"น้ำอบ" กับ "น้ำปรุง" ต่างกันอย่างไร ใช้ทำอะไรบ้าง

"น้ำอบ" กับ "น้ำปรุง" ต่างกันอย่างไร ใช้ทำอะไรบ้าง

"น้ำอบ" กับ "น้ำปรุง" ต่างกันอย่างไร ใช้ทำอะไรบ้าง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใกล้เทศกาลสงกรานต์ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรานึกถึงนอกจากการเล่นสาดน้ำแล้วก็คงจะเป็นพวกเครื่องหอมของไทย โดยเฉพาะพวกน้ำอบไทย แต่ในบรรดาเครื่องหอมไทยสมัยโบราณนั้นยังมีน้ำปรุงอีกชนิดหนึ่ง จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า "น้ำอบ" กับ "น้ำปรุง" แตกต่างกันอย่างไร แต่ละอย่างใช้ทำอะไรบ้าง

ความแตกต่างระหว่าง "น้ำอบ" กับ "น้ำปรุง"

น้ำอบคืออะไร

น้ำอบหรือ ไทยโคโลญจน์ เป็นเครื่องหอมไทยที่นิยมนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน หรือประเพณีต่างๆ ของไทย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ใช้ผสมในน้ำเพื่อสรงน้ำพระ หรือรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ รวมทั้งยังสามารถใช้ผสมน้ำเพื่ออาบน้ำคลายร้อนได้อีกด้วย น้ำอบมีกลิ่นหอมบางๆ การติดทนมีน้อยจึงเรียกว่าเป็นเกรดความหอมแบบโคโลญจน์ นอกจากนี้น้ำอบนั้นยังถือเป็นเครื่องสำอางที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ประพรมร่างกายเพิ่มความเย็น สดชื่น

ส่วนประกอบของน้ำอบนั้นมีส่วนผสมของสมุนไพรไทย แป้งหิน พิมเสนซึ่งช่วยให้เกิดความเย็นสบาย

น้ำปรุงคืออะไร

น้ำปรุงเป็นเครื่องหอมที่สกัดจากใบไม้ ปรุงกลิ่นด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด ส่งกลิ่นหอมละเมียดละไม การใช้งานของน้ำปรุงเทียบได้กับการใช้น้ำหอม ความติดทนจึงอยู่ในระดับน้ำหอม หรือเพอร์ฟูมซึ่งก็คือประมาณ 6 ชั่วโมง แต่สามารถติดทนกว่านั้นโดยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิ น้ำปรุงถือเป็นเครื่องหอมชั้นสูงของไทยเหมาะสำหรับใช้ในงานมงคล ใช้ถวายพระ สรงน้ำพระ หรือใช้ในพิธีกรรมต่างๆ

ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าน้ำอบนั้นมีแป้งเป็นส่วนประกอบและให้ความหอมในระดับที่น้อยกว่าน้ำปรุง ส่วนน้ำปรุงนั้นเป็นเครื่องหอมที่ใช้ดอกไม้มาปรุงกลิ่น




แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล