7 พฤติกรรมการกินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแบบยั่งยืน

7 พฤติกรรมการกินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแบบยั่งยืน

7 พฤติกรรมการกินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแบบยั่งยืน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญของความงามและความมั่นใจของสาว ๆ ค่ะ และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมก็คือภูมิคุ้มกันนั่นเอง หากภูมิคุ้มกันแข็งแรง เราก็พร้อมเผชิญกับมลภาวะ ความเครียด และไวรัสต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ วันนี้เราจึงจะพาคุณผู้หญิงไปรู้จักกับ 7 พฤติกรรมการกินง่าย ๆ ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและยั่งยืนกันค่ะ

1.กินผักผลไม้ให้หลากหลายและสม่ำเสมอ

สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผักผลไม้ เช่น วิตามิน C, A และ E มีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นค่ะ ยิ่งถ้าเรากินหลากหลายสีสันก็ยิ่งดี เช่น เบอร์รี่ แครอท บรอกโคลี มะเขือเทศ และฝรั่ง เพราะสารอาหารในแต่ละชนิดจะทำหน้าที่ต่างกัน จึงพร้อมจะเสริมกันแบบครบวงจร

2.เลือกโปรตีนคุณภาพดีทุกวัน

โปรตีนเป็นส่วนประกอบหลักของแอนติบอดี้และเอนไซม์ในระบบภูมิคุ้มกัน สาว ๆ จึงควรเลือกรับประทานโปรตีนที่หลากหลาย เช่น ไข่ ถั่ว เต้าหู้ ปลา และอกไก่ เพื่อลดการอักเสบและส่งเสริมการฟื้นฟูของร่างกายค่ะ โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึกยังมีโอเมก้า-3 ที่ช่วยลดการอักเสบได้ดีอีกด้วย

3.เติมไขมันดีให้ร่างกาย

ไขมันดีไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนคิดนะคะ โดยเฉพาะไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เช่น โอเมก้า-3 และ 6 ซึ่งมีในปลาทะเล น้ำมันมะกอก เมล็ดแฟลกซ์ และวอลนัท ช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำงานเกินพอดี ลดความเสี่ยงของภาวะภูมิแพ้และการอักเสบเรื้อรังได้ค่ะ

4.ดื่มน้ำให้เพียงพอ

แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่น้ำคือกลไกสำคัญในการขับของเสียและนำพาสารอาหารไปยังเซลล์ต่าง ๆ ภูมิคุ้มกันจะทำงานได้ดีต่อเมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ โดยควรดื่มน้ำเปล่า 6–8 แก้วต่อวัน และอาจมากกว่านั้นในวันที่มีอากาศร้อน หรือวันออกกำลังกาย

5.ลดน้ำตาลและของหวาน

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าน้ำตาลสามารถลดความสามารถของเซลล์เม็ดเลือดขาว ในการต่อสู้กับเชื้อโรคภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังการบริโภค การลดขนมหวาน น้ำอัดลม หรือกาแฟหวานจัด จึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มที่ และยังลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังในระยะยาวด้วยนะคะ

6.ใส่ใจอาหารที่มีฤทธิ์ต้านไวรัส

อาหารบางชนิดในครัวบ้านเรานี่ล่ะค่ะที่มีสารต้านไวรัสและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น กระเทียม ขิง ขมิ้น เห็ดหลินจือ และหอมแดง ซึ่งสามารถเสริมเข้าไปในอาหารได้ง่าย ๆ เช่น ทำแกงจืด ข้าวต้ม หรือต้มยำ หรือใครจะดื่มเป็นชาสมุนไพรอุ่น ๆ ก่อนนอนก็ได้บรรยากาศผ่อนคลายและดีต่อร่างกาย 

7.จัดตารางอาหารให้สัมพันธ์กับการพักผ่อน

ระบบภูมิคุ้มกันซ่อมแซมตัวเองขณะเราหลับ การกินดึกหรือกินของหนักก่อนนอน จึงอาจทำให้การนอนหลับถูกรบกวน  ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง แนะนำให้ทานอาหารเย็นให้เสร็จอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงก่อนนอน และเลือกอาหารย่อยง่าย เช่น อาหารต้ม นึ่ง หรือย่างจะเหมาะกว่า

คุณผู้หญิงที่อยากดูแลสุขภาพให้แข็งแรงจากภายใน แค่ปรับพฤติกรรมการกินเล็กน้อยในแต่ละวัน ก็สามารถสร้างเกราะป้องกันโรคภัยให้ร่างกายได้อย่างยั่งยืนแล้วค่ะ ไม่ต้องลงทุนแพง ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมมากมาย แค่กลับมารักตัวเองผ่านจานอาหารและความใส่ใจในสิ่งเล็ก ๆ ทุกวัน สุขภาพดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว เริ่มวันนี้ สาว ๆ จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งแน่นอนค่ะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล