ไอเดียปรับ "อาหารมงคลวันตรุษจีน" เป็นเมนูสุขภาพ สมดุลทั้งดวง และเฮลตี้

ไอเดียปรับ "อาหารมงคลวันตรุษจีน" เป็นเมนูสุขภาพ สมดุลทั้งดวง และเฮลตี้

ไอเดียปรับ "อาหารมงคลวันตรุษจีน" เป็นเมนูสุขภาพ สมดุลทั้งดวง และเฮลตี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วันตรุษจีน เปรียบเสมือนวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนมักร่วมกันจัดอาหาร ของไหว้ ขึ้นโต๊ะอย่างพิถีพิถัน เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและเทพเจ้า ก่อนจะปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารจากโต๊ะไหว้พร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อเป็นสิริมงคลรับปีใหม่สำหรับทุกคนในครอบครัว

เทศกาลตรุษจีนนี้ เนสท์เล่จึงอยากจุดประกายให้ทุกคนได้นำอาหารมงคลตรุษจีนประจำโต๊ะไหว้มาต่อยอด ปรับการกินอาหารมงคลให้เป็นเมนูสุขภาพ มีความสมดุล ได้ทั้งความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการ ด้วยเทคนิค "บวก-แบ่ง-แพลน"  เสริมความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ และยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

6 อาหารมงคลวันตรุษจีน

1.ไก่

ไก่ต้มมงคล เป็นอาหารมงคลยอดนิยมในเทศกาลตรุษจีน ที่นอกจากจะเปี่ยมไปด้วยความหมายดีในเรื่องของการงานและความเจริญก้าวหน้าแล้ว ยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ไขมันต่ำ และย่อยง่ายอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ เคล็ดลับการรับประทานไก่ต้มอย่างมีสุขภาพดีโดยเลือกเนื้ออกไก่มีปริมาณไขมันต่ำกว่าส่วนอื่นๆ ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นนำไก่ต้มไปประกอบอาหารคู่กับผักหลากสี เพื่อเพิ่มใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น บรอกโคลี ผักกาดเขียว หรือแครอท สำหรับเมนูแนะนำคือ สลัดไก่ ยำไก่ หรือผัดไก่กับผัก เพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่อและได้รับสารอาหารครบถ้วน ส่วนการปรุงคือเน้นรสชาติที่กลมกล่อม โดยใช้เครื่องปรุงรสธรรมชาติ เช่น เกลือ สมุนไพร และเครื่องเทศ เพื่อลดปริมาณโซเดียม

2. ขนมเข่ง ขนมเทียน

ขนมเข่งและขนมเทียนเป็นขนมมงคลที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลตรุษจีน ด้วยความหมายที่ดีและรสชาติที่อร่อย แต่รู้หรือไม่ว่าขนมทั้งสองชนิดนี้ให้พลังงานค่อนข้างสูง หากรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ ดังนั้นควรเลือกขนมเข่งและขนมเทียนที่มีขนาดพอเหมาะ หรือทำเองที่บ้านโดยลดปริมาณแป้งและน้ำตาลลง นอกจากนั้นให้ลองทำขนมเข่งหรือขนมเทียนจากแป้งข้าวเหนียวดำ เพื่อเพิ่มปริมาณใยอาหารและวิตามิน สำหรับการกินขนมเข่งและขนมเทียนในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น 1-2 ชิ้นต่อวัน อย่างไรก็ตามสามารถนำขนมเข่งหรือขนมเทียนมาดัดแปลงเป็นเมนูอาหารอื่นๆ เช่น ต้มจืดขนมเข่ง หรือผัดขนมเทียนกับผัก เพื่อให้ได้สารอาหารที่หลากหลายมากขึ้น หากวันไหนรับประทานขนมเข่งหรือขนมเทียน ควรลดปริมาณอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลในมื้ออื่นๆ

3.ส้มสีทอง

ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและโชคลาภตามความเชื่อของชาวจีนเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย เพราะวิตามินซีช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัดและไข้หวัดใหญ่ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ลดความเสี่ยงท้องผูก อีกทั้งยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดความเสี่ยงโรคต่างๆ สำหรับวิธีทานส้มสีทองให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือการรับประทานส้มสีทองทั้งผลจะได้รับใยอาหารและวิตามินซีอย่างครบถ้วน นำส้มสีทองไปประกอบอาหาร เช่น สลัดผลไม้ ส้มตำ หรือทำน้ำส้มคั้น รับประทานส้มสีทองเป็นของว่างระหว่างมื้ออาหาร เพื่อเพิ่มพลังงานและวิตามิน นอจกากนั้นการทานส้มสีทองคู่กับอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ ไข่แดง ผักใบเขียว จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

4.องุ่นแดง

ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและโชคลาภตามความเชื่อของชาวจีนเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย โดยเฉพาะสารเรสเวราทรอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ บำรุงหัวใจ และช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ วิธีทานองุ่นแดงคือควรรับประทานองุ่นแดงในปริมาณที่พอเหมาะ ประมาณ 5-8 ลูกต่อครั้ง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาล นำองุ่นแดงไปประกอบอาหารหรือรับประทานคู่กับอาหารอื่นๆ เช่น ทับทิม ลูกฟิก ซีเรียล หรือโยเกิร์ต เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เลือกองุ่นแดงที่สดใหม่ เปลือกเรียบเนียน และไม่มีรอยช้ำ ล้างองุ่นให้สะอาดก่อนรับประทาน เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก

5.ซาลาเปา

เป็นมากกว่าแค่ขนมมงคลในเทศกาลตรุษจีน แต่ยังเป็นอาหารที่อิ่มอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย คำว่า "เปา" ในภาษาจีนหมายถึงการห่อ ซึ่งสื่อถึงความหมายที่ดีในการห่อโชคลาภและความสุขมาให้กับตนเองและครอบครัว ซาลาเปาให้ทั้งคาร์โบไฮเดรตจากแป้ง โปรตีนจากไส้ และวิตามินจากผักต่างๆ หากเลือกไส้ที่หลากหลาย ปัจจุบันมีซาลาเปาให้เลือกหลากหลายชนิด ทั้งแป้งและไส้ ทำให้สามารถเลือกทานได้ตามความชอบและความต้องการทางโภชนาการ สำหรับเคล็ดลับทานซาลาเปาคือเลือกซาลาเปาที่ทำจากแป้งโฮลวีตหรือแป้งที่มีใยอาหารสูง เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เลือกไส้ที่หลากหลาย เช่น หมูสับ เห็ด ผัก เพื่อเพิ่มปริมาณโปรตีนและวิตามิน รับประทานซาลาเปาในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรกินมากเกินไป การนึ่งซาลาเปาเป็นวิธีการปรุงอาหารที่ดีที่สุด ช่วยลดปริมาณไขมัน

6.หมี่ซั่ว เป็นอาหารมงคลที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลตรุษจีน ด้วยความเชื่อที่ว่าเส้นหมี่ที่ยาวจะนำมาซึ่งอายุยืนยาวและความเจริญก้าวหน้า นอกจากความหมายที่ดีแล้ว หมี่ซั่วยังเป็นอาหารที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย เคล็ดลับการกินหมี่ซั่ว ผัดหมี่ซั่วกับผักหลากสี เช่น เห็ดหอม แครอท กะหล่ำปลี เพื่อเพิ่มใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น ไก่ เนื้อสัตว์ทะเล หรือเต้าหู้ เพื่อเพิ่มโปรตีนและลดปริมาณไขมัน ใช้ซอสปรุงรสที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ซอสปรุงรสจากถั่วเหลือง เพื่อลดปริมาณโซเดียม นอกจากนี้แนะนำให้นำหมี่ซั่วมาทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลาย เช่น โกยซีหมี่ หมี่ซั่วยำ หรือเส้นหมี่เย็น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล