ทำไมเปลือกแก้วมังกรถึงถูกเรียกว่า “ขุมทรัพย์สุขภาพ”

ทำไมเปลือกแก้วมังกรถึงถูกเรียกว่า “ขุมทรัพย์สุขภาพ”

ทำไมเปลือกแก้วมังกรถึงถูกเรียกว่า “ขุมทรัพย์สุขภาพ”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการกินเนื้อของแก้วมังกร แต่เปลือกแก้วมังกร ก็เป็นแหล่งรวมสารอาหารสำคัญหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงามอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ หรือสารฟลาโวนอยด์ บทความนี้จะพาคุณไปเปิดโลกใหม่ของการใช้ประโยชน์จากเปลือกผลไม้ที่หลายคนมองข้าม

เปลือกแก้วมังกรคืออะไร? ทำไมถึงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

เปลือกแก้วมังกรคือส่วนของผลไม้ที่อยู่ภายนอกเนื้อ ซึ่งโดยทั่วไปมีลักษณะหนา สีชมพูหรือแดง มีแถบสีเขียวตามขอบเปลือก หลายคนมักทิ้งโดยไม่รู้ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะในสายพันธุ์แก้วมังกรเนื้อแดงที่มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) มากกว่าพันธุ์อื่น

ในทางโภชนาการ เปลือกนี้อุดมด้วย

  • ไฟเบอร์ ช่วยระบบขับถ่าย

  • สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์

  • ฟลาโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

  • เบตาเลน (Betalains) ช่วยต้านมะเร็งและเสริมภูมิคุ้มกัน

5 เหตุผลที่เปลือกแก้วมังกรคือ “ขุมทรัพย์สุขภาพ” ที่ไม่ควรมองข้าม

1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคร้าย

เปลือกแก้วมังกรมีสารแอนโทไซยานินที่ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคเรื้อรังต่างๆ

2. มีไฟเบอร์สูง ช่วยระบบขับถ่าย

ใยอาหารในเปลือกแก้วมังกรช่วยเพิ่มกากในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ลดการสะสมของสารพิษในร่างกาย เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง

3. ลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน

ฟลาโวนอยด์และเบตาเลนในเปลือกแก้วมังกรช่วยยับยั้งการอักเสบในระดับเซลล์ และส่งเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันการติดเชื้อและโรคแพ้ภูมิตัวเอง

4. ชะลอวัย บำรุงผิวให้กระจ่างใส

สารพฤกษเคมีในเปลือกแก้วมังกรช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และทำให้ผิวเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

5. ลดของเสียในครัว ตามแนวคิด Zero Waste

การนำเปลือกแก้วมังกรมาใช้ช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ในครัวเรือน และยังต่อยอดได้หลากหลาย ทั้งด้านสุขภาพและงานฝีมือ

วิธีใช้เปลือกแก้วมังกรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

1. ล้างให้สะอาดก่อนใช้

ควรล้างเปลือกแก้วมังกรด้วยน้ำเกลือหรือน้ำส้มสายชูเจือจางเพื่อลดสารเคมีตกค้าง จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง

2. เล็มขอบแหลมออกก่อนนำไปใช้

ส่วนขอบเปลือกที่เป็นแถบสีเขียวแข็งอาจระคายเคืองหรือบดได้ยาก ควรตัดออกก่อนนำไปแปรรูป

3. วิธีใช้งาน

  • ตากแห้งแล้วบดเป็นผง ใช้ชงดื่มหรือทำสบู่

  • ต้มเป็นชา เพิ่มน้ำผึ้งหรือมะนาวเล็กน้อย

  • ทำมาสก์หน้า โดยบดเปลือกผสมโยเกิร์ต น้ำผึ้ง หรือว่านหางจระเข้

  • แปรรูปเป็นขนมหรือแยม เพิ่มสีสันธรรมชาติและใยอาหาร

ข้อควรระวังในการใช้เปลือกแก้วมังกร

  • หากมีอาการแพ้ ควรหยุดใช้ทันที

  • เลือกผลไม้ที่ปลอดสารพิษ หรือออร์แกนิกจะปลอดภัยกว่า

  • ไม่ควรใช้ในเด็กเล็กหรือผู้ที่มีผิวบอบบางมากโดยไม่ทดสอบการแพ้ก่อน

งานวิจัยสนับสนุนคุณค่าของเปลือกแก้วมังกร

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และวารสาร International Journal of Food Science รายงานว่า เปลือกแก้วมังกรมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง และสามารถนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือใช้ในเครื่องสำอางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปลือกแก้วมังกร ของดีที่ไม่ควรมองข้าม

อย่ามองว่าเปลือกแก้วมังกรเป็นเพียงขยะ เพราะในเปลือกนี้ซ่อนคุณค่าสุขภาพมหาศาล ทั้งในด้านการบำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน และความงามจากธรรมชาติ หากใช้ให้ถูกวิธีและปลอดภัย คุณอาจได้ทั้งสุขภาพดีและช่วยโลกไปพร้อมกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล