7 คู่อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง พร้อมเหตุผลทำไมถึงไม่ควรกินด้วยกัน

7 คู่อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง พร้อมเหตุผลทำไมถึงไม่ควรกินด้วยกัน

7 คู่อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง พร้อมเหตุผลทำไมถึงไม่ควรกินด้วยกัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การเลือกอาหารเพื่อสุขภาพไม่ใช่แค่ กินอะไร แต่ยังต้องรู้ว่า กินอะไรพร้อมกัน ถึงจะปลอดภัย บางคู่แม้ดูไม่น่าอันตราย แต่กลับทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายโดยตรง ลองมาดู 7 คู่ที่ควรหลีกเลี่ยง พร้อมเหตุผลทางโภชนาการว่าทำไมถึงไม่ควรกินด้วยกัน

1. แอลกอฮอล์ กับ ทุเรียน ร้อนจัดเกินสมดุล

การรับประทานทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องจากทุเรียนมีสารประกอบกำมะถันในปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งสารนี้สามารถละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ และเมื่อเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว จะส่งผลต่อการทำงานของระบบหายใจ ทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น หายใจติดขัดหรือเหนื่อยล้าอย่างเฉียบพลัน นอกจากนี้ ทุเรียนและแอลกอฮอล์ต่างเป็นแหล่งพลังงานสูง เมื่อนำมารับประทานพร้อมกัน ร่างกายจะได้รับพลังงานมากเกินจำเป็น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานหนักเพื่อขจัดของเสีย จนเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น หน้าแดง ชาตามร่างกาย วิงเวียน หรืออาเจียน หากเกิดอาการรุนแรงและไม่ได้รับการดูแลทันเวลา อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

2. แตงโม กับ ของทอด เสี่ยงท้องเสีย

ของทอดมีไขมันสูงและย่อยยาก ส่วนแตงโมมีปริมาณน้ำมากและมีฤทธิ์เย็นช่วยระบาย การกินของสองชนิดนี้พร้อมกันทำให้กระเพาะย่อยไขมันได้ช้าลง แต่ได้รับน้ำและใยอาหารมากเกินไป จึงกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานเร็วขึ้น อาจเกิดอาการปวดท้องหรือท้องเสียได้

3. เนื้อหมู กับ ไอศกรีม  ระบบย่อยทำงานหนัก

เนื้อหมูเป็นโปรตีนที่ย่อยค่อนข้างยาก ต้องใช้เวลานานในกระเพาะ การตามด้วยของเย็นจัดอย่างไอศกรีม ทำให้อุณหภูมิของกระเพาะลดลง ส่งผลให้เอนไซม์ทำงานได้ไม่เต็มที่ กระบวนการย่อยช้าลง เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด หรืออึดอัดในช่องท้อง

4. มะเขือเทศ กับ แตงกวา สูญเสียวิตามินซี

แม้จะเป็นผักยอดฮิตในสลัด แต่มะเขือเทศกับแตงกวาไม่ควรกินพร้อมกันบ่อยๆ เพราะในแตงกวามีเอนไซม์ ที่สามารถทำลายวิตามินซีในมะเขือเทศได้ หากกินร่วมกันจะไม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ และยังมีฤทธิ์เย็นร่วมกัน อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอในช่วงอากาศเย็น

5. ไข่ต้ม กับ คาเฟอีน ธาตุเหล็กดูดซึมไม่เต็มที่

สารคาเฟอีนในกาแฟหรือชา มีแนวโน้มไปรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร โดยเฉพาะในไข่ต้มที่มีสารซัลเฟอร์เป็นตัวแปรร่วม คาเฟอีนจะจับตัวกับธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายดูดซึมได้น้อยลง อาจส่งผลในระยะยาวกับผู้ที่ขาดธาตุเหล็กหรือมีภาวะโลหิตจาง หากต้องดื่มกาแฟ ให้เว้นช่วงอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงหลังจากกินไข่ หรือกินกับไข่เจียว หรือควรเลือกเฉพาะไข่ขาว

6. น้ำผึ้ง กับ น้ำร้อนจัด สารอาหารสลาย

การใช้น้ำผึ้งชงกับน้ำร้อนเกิน 60°C อาจทำให้วิตามินและเอนไซม์ที่มีประโยชน์ในน้ำผึ้งเสื่อมคุณภาพลง ความร้อนสูงเกินไปยังอาจทำให้เกิดสารที่ร่างกายไม่ต้องการอีกด้วย หากต้องการดื่มเพื่อสุขภาพ ควรใช้น้ำอุ่นหรือชาที่ทิ้งไว้จนเย็นลงเล็กน้อย

7. ข้าวสวย กับ ก๋วยเตี๋ยว รู้สึกเพลียและเพิ่มน้ำตาลในเลือด

ทั้งข้าวและเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตสูง ถ้ากินทั้งสองพร้อมกัน ร่างกายต้องใช้วิตามิน B1 มาช่วยเผาผลาญมากขึ้น บางครั้งอาจทำให้รู้สึกง่วงเพลีย หนังตาตก และหากกินบ่อยอาจเพิ่มทั้งน้ำตาลและไขมันในเลือดเสี่ยงอ้วนได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล