ขจัดทุกคราบสกปรก เทคนิคซักผ้าแบบมือโปร ให้ผ้าสะอาดเหมือนใหม่

ขจัดทุกคราบสกปรก เทคนิคซักผ้าแบบมือโปร ให้ผ้าสะอาดเหมือนใหม่

ขจัดทุกคราบสกปรก เทคนิคซักผ้าแบบมือโปร ให้ผ้าสะอาดเหมือนใหม่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปัญหาคราบสกปรกบนเสื้อผ้าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อขาวที่หมอง เสื้อดำที่ซีด คราบอาหาร คราบเลือด หรือแม้แต่คราบเชื้อราที่ยากจะขจัดออก การซักผ้าอย่างถูกวิธีและใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับชนิดของคราบ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เสื้อผ้าของคุณกลับมาสะอาด และใช้งานได้นานยิ่งขึ้น บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคการซักผ้าแบบต่าง ๆ เพื่อขจัดคราบที่พบบ่อย ให้คุณเป็นมือโปรเรื่องผ้า

1. คืนความขาวให้เสื้อหมอง (สำหรับผ้าขาว)

สิ่งที่ต้องใช้: ผงซักฟอก, น้ำยาซักขจัดคราบ, น้ำส้มสายชู, น้ำยาล้างจาน

  1. ผสมผงซักฟอกกับน้ำยาซักผ้าขาวในน้ำเปล่า (ตามอัตราส่วนที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์)
  2. เติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย (ประมาณ 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 กะละมัง)
  3. นำผ้าขาวที่หมองลงแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
  4. นำไปซักตามปกติ ทั้งซักมือหรือซักเครื่อง

เคล็ดลับ: น้ำส้มสายชูจะช่วยปรับสภาพน้ำและขจัดคราบฝังแน่นที่ทำให้ผ้าหมองได้ดี

2. ซักเสื้อดำไม่ให้หมอง ไม่ซีด (สำหรับผ้าสีเข้ม)

สิ่งที่ต้องใช้: ผงซักฟอก, เบกกิ้งโซดา (Baking Soda)

  1. เติมน้ำยาซักผ้าสำหรับผ้าสีตามปกติ
  2. เติมเบกกิ้งโซดาประมาณ 1/2 ถ้วยตวงลงไปพร้อมกับน้ำยาซักผ้า
  3. ซักผ้าตามปกติในเครื่องซักผ้า

เคล็ดลับ: เบกกิ้งโซดาจะช่วยขจัดความหมองออกจากสีผ้า และยังช่วยขจัดกลิ่นอับได้อีกด้วย ควรใช้น้ำเย็นในการซักผ้าสีเข้มเสมอ เพื่อลดการสีตก

3. แก้เสื้อผ้าสีตก (เมื่อผ้าสีไปปนกับผ้าขาว)

ปัญหาสุดคลาสสิกที่ทำให้เสื้อผ้าขาวต้องปนเปื้อนคราบสี นี่คือวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สิ่งที่ต้องใช้: น้ำยาซักผ้าขาว, น้ำส้มสายชู

  1. แยกผ้าที่สีตกออกจากผ้าอื่นๆ
  2. ผสมน้ำยาซักผ้าขาวกับน้ำส้มสายชูในน้ำเปล่า
  3. นำผ้าที่สีตกลงไปแช่ทิ้งไว้สักครู่ (ไม่ควรแช่นานเกินไป)
  4. ขยี้ผ้าบริเวณที่เลอะ แล้วนำไปซักตามปกติด้วยน้ำยาซักผ้า

เคล็ดลับ: ทำทันทีที่พบว่าผ้าสีตก ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสแก้ได้สำเร็จสูง

4. กำจัดคราบน้ำมันบนเสื้อผ้า

สิ่งที่ต้องใช้: ผ้าสะอาดหรือทิชชู, แป้งเด็ก หรือแป้งข้าวโพด, น้ำยาล้างจาน

  1. ใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู ซับคราบน้ำมันส่วนเกินออก ให้มากที่สุด ห้ามถู!
  2. โรยแป้งเด็กหรือแป้งข้าวโพดลงบนคราบให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้แป้งดูดซับไขมัน
  3. ใช้แปรงสีฟันเก่าหรือนิ้วมือ ขยี้แป้งเบาๆ ให้หลุดออกไปพร้อมไขมันที่ดูดซับไว้
  4. จากนั้นใช้ น้ำยาล้างจารผสมน้ำทาลงบนรอยเปื้อน แล้วขยี้ตรงรอยเปื้อน นำไปซักตามปกติ

เคล็ดลับ: ทำทันทีที่เกิดคราบ จะช่วยให้คราบหลุดออกง่ายขึ้นมาก

5. ขจัดคราบเลือดบนเสื้อผ้า

สิ่งที่ต้องใช้: น้ำเย็น, ผงซักฟอก/น้ำยาซักผ้า, แป้งเด็ก หรือเกลือ น้ำยาล้างจาน

  1. รีบล้างคราบเลือดด้วยน้ำเย็นทันที ห้ามใช้น้ำร้อนเด็ดขาด เพราะความร้อนจะทำให้โปรตีนในเลือดแข็งตัวและฝังแน่น
  2. โรยผงซักฟอก หรือป้ายน้ำยาซักผ้าตรงจุดที่เป็นคราบ หรือใช้สบู่ซักผ้าขยี้เบาๆ
  3. แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที
  4. ล้างด้วยน้ำเย็น ใช้น้ำยาล้างจานลงบนคราบ แล้วขยี้อีกครั้งจนรอยหายไป ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำเย็น
  5. นำไปซักตามปกติ

เคล็ดลับ: หากเป็นคราบเลือดแห้งกรัง อาจต้องแช่ในน้ำเย็นผสมเกลือ หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เจือจางก่อน แล้วค่อยล้างออก

6. กำจัดคราบเชื้อรา

สิ่งที่ต้องใช้: น้ำร้อน, น้ำส้มสายชู, ผงซักฟอก

  1. ผสมน้ำร้อนกับน้ำส้มสายชู และผงซักฟอก
  2. นำผ้าที่มีคราบเชื้อราลงแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน หรืออย่างน้อย 1 วัน
  3. นำไปซักตามปกติ

เคล็ดลับ: หลังซักเสร็จ ควรนำผ้าไปตากแดดจัด ๆ เพื่อฆ่าเชื้อราและป้องกันกลิ่นอับชื้น

ข้อควรจำเพื่อการดูแลเสื้อผ้าให้สะอาดและคงทน

  • แยกผ้า: แยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกันเสมอ เพื่อป้องกันสีตก
  • อ่านป้ายฉลาก: ตรวจสอบคำแนะนำในการซักและดูแลรักษาบนป้ายเสื้อ
  • ใช้น้ำยา/ผงซักฟอกที่เหมาะสม: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับชนิดของผ้าและเครื่องซักผ้าของคุณ
  • ตากผ้าให้แห้งสนิท: เพื่อป้องกันกลิ่นอับและเชื้อรา
  • ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเป็นประจำ: เพื่อป้องกันการสะสมของคราบสกปรกและกลิ่นอับในเครื่อง

ด้วยเทคนิคเหล่านี้ คุณจะสามารถจัดการกับคราบสกปรกต่างๆ บนเสื้อผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เสื้อผ้าของคุณสะอาด หอมสดชื่น และดูดีเหมือนใหม่อยู่เสมอ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล