เมล็ดเจีย VS เมล็ดแฟลกซ์ อยากลดน้ำหนักเลือกกินอะไรดี?

ในยุคที่การดูแลสุขภาพและการลดน้ำหนักเป็นเรื่องสำคัญเมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์กลายเป็นซูเปอร์ฟู้ดยอดนิยมที่หลายคนหันมาเลือกบริโภค แต่ระหว่างสองชนิดนี้ ตัวไหนที่ช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้มากกว่ากัน?
ทำความรู้จักเมล็ดเจีย
- เป็นเมล็ดเล็กสีดำหรือขาว มีต้นกำเนิดจากอเมริกากลาง
- ดูดซับน้ำได้หลายเท่าของน้ำหนักตัว ทำให้พองตัวกลายเป็นเจลใส
- พลังงานต่ำ ไฟเบอร์สูง และให้ความอิ่มนาน
ทำความรู้จักเมล็ดแฟลกซ์
- เมล็ดสีน้ำตาลหรือทอง นิยมปลูกในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ
- อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 และไฟเบอร์เชิงซ้อน
- มักบดก่อนกินเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่
คุณค่าทางโภชนาการที่น่าสนใจ
ไฟเบอร์
- เมล็ดเจีย มีไฟเบอร์สูงมาก ทำให้พองตัวและอิ่มนาน
- เมล็ดแฟลกซ์ มีไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ช่วยระบบขับถ่ายดี
ไขมันดี
- เมล็ดเจีย มีโอเมก้า-3 แต่ปริมาณน้อยกว่าแฟลกซ์
- เมล็ดแฟลกซ์ มีโอเมก้า-3 สูงเด่นชัด ช่วยลดการอักเสบ
โปรตีน
- เมล็ดเจีย มีโปรตีนปานกลาง เหมาะสำหรับของว่าง
- เมล็ดแฟลกซ์ มีโปรตีนสูงกว่าเล็กน้อย เหมาะเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
เมล็ดเจีย vs เมล็ดแฟลกซ์ สำหรับการลดน้ำหนัก
- เมล็ดเจีย เด่นเรื่องการดูดซับน้ำและทำให้อิ่มนาน เหมาะสำหรับควบคุมความหิว
- เมล็ดแฟลกซ์ เด่นเรื่องไฟเบอร์ผสมกับไขมันดีที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการอยากของหวาน
- ทั้งสองชนิดมีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนัก แต่ถ้าโฟกัสเรื่อง “อิ่มเร็ว–อิ่มนาน” เมล็ดเจียจะโดดเด่นกว่า ส่วนถ้าโฟกัสเรื่อง “สมดุลน้ำตาลและการอักเสบ” เมล็ดแฟลกซ์จะได้เปรียบ
วิธีการบริโภคที่แนะนำ
- เมล็ดเจีย: แช่น้ำแล้วกินเป็นพุดดิ้ง ใส่สมูทตี้ หรือโรยสลัด
- เมล็ดแฟลกซ์: ควรบดก่อนกิน โรยใส่ซีเรียล ข้าวโอ๊ต หรือใส่ในขนมปังโฮลวีต
- ปริมาณแนะนำ: 1–2 ช้อนโต๊ะต่อวัน
ข้อควรระวัง
- กินมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืดหรือท้องเสีย เพราะไฟเบอร์สูง
- ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ควรดื่มน้ำมากพอเมื่อกินเมล็ดเจีย เพื่อป้องกันการอุดตันในลำไส้
เมล็ดเจียและเมล็ดแฟลกซ์ ต่างก็มีข้อดีที่ช่วยในการลดน้ำหนัก เมล็ดเจียเด่นเรื่องการทำให้อิ่มนาน ส่วนเมล็ดแฟลกซ์ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดและลดการอักเสบ เลือกกินได้ตามเป้าหมายสุขภาพ แต่ควรบริโภคในปริมาณเหมาะสมและควบคู่กับอาหารที่หลากหลาย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

