วิธีช่วยเหลือและปฐมพยาบาล เมื่อพบ "เด็กติดในรถ"

วิธีช่วยเหลือและปฐมพยาบาล เมื่อพบ "เด็กติดในรถ"

วิธีช่วยเหลือและปฐมพยาบาล เมื่อพบ "เด็กติดในรถ"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากกรณี ลืมเด็กในรถ ที่ Tonkit360 นำเสนออย่างต่อเนื่องทั้งอาการ Forgotten Baby Syndrome ที่เชื่อมโยงกับการทำงานของสมอง และ 7 เทคนิคดีๆ ช่วยกันหลงลืมเด็กในรถ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องรับส่งลูกที่โรงเรียน 

วันนี้ Tonkit360 มีข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ในรถมาฝากกัน เพราะรถที่จอดอยู่กลางแจ้งในสภาพที่ร้อนระอุนั้น จะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ร่างกายของเด็กร้อนเร็วกว่าผู้ใหญ่ 3-5 เท่า หากปล่อยให้อยู่ในรถนานๆ จนอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ก็อาจทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้!

นำตัวออกจากรถให้เร็วที่สุด

หากพบเห็นเด็กติดอยู่ในรถ ให้รีบโทรแจ้งตำรวจที่เบอร์สายด่วน 1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ทันที จากนั้นให้รีบเข้าช่วยเหลือเพื่อนำตัวออกมาจากรถให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยในกรณีที่ไม่ได้มีกุญแจรถอยู่กับตัว ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

1.เลือกทุบกระจกฝั่งประตูที่อยู่ไกลจากตัวเด็กที่สุด

2.ใช้ของแข็ง เช่น เหล็กงัดยาง หรือประแจ (จากรถคันอื่นในละแวกนั้น) หรือของแข็งที่หาได้ทุบกระจกให้แตก

3.เลือกทุบตรงตำแหน่งที่อยู่เหนือปุ่มล็อกประตูให้เป็นรู เพื่อจะได้สอดมือเข้าไปเปิดล็อกประตูได้

4.หากสอดมือเข้าไปปลดล็อกประตูได้ ให้รีบนำเด็กออกมาอยู่ในที่ร่มทันที

รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ในกรณีที่เด็กหมดสติ หลังจากปลุกเรียกแล้วเด็กไม่ตอบสนอง ไม่เคลื่อนไหว สพฉ.แนะนำว่าให้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทันที โดยรีบนำเด็กลงมาวางบนพื้นราบแข็ง วางส้นมือข้างหนึ่งไว้ตรงกึ่งกลางหน้าอกระดับแนวราวนม แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งวางบนหน้าผากของเด็กพยายามให้เด็กหงายหน้าขึ้นเพื่อเปิดทางเดินหายใจ

จากนั้นทำการกดหน้าอก 30ครั้ง โดยกดให้ลึกลงไปประมาณ 1/3 ของความหนาของหน้าอก การกดแต่ละครั้งต้องต่อเนื่อง อัตราเร็วประมาณ 100-120 ครั้งต่อนาที สลับกับการช่วยหายใจ

โดยการกดหน้าผาก เชยคาง บีบจมูก ประกบปากให้สนิทแล้วเป่าลมเข้าไป  2 ครั้ง ให้ทำสลับกันเช่นนี้ต่อไปจนครบ 5 รอบหรือนานประมาณ 2 นาที แล้วประเมินซ้ำทุกๆ 5 รอบหรือ 2 นาทีว่าเด็กกลับมาหายใจได้เองหรือไม่ ถ้ายังไม่หายให้ทำต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุด จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึงและเข้ามาให้ความช่วยเหลือและนำเด็กส่งต่อไปยังโรงพยาบาล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล