ทำไมเปลือกแก้วมังกรถึงถูกเรียกว่า “ขุมทรัพย์สุขภาพ”

คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการกินเนื้อของแก้วมังกร แต่เปลือกแก้วมังกร ก็เป็นแหล่งรวมสารอาหารสำคัญหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงามอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ หรือสารฟลาโวนอยด์ บทความนี้จะพาคุณไปเปิดโลกใหม่ของการใช้ประโยชน์จากเปลือกผลไม้ที่หลายคนมองข้าม
เปลือกแก้วมังกรคืออะไร? ทำไมถึงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
เปลือกแก้วมังกรคือส่วนของผลไม้ที่อยู่ภายนอกเนื้อ ซึ่งโดยทั่วไปมีลักษณะหนา สีชมพูหรือแดง มีแถบสีเขียวตามขอบเปลือก หลายคนมักทิ้งโดยไม่รู้ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะในสายพันธุ์แก้วมังกรเนื้อแดงที่มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) มากกว่าพันธุ์อื่น
ในทางโภชนาการ เปลือกนี้อุดมด้วย
- ไฟเบอร์ ช่วยระบบขับถ่าย
- สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์
- ฟลาโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
- เบตาเลน (Betalains) ช่วยต้านมะเร็งและเสริมภูมิคุ้มกัน
5 เหตุผลที่เปลือกแก้วมังกรคือ “ขุมทรัพย์สุขภาพ” ที่ไม่ควรมองข้าม
1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคร้าย
เปลือกแก้วมังกรมีสารแอนโทไซยานินที่ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคเรื้อรังต่างๆ
2. มีไฟเบอร์สูง ช่วยระบบขับถ่าย
ใยอาหารในเปลือกแก้วมังกรช่วยเพิ่มกากในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ลดการสะสมของสารพิษในร่างกาย เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง
3. ลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน
ฟลาโวนอยด์และเบตาเลนในเปลือกแก้วมังกรช่วยยับยั้งการอักเสบในระดับเซลล์ และส่งเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันการติดเชื้อและโรคแพ้ภูมิตัวเอง
4. ชะลอวัย บำรุงผิวให้กระจ่างใส
สารพฤกษเคมีในเปลือกแก้วมังกรช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และทำให้ผิวเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
5. ลดของเสียในครัว ตามแนวคิด Zero Waste
การนำเปลือกแก้วมังกรมาใช้ช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ในครัวเรือน และยังต่อยอดได้หลากหลาย ทั้งด้านสุขภาพและงานฝีมือ
วิธีใช้เปลือกแก้วมังกรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
1. ล้างให้สะอาดก่อนใช้
ควรล้างเปลือกแก้วมังกรด้วยน้ำเกลือหรือน้ำส้มสายชูเจือจางเพื่อลดสารเคมีตกค้าง จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง
2. เล็มขอบแหลมออกก่อนนำไปใช้
ส่วนขอบเปลือกที่เป็นแถบสีเขียวแข็งอาจระคายเคืองหรือบดได้ยาก ควรตัดออกก่อนนำไปแปรรูป
3. วิธีใช้งาน
- ตากแห้งแล้วบดเป็นผง ใช้ชงดื่มหรือทำสบู่
- ต้มเป็นชา เพิ่มน้ำผึ้งหรือมะนาวเล็กน้อย
- ทำมาสก์หน้า โดยบดเปลือกผสมโยเกิร์ต น้ำผึ้ง หรือว่านหางจระเข้
- แปรรูปเป็นขนมหรือแยม เพิ่มสีสันธรรมชาติและใยอาหาร
ข้อควรระวังในการใช้เปลือกแก้วมังกร
- หากมีอาการแพ้ ควรหยุดใช้ทันที
- เลือกผลไม้ที่ปลอดสารพิษ หรือออร์แกนิกจะปลอดภัยกว่า
- ไม่ควรใช้ในเด็กเล็กหรือผู้ที่มีผิวบอบบางมากโดยไม่ทดสอบการแพ้ก่อน
งานวิจัยสนับสนุนคุณค่าของเปลือกแก้วมังกร
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และวารสาร International Journal of Food Science รายงานว่า เปลือกแก้วมังกรมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง และสามารถนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือใช้ในเครื่องสำอางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปลือกแก้วมังกร ของดีที่ไม่ควรมองข้าม
อย่ามองว่าเปลือกแก้วมังกรเป็นเพียงขยะ เพราะในเปลือกนี้ซ่อนคุณค่าสุขภาพมหาศาล ทั้งในด้านการบำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน และความงามจากธรรมชาติ หากใช้ให้ถูกวิธีและปลอดภัย คุณอาจได้ทั้งสุขภาพดีและช่วยโลกไปพร้อมกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

