Women to Women : "แพรว เพชรแพรว" แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้เลือก "ตัด" ก่อนความสัมพันธ์จะเป็นศูนย์
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/51/258529/tnls171.jpgWomen to Women : "แพรว เพชรแพรว" แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้เลือก "ตัด" ก่อนความสัมพันธ์จะเป็นศูนย์

Women to Women : "แพรว เพชรแพรว" แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้เลือก "ตัด" ก่อนความสัมพันธ์จะเป็นศูนย์

แชร์เรื่องนี้

"แม่ที่ไม่มีความสุขไม่สามารถส่งต่อให้ลูกมีความสุขได้" คำพูดของ "แพรว-เพชรแพรว พรพิพัทวัฒนกุล"  หรือ ไอซ์ ฮอร์โมน แม่เลี้ยงเดี่ยวที่รับบทบาทเสาหลักของครอบครัว เป็นนักสู้เพื่อลูก เพราะเธอเลือกเดินออกจากความพันธ์ในคอมฟอร์ทโซนเดิมๆ เพื่อร่างเส้นทางชีวิตใหม่ของตนเองพร้อมลูกๆ ในวัย 6 ขวบ และ 3 ขวบ

Sanook  Women ชวนเธอพูดคุยเพื่อส่งต่อความคิดของผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่กล้าสร้างพื้นที่ส่วนกลางเพื่อลูกๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่กำลังจะพังทลาย เพื่อที่สุดท้ายระหว่าง "เธอ" และอดีต "คนรัก" จะยังเหลือมิตรภาพที่ดีไว้ระหว่างกันเพื่อลูก “แม่ที่ไม่มีความสุขไม่สามารถส่งต่อให้ลูกมีความสุขได้ ดังนั้นต้องสื่อสารให้ลูกเข้าใจว่า การหย่าร้าง ไม่ใช่การแยกย้าย แต่เป็นการเว้นระยะห่างและสร้างพื้นที่ส่วนกลางเพื่อลูก เพราะฉะนั้นการหักดิบจึงไม่ใช่ทางออก แต่ต้องทำ ‘การทดลอง’ ว่าทำอย่างไรจึงจะบอบช้ำน้อยที่สุด”

แพรว เพชรแพรวในเวอร์ชั่นก่อนเป็นคุณแม่ กับเป็นคุณแม่แล้วแตกต่างกันอย่างไร

พอมาเป็นคุณแม่แล้วทำให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วเรามีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด เราทำได้มากกว่าที่เราคิด เราอดทนได้มากกว่าที่เราคิด เราปรี๊ดได้มากกว่าที่เราคิด เราออกจากคอมฟอร์ทโซนของเราเองทุกอย่าง แม้ช่วงท้องฮอร์โมนเราสวิงไปมา เราไม่เคยเห็นตัวเองในเวอร์ชั่นนี้มันเป็นบทบาทใหม่ ไม่ว่าใครเก่งกาจมาจากไหนเมื่อมาเป็นคุณแม่ก็มานับหนึ่งใหม่หมด เพราะว่าการเป็นคุณแม่มันคือการเรียนรู้ใหม่ เช่นให้นมอย่างไร ไม่เคยรู้เลยเรื่องน้ำนม หรือแม้แต่ลูกมันก็ใหม่ไปด้วยกัน พาลูกไปโรงเรียนอย่างไร พาลูกไปต่างประเทศ พาลูกไปทะเลครั้งแรก มันใหม่ทุกอย่าง ดังนั้นตัวเองจะเป็นมิติใหม่ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นเหมือนประตูบานใหม่ให้เราก้าวออกไป


คุณรู้สึกอย่างไรกับการเป็นแพรวเวอร์ชั่นใหม่

เราก็รู้สึกว่าเราได้เติบโตขึ้น แม่ทุกคนก้าวข้ามผ่านมาได้ก็มีความภาคภูมิใจในตัวเองที่ตัวเองเติบโต แต่ก่อนอาจจะเป็นระดับอนุบาล แล้วตอนนี้ลัดมาเป็นมัธยม เป็นความภูมิใจแบบนั้นเช่นเดียวกัน ลูกเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบของเรานะ และเราก็ได้เลี้ยงเขาให้เติบโต เขาเป็นแบบนี้ได้เพราะเราสอน เราภูมิใจทั้งตัวเอง และลูกที่เราให้กำเนิดมา



แต่เมื่อสเตตัสเปลี่ยนจากการเป็นคุณแม่ มาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

คนที่เราเลือกรับเข้ามาในชีวิต มันเหมือนแพคเกจเราเลือกแต่ข้อดีไม่ได้ มันก็จะมีอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกว่ากับความสัมพันธ์มันเป็นปัญหา แต่ปัญหาทั้งหมดที่วิเคราะห์มาแล้วมันจะมี 2 ประเภทคือปัญหาที่แก้ได้ กับปัญหาที่แก้ไม่ได้ ปัญหาที่แก้ได้เราต้องทำเต็มที่เพื่อความสัมพันธ์ที่ดี และเพื่อลูก

แต่ปัญหาที่แก้ไม่ได้ บางทีมันจะอยู่ในปัจจัยที่เหนือการควบคุมของเรา บ้านเขา บ้านเรา ความชอบ ดังนั้นปัญหาที่แก้ไมได้เป็นสิ่งสำคัญ สิ่งเดียวที่ทำได้เลยคือทำใจยอมรับมัน แล้วมาลองวิเคราะห์ว่าเราสามารถอยู่กับปัญหานั้นไปได้อีก 30-40 ปีที่เหลือไหม ถ้าคำตอบคือไม่ เราคงต้อง cut loss เหมือนการตัดการสูญเสีย มันก็คือออกมาวันนี้กับปลายทางก็เห็นว่าออกอยู่ดี เราเห็นปลายทางแล้ว เรานั่งวิเคราะห์แล้วเห็นปลายทางมันเป็นแบบนี้กับวันหน้า มันเริ่มต้นใหม่ได้ไม่เหมือนกัน หรืออะไรก็ตามมันทำให้เราตัดสินใจ

การตัดสินใจของเราในวันนี้เรายังเหลือพื้นที่ให้ลูกที่เราพร้อมจะเปลี่ยนแปลง เรายังเหลือพื้นที่ให้เราได้ใช้ชีวิตของตัวเอง แต่หลายคนอาจคิดว่าเป็นแม่ต้องอดทนเพื่อลูก ถามลูกหรือยัง เราคิดไปเอง บางทีเราตั้งตุ๊กตาไว้ว่าเป็นครอบครัวพ่อ แม่ ลูก อยู่ด้วยกันแล้วจะมีความสุข บางทีอยู่ด้วยกันแล้วดราม่า ทะเลาะกันทุกวัน สุขภาพจิตเสีย พ่ออย่างหนึ่ง แม่อย่างหนึ่ง แล้วลูกก็เกิดความวิตกกังวล บางทีเราก็ต้องเลือกตัวเองบ้าง

แม่ที่มีความสุขจะเลี้ยงลูกที่มีความสุขได้ ถ้าเราไม่มีสิ่งนั้น เราไม่มีความสุข เราจะให้ความสุขลูกได้อย่างไร บางทีเราต้องลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด รักษาใจตัวเอง มองปัญหาแล้วตัดสินใจแบบให้เหลือพื้นที่ให้ลูกอยู่ ยังไม่เป็นศัตรูกัน ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ถ้าวันหนึ่งที่เราทะเลาะกันหนักๆ เราจะเป็นศัตรูกันแล้วนะ

เมื่อสเตตัสเราเปลี่ยนเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวความรู้สึกของเราเป็นอย่างไรบ้าง

อย่างแรกเลยคือเราสบายใจมากยิ่งขึ้น และรู้สึกว่าเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครขนาดนั้น รู้สึกสนุก ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรา มันอาจจะเหมือนงูลอกคราบ new me เพราะเราออกจากคอมฟอร์ทโซน

คุณมองคำว่า "คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว" อย่างไร

ไม่รู้สึกอะไรเลย นี่มันยุค 2025 แล้วนะ มันไม่ใช่ยุคที่เราจะอดทนอะไรแล้ว ชีวิตคนเรามันสั้น อยากทำอะไรทำเลย แป๊บเดียวตื่นมาแก่แล้ว ดังนั้นชีวิตต้องดำเนินต่อ

ลูกสอนอะไรคุณแม่แพรวบ้าง

ลูกเป็นเหมือนกระจกสะท้อนเรา เขามองเราเขาปฏิบัติ ไม่ใช่การสอนด้วยปาก ไม่งั้นมันจะมีคำว่า "พูดจนปากเปียกปากแฉะ" เหรอ มันแสดงให้เห็นว่าเด็กคนนึงไม่ได้เติบโตมาเพราะการพูด แต่มันเกิดจากการปฏิบัติ ดังนั้นเขาดูเราทุกอย่าง สิ่งที่เขาเป็นก็คือผลผลิตของเรา ดังนั้นรากเป็นอย่างไร เมล็ดหรือผลก็เป็นแบบนั้น อยากได้ผลที่ดีเราต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี

คำแนะนำสำหรับคนที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือคนกำลังตัดสินใจ

หลายคนไม่กล้า หลายคนบอกว่าไม่มีทางเลือก มีคำๆ หนึ่งเขาบอกว่าถ้าคุณไม่เลือก แสดงว่าคุณเลือกสิ่งนั้นแล้ว ก็คือสิ่งที่คุณอยู่นั่นแหละ นั่นคือสิ่งที่คุณเลือก แต่คุณนั่นแหละที่บอกว่าตัวเองไม่มีทางเลือก จริงๆ แล้วทุกคนมีทางเลือก แต่อยู่ที่ว่าจะหาทางอย่างไร จริงๆ ใครที่มีความสัมพันธ์ที่ดีมันดีอยู่แล้วกับครอบครัว กับลูก แต่ถ้าปัญหามันวนลูป มันวนๆ ตุนๆ อยู่แบบนั้น คุณควรนำมาวิเคราะห์แล้วแยกแยะ อันไหนแก้ได้ อันไหนแก้ไม่ได้ แล้วก็เลือก มันไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบทุกครอบครัวก็จะมีปัญหา แต่เขาแก้ไขอย่างไร เขาพร้อมปรับเปลี่ยนไหม ไม่ใช่เราอยากไปต่ออย่างเดียว เขาก็ต้องอยากไปต่อกับเราด้วย ดังนั้นหลายคนที่มีปัญหาเพราะเจอช่วงยากลำบากกันทั้งนั้นแหละ แต่คุณจะไปต่ออย่างไร ดังนั้นขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทุกการเปลี่ยนแปลงคุณเจอแรงเสียดทานอยู่แล้ว แต่คุณจะเติบโตขึ้น

ขอขอบคุณ

วิดีโอ :praew.official