อย่าปล่อยให้ราขึ้นร่ม! เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ กับ 3 วิธีขจัดเชื้อราและการป้องกัน

เคยใช้ร่มเสร็จแล้วรีบพับเก็บโดยไม่ได้ผึ่งให้แห้งหรือไม่? ผลที่ตามมา หลายคนอาจเคยเจอกับปัญหา “ร่มขึ้นรา”
แล้วถ้าเกิดเชื้อราบนร่มขึ้นมาแล้ว ควรทำความสะอาดอย่างไร?
เรื่องนี้เราได้รับคำแนะนำจาก “คาบิ ด็อกเตอร์ส” ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดเชื้อราในภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น
3 วิธีขจัดเชื้อราบนร่ม
เมื่อสอบถาม “คาบิ ด็อกเตอร์ส” ว่า หากปล่อยให้ร่มขึ้นราโดยไม่จัดการจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบคือ
- ราที่ขึ้นบนร่มอาจลามไปยังรองเท้า เสื้อกันฝน หรือของใช้ชิ้นเล็กอื่น ๆ ที่เก็บไว้ด้วยกัน รวมถึงบริเวณเก็บร่ม เช่น โถงทางเข้า หรือกล่องรองเท้า
- หากยังไม่จัดการ ราอาจลามไปยังห้องอื่น ๆ ได้ในที่สุด
- เนื่องจากราเป็นสาเหตุของภูมิแพ้ จึงควรรีบจัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ
วิธีขจัดเชื้อราบนร่ม
-
ราที่เพิ่งขึ้น ใช้ เบกกิ้งโซดาและน้ำยาซักผ้าชนิดอ่อน ทำความสะอาดได้
-
ราเล็กน้อย ใช้ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
-
ราที่ฝังแน่น ใช้ น้ำยาซักผ้าที่มีฤทธิ์ฟอกขาว ช่วยขจัดเชื้อราได้
Lerone Pieters
วิธีใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำยาซักผ้าชนิดอ่อน
-
ชุบฟองน้ำด้วยน้ำยาซักผ้าแล้วล้างร่มให้ทั่ว แค่ขั้นตอนนี้ก็สามารถขจัดราที่ขึ้นเล็กน้อยได้
-
ล้างร่มด้วยน้ำสะอาด จากนั้นชุบแปรงด้วยเบกกิ้งโซดาแล้วขัดบริเวณที่มีราอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน
-
ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งแล้วผึ่งร่มในที่มีลมถ่ายเทจนแห้งสนิท
วิธีใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
-
พ่นแอลกอฮอล์ลงบนบริเวณที่มีราเป็นจุดหลัก
-
ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วใช้ผ้าขี้ริ้วหรือผ้านุ่มเช็ดราที่หลุดออก
-
หลังเช็ดเสร็จ ให้ผึ่งร่มจนแห้งสนิทเพื่อป้องกันความชื้นคงเหลือ
วิธีใช้ผงฟอกขาวสำหรับเสื้อผ้า
-
ละลายผงฟอกขาวชนิดออกซิเจนในน้ำอุ่นประมาณ 40–50°C โดยใช้อัตราส่วนประมาณ 1 ฝาครอบต่อ 1 ลิตรน้ำ ก่อนใช้งานควรอ่านฉลากเพื่อความปลอดภัย
-
ชุบผ้าหรือฟองน้ำลงในน้ำฟอกขาวแล้วทาบนบริเวณที่มีรา สำหรับร่มพับขนาดเล็ก สามารถแช่ทั้งร่มในถังน้ำฟอกขาวประมาณ 30 นาที
-
แช่เสร็จแล้ว ล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้หมดจด จากนั้นผึ่งร่มในที่อากาศถ่ายเทจนแห้งสนิท
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ปล่อยให้ร่มเปียกค้างอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ราเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
แต่หากร่มขึ้นราแล้ว ให้ใช้วิธีที่แนะนำในบทความนี้จัดการได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

