ขจัดทุกคราบสกปรก เทคนิคซักผ้าแบบมือโปร ให้ผ้าสะอาดเหมือนใหม่

ปัญหาคราบสกปรกบนเสื้อผ้าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อขาวที่หมอง เสื้อดำที่ซีด คราบอาหาร คราบเลือด หรือแม้แต่คราบเชื้อราที่ยากจะขจัดออก การซักผ้าอย่างถูกวิธีและใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับชนิดของคราบ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เสื้อผ้าของคุณกลับมาสะอาด และใช้งานได้นานยิ่งขึ้น บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคการซักผ้าแบบต่าง ๆ เพื่อขจัดคราบที่พบบ่อย ให้คุณเป็นมือโปรเรื่องผ้า
1. คืนความขาวให้เสื้อหมอง (สำหรับผ้าขาว)
สิ่งที่ต้องใช้: ผงซักฟอก, น้ำยาซักขจัดคราบ, น้ำส้มสายชู, น้ำยาล้างจาน
- ผสมผงซักฟอกกับน้ำยาซักผ้าขาวในน้ำเปล่า (ตามอัตราส่วนที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์)
- เติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย (ประมาณ 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 กะละมัง)
- นำผ้าขาวที่หมองลงแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
- นำไปซักตามปกติ ทั้งซักมือหรือซักเครื่อง
เคล็ดลับ: น้ำส้มสายชูจะช่วยปรับสภาพน้ำและขจัดคราบฝังแน่นที่ทำให้ผ้าหมองได้ดี
2. ซักเสื้อดำไม่ให้หมอง ไม่ซีด (สำหรับผ้าสีเข้ม)
สิ่งที่ต้องใช้: ผงซักฟอก, เบกกิ้งโซดา (Baking Soda)
- เติมน้ำยาซักผ้าสำหรับผ้าสีตามปกติ
- เติมเบกกิ้งโซดาประมาณ 1/2 ถ้วยตวงลงไปพร้อมกับน้ำยาซักผ้า
- ซักผ้าตามปกติในเครื่องซักผ้า
เคล็ดลับ: เบกกิ้งโซดาจะช่วยขจัดความหมองออกจากสีผ้า และยังช่วยขจัดกลิ่นอับได้อีกด้วย ควรใช้น้ำเย็นในการซักผ้าสีเข้มเสมอ เพื่อลดการสีตก
3. แก้เสื้อผ้าสีตก (เมื่อผ้าสีไปปนกับผ้าขาว)
ปัญหาสุดคลาสสิกที่ทำให้เสื้อผ้าขาวต้องปนเปื้อนคราบสี นี่คือวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
สิ่งที่ต้องใช้: น้ำยาซักผ้าขาว, น้ำส้มสายชู
- แยกผ้าที่สีตกออกจากผ้าอื่นๆ
- ผสมน้ำยาซักผ้าขาวกับน้ำส้มสายชูในน้ำเปล่า
- นำผ้าที่สีตกลงไปแช่ทิ้งไว้สักครู่ (ไม่ควรแช่นานเกินไป)
- ขยี้ผ้าบริเวณที่เลอะ แล้วนำไปซักตามปกติด้วยน้ำยาซักผ้า
เคล็ดลับ: ทำทันทีที่พบว่าผ้าสีตก ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสแก้ได้สำเร็จสูง
4. กำจัดคราบน้ำมันบนเสื้อผ้า
สิ่งที่ต้องใช้: ผ้าสะอาดหรือทิชชู, แป้งเด็ก หรือแป้งข้าวโพด, น้ำยาล้างจาน
- ใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู ซับคราบน้ำมันส่วนเกินออก ให้มากที่สุด ห้ามถู!
- โรยแป้งเด็กหรือแป้งข้าวโพดลงบนคราบให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้แป้งดูดซับไขมัน
- ใช้แปรงสีฟันเก่าหรือนิ้วมือ ขยี้แป้งเบาๆ ให้หลุดออกไปพร้อมไขมันที่ดูดซับไว้
- จากนั้นใช้ น้ำยาล้างจารผสมน้ำทาลงบนรอยเปื้อน แล้วขยี้ตรงรอยเปื้อน นำไปซักตามปกติ
เคล็ดลับ: ทำทันทีที่เกิดคราบ จะช่วยให้คราบหลุดออกง่ายขึ้นมาก
5. ขจัดคราบเลือดบนเสื้อผ้า
สิ่งที่ต้องใช้: น้ำเย็น, ผงซักฟอก/น้ำยาซักผ้า, แป้งเด็ก หรือเกลือ น้ำยาล้างจาน
- รีบล้างคราบเลือดด้วยน้ำเย็นทันที ห้ามใช้น้ำร้อนเด็ดขาด เพราะความร้อนจะทำให้โปรตีนในเลือดแข็งตัวและฝังแน่น
- โรยผงซักฟอก หรือป้ายน้ำยาซักผ้าตรงจุดที่เป็นคราบ หรือใช้สบู่ซักผ้าขยี้เบาๆ
- แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที
- ล้างด้วยน้ำเย็น ใช้น้ำยาล้างจานลงบนคราบ แล้วขยี้อีกครั้งจนรอยหายไป ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำเย็น
- นำไปซักตามปกติ
เคล็ดลับ: หากเป็นคราบเลือดแห้งกรัง อาจต้องแช่ในน้ำเย็นผสมเกลือ หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เจือจางก่อน แล้วค่อยล้างออก
6. กำจัดคราบเชื้อรา
สิ่งที่ต้องใช้: น้ำร้อน, น้ำส้มสายชู, ผงซักฟอก
- ผสมน้ำร้อนกับน้ำส้มสายชู และผงซักฟอก
- นำผ้าที่มีคราบเชื้อราลงแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน หรืออย่างน้อย 1 วัน
- นำไปซักตามปกติ
เคล็ดลับ: หลังซักเสร็จ ควรนำผ้าไปตากแดดจัด ๆ เพื่อฆ่าเชื้อราและป้องกันกลิ่นอับชื้น
ข้อควรจำเพื่อการดูแลเสื้อผ้าให้สะอาดและคงทน
- แยกผ้า: แยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกันเสมอ เพื่อป้องกันสีตก
- อ่านป้ายฉลาก: ตรวจสอบคำแนะนำในการซักและดูแลรักษาบนป้ายเสื้อ
- ใช้น้ำยา/ผงซักฟอกที่เหมาะสม: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับชนิดของผ้าและเครื่องซักผ้าของคุณ
- ตากผ้าให้แห้งสนิท: เพื่อป้องกันกลิ่นอับและเชื้อรา
- ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเป็นประจำ: เพื่อป้องกันการสะสมของคราบสกปรกและกลิ่นอับในเครื่อง
ด้วยเทคนิคเหล่านี้ คุณจะสามารถจัดการกับคราบสกปรกต่างๆ บนเสื้อผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เสื้อผ้าของคุณสะอาด หอมสดชื่น และดูดีเหมือนใหม่อยู่เสมอ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

