ใครเคยเป็นบ้าง!? ประจำเดือนขาด มาไม่ปกติ รู้ทันสาเหตุและสัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์

ภาวะขาดประจำเดือน หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Amenorrhea คือภาวะที่ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ไม่มีประจำเดือน ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ หรือภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ ภาวะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ ภาวะขาดประจำเดือนปฐมภูมิ และภาวะขาดประจำเดือนทุติยภูมิ
ประเภทของภาวะขาดประจำเดือน
- ภาวะขาดประจำเดือนปฐมภูมิ (Primary Amenorrhea) หมายถึง การที่เด็กผู้หญิงอายุ 15 ปีขึ้นไป ยังไม่เคยมีประจำเดือนเลย แม้จะมีพัฒนาการทางเพศขั้นที่สอง (เช่น มีเต้านม ขนหัวหน่าว) หรือการที่เด็กผู้หญิงอายุ 13 ปีขึ้นไป ยังไม่มีประจำเดือนและยังไม่มีพัฒนาการทางเพศขั้นที่สองเลย ภาวะนี้อาจเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ตั้งแต่กำเนิด หรือความผิดปกติของฮอร์โมน
- ภาวะขาดประจำเดือนทุติยภูมิ (Secondary Amenorrhea) หมายถึง การที่ผู้หญิงซึ่งเคยมีประจำเดือนตามปกติแล้ว แต่กลับไม่มีประจำเดือนติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป หรือ 6 เดือนขึ้นไปในผู้ที่มีรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ ภาวะนี้เป็นภาวะที่พบได้บ่อยกว่าภาวะขาดประจำเดือนปฐมภูมิ
สาเหตุของภาวะขาดประจำเดือนทุติยภูมิ
สาเหตุของการขาดประจำเดือนในผู้หญิงที่เคยมีประจำเดือนมาก่อนนั้นมีหลายปัจจัย ดังนี้:
- การตั้งครรภ์: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการขาดประจำเดือน
- ความเครียด: ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับรอบเดือน
- น้ำหนักตัว: ทั้งการมีน้ำหนักตัวน้อยเกินไป (ผอมมาก) และน้ำหนักตัวมากเกินไป (โรคอ้วน) ล้วนส่งผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนเพศหญิง
- การออกกำลังกายที่หนักเกินไป: การออกกำลังกายที่หนักและต่อเนื่องโดยเฉพาะในนักกีฬาอาชีพ อาจทำให้เกิดภาวะขาดประจำเดือนได้ เนื่องจากร่างกายผลิตไขมันได้ไม่เพียงพอต่อการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง
- โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคของต่อมไทรอยด์ ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือเนื้องอกในสมองบางชนิด
- การใช้ยาบางประเภท: เช่น ยาควบคุมความดันโลหิต ยาต้านซึมเศร้า หรือยาคุมกำเนิดบางชนิดที่ทำให้ไม่มีประจำเดือน
- การเข้าสู่วัยทองก่อนกำหนด (Premature Ovarian Insufficiency): เป็นภาวะที่รังไข่หยุดทำงานก่อนอายุ 40 ปี
สัญญาณที่ควรไปพบแพทย์
หากคุณมีอาการขาดประจำเดือน โดยเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง:
- ขาดประจำเดือนติดต่อกัน 3 เดือนขึ้นไป โดยที่ไม่ได้ตั้งครรภ์
- มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ มองเห็นไม่ชัด ผมร่วง มีขนขึ้นที่ใบหน้าหรือลำตัว
การวินิจฉัยและการรักษา
แพทย์จะทำการวินิจฉัยหาสาเหตุของภาวะขาดประจำเดือนโดยการ:
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย: เพื่อดูว่ามีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่
- ตรวจเลือด: เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือน
- ตรวจอัลตราซาวนด์: เพื่อดูความผิดปกติของมดลูกและรังไข่
แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบ เช่น หากเกิดจากความเครียด แพทย์อาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน อาจใช้การรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด
ภาวะขาดประจำเดือนไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยปละละเลย เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง การทำความเข้าใจสาเหตุและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที ซึ่งจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

