มะเขือเทศเก็บได้นานแค่ไหน? เผยวิธีเก็บแต่ละแบบ และเคล็ดลับยืดอายุให้นานขึ้น

มะเขือเทศเก็บได้นานแค่ไหน? เผยวิธีเก็บแต่ละแบบ และเคล็ดลับยืดอายุให้นานขึ้น

มะเขือเทศเก็บได้นานแค่ไหน? เผยวิธีเก็บแต่ละแบบ และเคล็ดลับยืดอายุให้นานขึ้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

“มะเขือเทศ" เก็บได้นานแค่ไหน? เว็บไซต์ grape Japan แนะนำวิธีเก็บแต่ละแบบ และเคล็ดลับยืดอายุให้นานขึ้น

คุณเคยมีประสบการณ์ “มะเขือเทศที่เก็บไว้เสีย” หรือไม่?

อายุการเก็บของมะเขือเทศจะแตกต่างกันไปตามวิธีเก็บ ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิห้อง, แช่เย็น, หรือ แช่แข็ง ดังนั้นหากต้องการคงความสด จำเป็นต้องรู้วิธีเก็บที่เหมาะสมสำหรับแต่ละแบบ

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก อายุการเก็บของมะเขือเทศในแต่ละสภาพการเก็บ, วิธีเก็บที่ถูกต้อง, และ วิธีสังเกตว่ามะเขือเทศเน่าเสียจนกินไม่ได้

เรียนรู้เคล็ดลับยืดอายุมะเขือเทศ เพื่อให้สามารถใช้มะเขือเทศได้อร่อยและปลอดภัยจนหมดทุกลูก

อายุการเก็บมะเขือเทศตามวิธีเก็บ

มะเขือเทศมีอายุการเก็บแตกต่างกันตามสภาพการเก็บ เช่น อุณหภูมิห้อง, แช่เย็น, หรือ แช่แข็ง โดยประมาณ ดังนี้

  • เก็บที่อุณหภูมิห้อง: ประมาณ 1 สัปดาห์ (ยกเว้นช่วงฤดูร้อน)

  • เก็บในตู้เย็น: ประมาณ 7–10 วัน

  • แช่แข็ง: ประมาณ 1 เดือน

หมายเหตุ: สำหรับมะเขือเทศที่ขายตามท้องตลาด มักไม่ได้ระบุวันหมดอายุชัดเจน ดังนั้นระยะเวลาข้างต้นถือเป็นแนวทางประมาณการเท่านั้น

เนื่องจากอายุการเก็บของมะเขือเทศเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและสภาพการเก็บ จึงควรสังเกตและรับประทานเมื่อยังสดอยู่

นอกจากนี้ การควบคุมอุณหภูมิ ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเก็บมะเขือเทศ อุณหภูมิที่เหมาะสมแตกต่างกันตามระดับความสุก

  • มะเขือเทศสุกสีแดง: เหมาะกับอุณหภูมิราว 10°C

  • มะเขือเทศยังไม่สุกสีเขียว: เหมาะกับอุณหภูมิ 15–25°C เพื่อให้สุกต่อ

หากเก็บในอุณหภูมิสูงเกินไป มะเขือเทศจะเน่าเสียได้ง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเก็บที่อุณหภูมิห้องในช่วงฤดูร้อนหรือเมื่ออากาศร้อนจัด

Pixabay

อายุการเก็บมะเขือเทศหั่นแล้ว

มะเขือเทศที่หั่นแล้วและเก็บในตู้เย็น สามารถเก็บได้ประมาณ 2 วัน

เนื่องจากเนื้อมะเขือเทศสัมผัสอากาศง่าย ทำให้แห้งเร็ว จึงควรห่อด้วยพลาสติกให้แน่น เพื่อปิดไม่ให้ส่วนที่หั่นออกโดนอากาศ จากนั้นเก็บในตู้เย็น

นอกจากนี้ มะเขือเทศหั่นแล้วเน่าเสียง่าย แม้ยังไม่ครบ 2 วันก็ควรรีบใช้ให้หมดเพื่อความสดและปลอดภัย

เพื่อยืดอายุมะเขือเทศ ควรเข้าใจลักษณะการเก็บแต่ละวิธีอย่างถูกต้อง

วิธีเก็บมะเขือเทศที่อุณหภูมิห้อง, แช่เย็น และแช่แข็ง

ซึ่งคุณสามารถนำไปปฏิบัติได้ดังนี้

  • เก็บที่อุณหภูมิห้อง

ขั้นตอนการเก็บมะเขือเทศ มีดังนี้

  1. ห่อมะเขือเทศแต่ละลูกด้วยกระดาษทิชชู่หรือหนังสือพิมพ์

  2. วางโดยให้ก้านอยู่ด้านล่าง เก็บในที่มืดและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง

เนื้อมะเขือเทศนิ่มและเป็นรอยง่าย ดังนั้นควรห่อแยกแต่ละลูก เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับ ช่วยรักษาความสดได้นานขึ้น

เหตุผลที่วางก้านด้านล่าง เพราะเนื้อมะเขือเทศใกล้ก้านแข็งและมั่นคงกว่า หากวางก้านด้านบน น้ำหนักตัวมะเขือเทศอาจทำให้บุบได้ง่าย

ในการเก็บที่อุณหภูมิห้อง ควรสังเกตความสุกและอุณหภูมิ ของมะเขือเทศ

  • มะเขือเทศสุกสีแดง: เหมาะกับอุณหภูมิราว 10°C

  • มะเขือเทศยังไม่สุกสีเขียว: เหมาะกับอุณหภูมิ 15–25°C เพื่อให้สุกต่อ

หากไม่มีวัตถุประสงค์จะกินมะเขือเทศสุกทันที หรือเร่งให้มะเขือเทศยังไม่สุกสุกต่อ การเก็บในตู้เย็นหรือแช่แข็ง จะปลอดภัยและยืดอายุได้นานกว่า

  • การเก็บมะเขือเทศในตู้เย็น

ขั้นตอนการเก็บมะเขือเทศในตู้เย็น มีดังนี้

  1. ห่อมะเขือเทศแต่ละลูกด้วยกระดาษทิชชูหรือหนังสือพิมพ์

  2. ใส่ถุงพลาสติก เพื่อป้องกันความแห้ง

  3. วางก้านด้านล่าง เก็บในช่องผักที่อุณหภูมิประมาณ 10°C

ควรระวังไม่ให้มะเขือเทศเย็นเกินไป เพราะจะเกิดอาการเสียจากความเย็น ทำให้เนื้อและรสชาติด้อยลง

  • หากตู้เย็นมีช่องผัก แนะนำเก็บที่นั่นเพราะอุณหภูมิไม่เย็นจัด

  • หากไม่มีช่องผัก ให้วางห่างจากช่องลมเย็นตรง เพื่อป้องกันเย็นเกินไป

สำหรับมะเขือเทศหั่นแล้ว ควรห่อด้วยพลาสติกแน่น ๆ เพื่อป้องกันการแห้ง และเก็บในตู้เย็นเช่นกัน

  • การเก็บมะเขือเทศแช่แข็ง

มะเขือเทศสามารถเก็บในช่องแช่แข็งได้นานประมาณ 1 เดือน เหมาะสำหรับกรณีที่ไม่สามารถใช้หมดทันที

สามารถเก็บได้ทั้งลูกเต็ม หรือหั่นแล้ว โดยวิธีเก็บแต่ละแบบดังนี้

  • เก็บเป็นลูกเต็ม
  1. ล้างมะเขือเทศด้วยน้ำและเช็ดให้แห้งสนิท

  2. คว้านก้านออก

  3. ใส่ในถุงสำหรับแช่แข็ง แล้วเก็บในช่องแช่แข็ง

  • เก็บมะเขือเทศแบบหั่นแช่แข็ง
  1. ล้างมะเขือเทศและเช็ดให้แห้ง จากนั้นคว้านก้านออกแล้วหั่นเป็นขนาดที่ต้องการ

  2. ใส่มะเขือเทศลงในถุงสำหรับแช่แข็ง โดยจัดให้ไม่ซ้อนทับกัน เพื่อให้แช่แข็งได้ทั่วถึง

  3. รีดอากาศออกจากถุงให้มากที่สุด แล้วปิดให้สนิท

  4. วางถุงบนถาดโลหะ ก่อนนำเข้าช่องแช่แข็ง เพื่อช่วยให้เย็นตัวเร็วและคงคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น

การวางมะเขือเทศบนถาดโลหะ จะช่วยให้ความเย็นกระจายเร็วขึ้น ทำให้เวลาแช่แข็งสั้นลงและคงความสดได้ดีกว่า หากไม่มีถาดโลหะ สามารถใช้ฟอยล์อลูมิเนียมห่อแทนได้เช่นกัน

ไม่ว่าจะแช่แข็งทั้งลูกหรือหั่นแล้ว อายุการเก็บจะเท่ากัน ควรเลือกวิธีที่เหมาะสมตามพื้นที่ในช่องแช่แข็งและการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม มะเขือเทศแช่แข็งไม่เหมาะสำหรับกินสด เพราะเมื่อละลายจะมีน้ำออกและเนื้อสัมผัสเปลี่ยน แนะนำให้ใช้ทำซอสมะเขือเทศ, ตุ๋น หรือปรุงอาหารที่ต้องปรุงสุกจะเหมาะสมที่สุด

Dmitry Demidov

วิธีสังเกตมะเขือเทศที่หมดอายุหรือเน่าเสีย

แม้จะคิดว่าจัดเก็บอย่างถูกต้องแล้ว แต่มะเขือเทศก็อาจเน่าเสียได้ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ วิธีเก็บ และระยะเวลาในการเก็บ

เพื่อหลีกเลี่ยงการรับประทานโดยไม่ตั้งใจ แนะนำ 3 เกณฑ์หลักในการสังเกตมะเขือเทศที่เสีย

สังเกตจากลักษณะภายนอก

มะเขือเทศที่เริ่มเน่าเสียสามารถสังเกตได้จากลักษณะผิวภายนอก

  • มะเขือเทศที่ ผิวหมอง ไม่มีความเงา หรือมีริ้วรอยเหี่ยวย่น แสดงว่าคุณภาพเริ่มลดลง แต่ยังไม่ถึงขั้นเน่าเสีย อาจยังรับประทานได้

  • หากกังวล สามารถ หั่นเพื่อตรวจด้านใน ก่อนรับประทาน

  • แม้ภายนอกดูปกติ แต่หากรู้สึก ไม่มั่นใจจะกินสด แนะนำให้ใช้ ปรุงสุก จะปลอดภัยกว่า

อย่างไรก็ตาม หากมะเขือเทศมีอาการเน่าหรือราขึ้น ควรทิ้งทันที

  • มีราขึ้นบนผิว

  • สีเปลี่ยนเป็นดำหรือน้ำตาล

  • ผิวเหนียวผิดปกติ

  • เปลือกแตก น้ำด้านในไหลออกมา

ส่วนที่ใกล้ก้านหรือรอยบุ๋ม มักเน่าเสียง่ายและเป็นจุดที่ราขึ้นได้ง่าย จึงควรตรวจสอบมะเขือเทศเป็นระยะ ๆ ขณะเก็บรักษา

สังเกตจากความรู้สึกเมื่อสัมผัส

การตรวจความสดของมะเขือเทศสามารถทำได้ด้วยการสัมผัสผิวผล

  • มะเขือเทศสดใหม่จะมีผิวตึง เงา และเนื้อแน่น เมื่อจับให้ความรู้สึกแข็งพอสมควร

  • มะเขือเทศที่เริ่มเสียจะนิ่มผิดปกติ หรือมีความลื่นเหนียวบนผิว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าภายในเริ่มเสื่อมสภาพและมีน้ำซึมออกมา

หากเพียงนิ่มเล็กน้อยยังอาจรับประทานได้ แต่ควรตรวจสอบทั้งลักษณะภายนอกและกลิ่น และหากรู้สึกไม่มั่นใจ ควรงดรับประทานเพื่อความปลอดภัย

สังเกตจากกลิ่น

มะเขือเทศที่เริ่มเน่าเสียมักสามารถสังเกตได้จากกลิ่น

  • มะเขือเทศที่เน่าอาจมีกลิ่นเปรี้ยวฉุน หรือเหม็นหมัก

  • แม้ภายนอกดูปกติ แต่หากกลิ่นผิดปกติเมื่อหยิบขึ้นมา ควรระวัง เพราะอาจมีการเน่าในหรือราขึ้นภายใน

  • หากได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรทิ้งทันทีเพื่อความปลอดภัย

เข้าใจอายุการเก็บและวิธีเก็บมะเขือเทศ เพื่อใช้ให้หมดอย่างอร่อย

อายุการเก็บของมะเขือเทศแตกต่างกันตามสภาพการเก็บ เช่น อุณหภูมิห้อง, แช่เย็น หรือแช่แข็ง แต่ละวิธีมีวิธีเก็บที่เหมาะสม

ควรให้ความสำคัญกับอุณหภูมิที่เหมาะสมด้วย

แม้ยังอยู่ในระยะเวลาแนะนำ แต่หากสภาพการเก็บไม่ดี มะเขือเทศอาจเริ่มเน่าเสียได้ หากสังเกตความผิดปกติหรือเก็บมานาน ควรตรวจสอบสภาพก่อนรับประทานทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล