แมวไม่สบาย ดูยังไง? "พฤติกรรมเปลี่ยน" สัญญาณที่บอกว่าแมวไม่สบาย

แมวไม่สบาย ดูยังไง? น้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักและมีความสุขุม ไม่ชอบแสดงอาการป่วยให้เจ้าของเห็นง่ายๆ ทำให้หลายครั้งกว่าจะรู้ว่าน้องแมวไม่สบายก็อาการหนักแล้ว ดังนั้น การสังเกตพฤติกรรมและสัญญาณเตือนต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทาสแมวทุกคนควรรู้ เพื่อที่จะพาน้องไปพบสัตวแพทย์ได้ทันท่วงที
เช็กเลย! สัญญาณแมวไม่สบาย ดูยังไง?
สัญญาณทางพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
พฤติกรรมของแมวที่เคยเป็นปกติ หากมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน อาจบ่งบอกว่าน้องกำลังไม่สบายอยู่:
- ซึมลง เก็บตัวผิดปกติ: หากน้องแมวที่เคยร่าเริง ชอบเล่น กลายเป็นแมวที่เงียบ ซึม ไม่ตอบสนองต่อการเล่น ชอบซ่อนตัว หรือแยกตัวอยู่ลำพังนานกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วย
- หลบซ่อนตัว: แมวที่ป่วยมักจะหาที่เงียบๆ ซ่อนตัว เพื่อให้รู้สึกปลอดภัยและพักผ่อน ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า
- เลียขนมากผิดปกติ หรือไม่เลียขนเลย: การเลียขนมากเกินไปจนขนแหว่ง อาจบ่งบอกถึงอาการคัน เจ็บปวด หรือเครียด ในทางกลับกัน หากน้องแมวไม่เลียขนเลย ขนดูยุ่งเหยิง ไม่สะอาด ก็แสดงว่าน้องอาจไม่มีแรงหรือรู้สึกไม่สบายตัว
- พฤติกรรมการกินและดื่มเปลี่ยนไป:
- เบื่ออาหาร/ไม่กินอาหาร: เป็นสัญญาณสำคัญของการเจ็บป่วย หากน้องแมวไม่ยอมกินอาหารเม็ดหรืออาหารเปียกที่ชอบนานเกิน 24 ชั่วโมง ควรรีบพบสัตวแพทย์
- กินอาหารเยอะกว่าปกติ (บางกรณี): บางโรค เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ อาจทำให้น้องแมวกินเยอะแต่ผอมลงได้
- ดื่มน้ำมากผิดปกติ หรือไม่ดื่มน้ำเลย: การดื่มน้ำมากเกินไปอาจบ่งบอกถึงโรคไต เบาหวาน หรือภาวะไทรอยด์ ในขณะที่ไม่ดื่มน้ำเลยก็อันตรายต่อภาวะขาดน้ำ
- พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป:
- ปัสสาวะ/อุจจาระผิดปกติ: สังเกตความถี่ ปริมาณ สี กลิ่น และลักษณะของอุจจาระหรือปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อย/น้อยลง, ปัสสาวะมีเลือดปน, ถ่ายเหลว, ท้องผูก, ถ่ายนอกกระบะทราย
- ส่งเสียงครางหรือร้องขณะขับถ่าย: อาจบ่งบอกถึงความเจ็บปวดในระบบทางเดินปัสสาวะหรือทางเดินอาหาร
สัญญาณทางร่างกายที่ควรสังเกต
นอกจากพฤติกรรมแล้ว การตรวจเช็กร่างกายเบื้องต้นของน้องแมวก็ช่วยให้คุณสังเกตเห็นความผิดปกติได้:
- ตาและจมูก:
- ตาแฉะ มีขี้ตา มีน้ำตาไหลตลอดเวลา: อาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือการอักเสบ
- ตาขุ่น ม่านตาผิดปกติ: อาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับสายตาหรือโรคภายใน
- จมูกแห้ง มีน้ำมูก: แมวสุขภาพดีจมูกมักจะชุ่มชื้นเล็กน้อย หากแห้งมากหรือมีน้ำมูก อาจเป็นสัญญาณของไข้หวัดหรือการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
- ปากและเหงือก:
- เหงือกซีด ขาว หรือมีสีเหลือง: อาจบ่งบอกถึงภาวะโลหิตจาง หรือปัญหาตับ
- เหงือกบวมแดง มีเลือดออก มีกลิ่นปากแรง: สัญญาณของปัญหาในช่องปาก ฟัน หรือเหงือก
- น้ำลายไหลยืด: อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพช่องปาก หรือคลื่นไส้
- ขนและผิวหนัง:
- ขนร่วงเป็นหย่อมๆ ขนกระด้าง: อาจเกิดจากภาวะขาดสารอาหาร โรคผิวหนัง หรือความเครียด
- มีสะเก็ดแผล ผิวหนังแดง ผื่นขึ้น: สัญญาณของปัญหาผิวหนัง การติดเชื้อปรสิต หรือภูมิแพ้
- อุณหภูมิร่างกาย: สังเกตว่าน้องมีไข้หรือไม่ โดยการคลำที่หูหรืออุ้งเท้า หากร้อนจัดอาจมีไข้ แต่การวัดไข้ที่ถูกต้องควรใช้วิธีวัดทางทวารหนัก
- การหายใจ: หายใจเร็ว หอบแรง ไอ จาม มีเสียงผิดปกติขณะหายใจ อาจบ่งบอกถึงปัญหาทางเดินหายใจหรือหัวใจ
- การเคลื่อนไหว: เดินเซ ล้ม ทรงตัวไม่อยู่ ไม่ยอมใช้ขาข้างใดข้างหนึ่ง กระโดดลำบาก อาจเกิดจากความเจ็บปวดที่ข้อต่อ กล้ามเนื้อ หรือระบบประสาท
- บวมผิดปกติ: มีอาการบวมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้า ขา หรือท้อง อาจเป็นสัญญาณของภาวะอักเสบ การติดเชื้อ หรือการสะสมของของเหลว
การสังเกตพฤติกรรมและร่างกายของน้องแมวอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน ควรรีบพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะการวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาน้องแมวให้หายจากอาการเจ็บป่วย และกลับมามีความสุขได้อีกครั้งครับ
อ่านเพิ่มเติม
- แมวสามสี VS แมวเปรอะ ต่างกันยังไง? เลือกเรียกให้ถูก
- 9 สัญญาณบ่งบอก "แมวคิดถึงเจ้าของ" พฤติกรรมน่ารักที่ทาสต้องรู้!
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

