ไขข้อสงสัย "ขนลับ" จะเปลี่ยนสีหรือไม่ ยามเราแก่ตัวลง

ขนลับ ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจสั้น ๆ ว่า ขนลับ คืออะไร และมีลักษณะอย่างไร
-
ขนลับเป็นเส้นขนที่ขึ้นในบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งจะเริ่มงอกเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ภายใต้การทำงานของฮอร์โมนเพศ
-
ขนลับมักมีลักษณะหยิก หนา และมีการกระจายตามรูปร่างของอวัยวะเพศ — แตกต่างกับขนส่วนอื่นของร่างกาย
-
ขนลับมีหน้าที่หลายประการ เช่น ลดแรงเสียดสี ป้องกันสิ่งแปลกปลอมบางส่วน ช่วยรักษาสมดุลความชื้นในบริเวณนั้น เป็นต้น
สีขนขึ้นอยู่กับอะไร ทำไมเส้นขนถึงมีสี
สีของเส้นขน (รวมทั้งขนลับ) มาจาก เมลานิน (melanin) ซึ่งผลิตโดยเซลล์ที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ (melanocytes) ภายในรากขน เมื่อเราแก่ตัวลง:
-
การผลิตเมลานินลดลง
-
เมลาโนไซต์ในบางรูขุมขนอาจเสื่อมหรือหายไป
-
ผลที่เห็นคือเส้นขนใหม่ที่งอกมามีสีอ่อนไม่เข้มขึ้น จนอาจกลายเป็นสีเทา ขาว หรือสีเงิน
ปรากฏการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการชรา (aging) ที่เกิดขึ้นกับเส้นขนทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะขนบนศีรษะเท่านั้น ขนลับเองก็อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ไม่จำเป็นว่าจะเปลี่ยนสีในเวลาเดียวกันกับผมบนศีรษะเสมอไป
คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนแนวคิดนี้ เช่น บทความเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนสีผม (greying of hair)” ระบุว่า การชราทำให้เมลาโนไซต์ลดลงหรือเซลล์ต้นกำเนิดเมลาโนไซต์ล้มเหลวในการทดแทน ทำให้เส้นผมเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือขาว
นอกจากนี้ บทความ “Aging changes in hair and nails” ของ MedlinePlus ระบุว่า ขนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงบริเวณรักแร้ หน้าอก ขนลับ อาจเปลี่ยนสีตามอายุได้เช่นกัน แม้ว่าการเปลี่ยนสีของขนเหล่านี้มักเกิดช้ากว่าขนบนศีรษะ
งานวิจัยเกี่ยวกับการ ขนลับเปลี่ยนเป็นสีเทากับสีขาว
มีงานวิจัยด้านนิติเวชศาสตร์ที่ศึกษาข้อมูลการปรากฏสีเทาของขนลับ (pubic hair) เพื่อประเมินอายุ เช่น
-
งานวิจัยในผู้เสียชีวิตชาวญี่ปุ่น พบว่า “ขนลับสีเทา” เริ่มปรากฏในบางรายตั้งแต่อายุ 30 ปี ขึ้นไป และในวัยสูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) พบได้ครบทุกคน
-
งานวิจัยในศพผู้เสียชีวิตของชาวศรีลังกา พบความสัมพันธ์ระหว่างอายุและการปรากฏขนสีเทาในหลายตำแหน่งของร่างกาย รวมถึงบริเวณขนบริเวณที่ลับ
งานวิจัยเหล่านี้สนับสนุนแนวคิดว่า เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่ขนลับจะเปลี่ยนสีเป็นเทาหรือขาวก็เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับทุกคนในอายุเดียวกัน
ปัจจัยที่อาจเร่งให้ขนลับเปลี่ยนสีเร็วขึ้น
แม้กระบวนการเปลี่ยนสีขนลับเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับอายุ แต่มีปัจจัยบางอย่างที่อาจทำให้เกิดเร็วกว่านี้
-
พันธุกรรม (Genetics) หากพ่อแม่หรือญาติมีขนสีเทา/ขาวในบริเวณลับในวัยค่อนข้างอายุน้อย โอกาสคุณจะมีลักษณะคล้ายกันก็มากกว่า
-
การขาดสารอาหาร / วิตามิน การขาดวิตามิน B‑12 (หรือสารอาหารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเซลล์เมลาโนไซต์) อาจเกี่ยวข้องกับการเกิด “ขนลับสีขาว / เทา” เร็วขึ้น
-
ฮอร์โมน / ระบบต่อมไทรอยด์ / ภาวะที่เกี่ยวกับฮอร์โมน ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น โรคไทรอยด์ อาจมีส่วนทำให้การผลิตเมลานินและสุขภาพรูขุมขนเปลี่ยนไป
-
การสูบบุหรี่ / ความเครียด การวิจัยพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่ขน (รวมถึงขนลับ) จะมีสีเทาเร็วกว่าคนไม่สูบ ความเครียดบางบทวิเคราะห์แสดงว่าอาจส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดในรูขุมขน แต่ในมนุษย์ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนมากนัก
-
การทำเคมี / การใช้สารเคมี / ผลิตภัณฑ์ดูแลผิดวิธี การใช้ผลิตภัณฑ์ซักฟอก สารระคายเคือง หรือสารเคมีแรงในบริเวณนั้น อาจสร้างความเสียหายให้กับเซลล์เมลาโนไซต์หรือรูขุมขน และเร่งการเปลี่ยนสี
เหมือนผมหงอกไหม? เปลี่ยนสีคล้ายกันหรือไม่?
ทั้งขนลับและผมบนศีรษะมีพื้นฐานการเปลี่ยนสีจากการลดการผลิตเมลานิน ดังนั้นแนวคิด "ขนลับเปลี่ยนสี = เหมือนผมหงอก" ก็มีส่วนจริงอยู่
แต่มีความแตกต่าง
-
ขนบนศีรษะมักแสดงการเปลี่ยนสีเร็วกว่าขนลับ
-
การเปลี่ยนสีของขนลับอาจไม่เป็นเส้น "สีเทา" ทุกเส้น อาจเป็นหลายสีรวมกัน หรือเพียงบางเส้น
-
บางคนอาจไม่เคยสังเกตการเปลี่ยนสีของขนลับแม้ในวัยสูงอายุ เนื่องจากการโกนหรือการตัดแต่งอยู่บ่อยครั้ง
ในบทความของ Medical News Today บอกว่า ขนลับก็สามารถ turn white / gray ได้เช่นเดียวกับขนในร่างกายส่วนอื่น เมื่อเมลานินลดลงตามอายุ แต่ก็มีบทความที่ชี้ว่า บางคนอาจไม่มีการเปลี่ยนสีเลยหรือมีการเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย
ข้อควรสังเกต: เมื่อควรไปพบแพทย์
ถึงแม้การเปลี่ยนสีขนลับมักเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่มีบางกรณีที่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ
-
ขนเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็วหรือมากจนผิดปกติ
-
พบจุดขาวในผิวรอบ ๆ หรือเกิดผิวหนังขาวร่วม
-
มีอาการคัน เจ็บ หรือรอยเปลี่ยนแปลงอื่นในผิวหนังบริเวณนั้น
ในกรณีเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสืบพันธุ์
สรุปและไขข้อข้องใจว่า
-
ขนลับสามารถเปลี่ยนเป็นสีเทา / ขาวได้ เมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากการผลิตเมลานินในรูขุมขนลดลง
-
แต่การเปลี่ยนสีไม่ใช่เรื่องที่เกิดกับทุกคนในเวลาเดียวกัน มีปัจจัยหลายอย่างที่มีผล เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน โภชนาการ การใช้สารเคมี ฯลฯ
-
แม้จะเปลี่ยนสี ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นปัญหาเสมอไป ถือเป็นกระบวนการทางธรรมชาติ
-
ถ้ามีความผิดปกติร่วม เช่น การเปลี่ยนสีเร็วผิดปกติ หรือมีอาการอื่นควรปรึกษาแพทย์
วิธีแว็กซ์ขนล่าง ทำได้เองแบบไร้เคมี สาวๆ จดส่วนผสมเลย
"ขนลับจุดซ่อนเร้น" มีไว้ทำไม ทำหน้าที่อะไร แว็กซ์ออกเกลี้ยงเกลาจะดีกว่าไหม?
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)