ใบโหระพามีสรรพคุณที่มีมากกว่ากลิ่นหอม พร้อมวิธีกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
หลายคนรู้จักใบโหระพาจากกลิ่นหอมเฉพาะตัวในอาหารไทย แต่รู้หรือไม่ว่าใบโหระพา สรรพคุณก็เด่นไม่แพ้กลิ่น วันนี้เราจะพาไปรู้จักประโยชน์ และวิธีบริโภคอย่างถูกต้อง
ใบโหระพาคืออะไร
ใบโหระพา (Sweet basil) คือสมุนไพรในวงศ์กะเพรา (Lamiaceae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum basilicum ลำต้นสีม่วง ใบมีกลิ่นหอมเฉพาะ นิยมนำมาใส่ในแกงเผ็ด ผัด หรือกินเป็นผักสดคู่กับอาหารอีสาน
ใบโหระพามีสรรพคุณเด่น ๆ ที่ควรรู้
- ต้านอนุมูลอิสระ
อุดมด้วยฟลาโวนอยด์และเบต้าแคโรทีน ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์และชะลอวัย - ช่วยระบบย่อยอาหาร
น้ำมันหอมระเหยในใบโหระพาที่มีตามธรรมชาติ มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง และช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น - ลดการอักเสบ
มีสาร Eugenol ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้ออักเสบเล็กน้อย - เสริมภูมิคุ้มกัน
วิตามินเอ วิตามินซี และธาตุเหล็กในใบโหระพาช่วยให้ร่างกายต้านทานโรคได้ดีขึ้น - ต้านเชื้อแบคทีเรีย
สารสำคัญในน้ำมันหอมระเหยบางชนิดของใบโหระพามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางสายพันธุ์ในลำไส้
ควรกินใบโหระพาอย่างไรให้ได้ประโยชน์
- กินสด: เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาทางเดินอาหารหรือระบบลำไส้
- ใส่ในอาหารที่ปรุงสุก: เช่น แกงเผ็ด แกงป่า หรือลวกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้สารสำคัญสูญเสียจากความร้อนมากเกินไป
- ไม่ควรกินมากเกินไป: เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารในบางคน
- หญิงตั้งครรภ์ควรระวัง: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานปริมาณมาก
ข้อควรระวังในการบริโภคใบโหระพา
- หากมีอาการแพ้ เช่น คันปาก ผื่น หรือเวียนหัว ควรหยุดทันที
- ไม่ควรกินติดต่อกันในปริมาณมากทุกวัน โดยเฉพาะในรูปแบบสกัดเข้มข้น
- หลีกเลี่ยงใบโหระพาที่มีคราบขาวหรือเน่าเสีย เพราะอาจมีเชื้อรา
สรรพคุณของใบโหระพา ไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมในจานอาหาร แต่ยังเปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยย่อยอาหาร และส่งเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการกินในรูปแบบเข้มข้นโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

