป้องกันไม่ให้โรคไตลุกลามจนเข้าสู่ระยะรุนแรง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล