เมนูโปรดครอบครัว แชมป์จูเนียร์มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์

เมนูโปรดครอบครัว แชมป์จูเนียร์มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์
Health & Cuisine

สนับสนุนเนื้อหา

อิ่มเอม...อบอุ่น เมนูโปรดครอบครัว "แชมป์จูเนียร์มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์"


รายการจูเนียร์มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์เพิ่งจบไป พร้อมๆ กับการก่อกำเนิดดาวดวงใหม่ ในแวดวงอาหารบ้านเรา น้องเอม - อรปรียา เดชอนันตชาติ สาวน้อยวัย 12 ปี ที่ทำอาหารได้อย่างเก่งกาจ จนคว้าตำแหน่งแชมป์จูเนียร์มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์มาครองได้สำเร็จ


ถือโอกาสพาคุณมารู้จักกับครอบครัวและเมนูโปรดประจำบ้านของเชฟวัยจิ๋วคนนี้เสียหน่อย บอกเลยว่า บ้านนี้ไม่ได้มีแค่น้องเอมที่ทำอาหารเก่ง เพราะน้องสาววัย 10 ขวบของเธอ น้องแอม - อรไพลิน เดชอนันตชาติ ก็ฉายแววโดดเด่นตามพี่สาวมาติดๆ ด้วยการฝ่าด่านผู้เข้าแข่งขันนับพันเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายในรายการเดียวกัน กว่าทั้งคู่จะมีเสน่ห์ปลายจวักที่เยี่ยมขนาดนี้ หลายท่านอาจคิดว่าพวกเธอคงมีคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นเชฟมากฝีมือ ทว่าแล้วกลับไม่ใช่เลย

"ที่บ้านเราไม่มีใครเป็นเชฟค่ะ แต่ตัวแม่เองได้รับการปลูกฝังมาจากอาม่า (คุณยายน้องเอม)ว่าต้องดูแลตัวเองให้ได้ สามารถทำอาหารกินเองเป็น แม้จะมีแม่บ้านช่วยทำอาหารให้กิน แต่ชีวิตไม่แน่นอน ดังนั้นแม่เลยพาน้องเอมและน้องแอมเข้าครัวตั้งแต่เล็กๆ" คุณสุพัตรา เดชอนันตชาติ คุณแม่ของน้องเอมเล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่ลูกสาวทั้งสองของเธอชอบทำอาหาร


แม้สองพี่น้องจะชื่นชอบการทำอาหาร ทว่าตัวคุณแม่เองก็ไม่เคยคิดว่าลูกสาวจะเป็นแชมป์รายการทำอาหาร "ไม่เคยคิดเลยว่าลูกเราจะมาได้ไกลขนาดนี้ เรารู้ว่าลูกทำอาหารได้ แต่ไม่เคยคาดหวังว่าเขาจะได้แชมป์ ตอนลูกบอกว่าจะไปแข่ง เราก็สนับสนุนเพราะคิดแค่ว่าอยากให้เขามีประสบการณ์ 

"ยอมรับว่าแรกๆเป็นห่วงมาก เพราะน้องยังเด็ก เอมอยู่เยียร์ 7 แอมอยู่เยียร์ 5 (โรงเรียน Shrewsbury International School) เอง เวลาลูกต้องใช้มีดตอนแข่ง เราก็อดห่วงไม่ได้ ปกติเวลาทำอาหารที่บ้านเราจะดูแลอยู่ใกล้ๆ แต่พออยู่ในรายการเขาต้องทำเองหมด แต่สุดท้ายพอเห็นเขาทำได้ก็ภูมิใจ"

ด้านน้องเอมเล่าถึงสาเหตุที่เธอชอบทำอาหาร รวมถึงการตัดสินใจเข้าประกวดว่า "เอมชอบทำอาหารเพราะรู้สึกสนุกค่ะ เวลาได้ช่วยอาม่าช่วยคุณแม่ทำแล้วมีความสุข และจะยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีกเวลาได้กินฝีมือของตัวเอง รู้สึกว่ามันอร่อยกว่าไปซื้อที่เขาทำสำเร็จและที่ตัดสินใจเข้าประกวดเพราะมีเพื่อนมาชวนค่ะ เอมก็เลยมาชวนน้องแอมไปด้วย เพราะน้องก็ชอบทำอาหารเหมือนกัน ตอนอยู่บ้านเราทำอาหารด้วยกันตลอด ไปเรียนทำขนมก็ไปด้วยกัน เลยขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ไปกันทั้งคู่เลย"

แม้ลูกสาวสองคนจะฉายแววความเป็นเชฟตั้งแต่วัยเด็กเช่นนี้ แต่เมื่อถามว่าอยากให้น้องทั้งสองเป็นเชฟหรือไม่ คุณแม่คนสวยตอบอย่างมั่นใจว่า "ไม่เคยคิดเลยว่าอยากให้เขาทำอาชีพอะไร แล้วแต่เขาทั้งคู่เลย เพราะแม่กับคุณพ่อน้องเอม (สุพจน์ เดชอนันตชาติ)เชื่อเหมือนกันว่า คนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ว่าทำอาชีพอะไร เขาจะประสบความสำเร็จในทางนั้นได้ไม่ยาก แต่ถ้าถามว่าอยากให้ลูกเป็นอะไร ตอบได้ว่า ‘อยากให้ลูกเป็นคนดี' อาจฟังดูเหมือนละคร แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าแม่ทุกคนก็คงคิดแบบนี้ค่ะ"

หลังสนทนาจบ น้องเอมและน้องแอมก็เริ่มปรุงเมนูเด็ดที่ทั้งคู่มักทำให้สมาชิกในบ้านรับประทานเป็นประจำ ซึ่งวันนี้ทีมงานจะได้ชมความน่ารักและชิมเมนูอร่อยฝีมือแชมป์จูเนียร์มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ไปพร้อมๆกัน

เริ่มจาก สลัดอะโวคาโด จานโปรดของคุณพ่อ ที่น้องเอมบอกว่าทำง่าย แต่รสชาติเลิศ จานที่สองเป็น สปาเกตตีกุ้งแม่น้ำอบชีสจานเด็ด ที่สองพี่น้องชอบสุดๆ เพราะอร่อยหอมชีสเต็มๆ และสุดท้ายเป็น ขนมสุดโปรดของคุณแม่ ที่พวกเธอทำบ่อยมาก นั่นก็คือ พานาคอตต้าราดซอสสตรอว์เบอร์รี่ นั่นเอง

ระหว่างน้อง ๆ ลงมือปรุง ทีมงานสัมผัสได้ถึงบรรยากาศความน่ารัก ความอบอุ่นของครอบครัวเดชอนันตชาติ บอกได้เลยว่า การมาทำงานครั้งนี้ทำให้อิ่มเอมกับทั้งอาหารอร่อยๆ และความน่ารักอบอุ่นของครอบครัวนี้จริงๆ

สลัดอะโวคาโด

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)


เตรียม 10 นาที ปรุง 5 นาที

อะโวคาโด 1 ลูก
หอมเล็กสับ 2 ช้อนโต๊ะ
เนื้อปู 1/2 ถ้วย
มายองเนส 41/2 ช้อนโต๊ะ
เลมอนฝานเป็นแว่นบาง 2 ชิ้น
ผักอัลฟัลฟา 1/2 ถ้วย
มะเขือเทศราชินีหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือและพริกไทย อย่างละเล็กน้อย

วิธีทำ

ปอกเปลือกอะโวคาโด คว้านเมล็ดออกแล้วหั่นเนื้อเป็นชิ้นเต๋าเล็ก เทลงอ่างผสม ใส่หอมเล็ก เนื้อปู และมายองเนส ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย คลุกเคล้าให้เข้ากัน จัดเสิร์ฟโดยตักส่วนผสมที่ได้ลงในพิมพ์ทรงกลม วางชิ้นเลมอนและผักอัลฟัลฟาด้านบน ตกแต่งด้วยมะเขือเทศราชินี

พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 311.85 กิโลแคลอรี
โปรตีน 9.04 กรัม ไขมัน 26.56 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 9.18 กรัม ไฟเบอร์ 1.36 กรัม

สปาเกตตี้กุ้งแม่น้ำย่างอบชีส
พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 469.32 กิโลแคลอรี
โปรตีน 20.47 กรัม 
ไขมัน 14.90 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 65.17 กรัม ไฟเบอร์ 2.92 กรัม




พานาคอตต้า

ซอสสตรอว์เบอร์รี่

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

เตรียม 10 นาที ปรุง 20 นาที (ไม่รวมเวลาแช่เย็นให้เซตตัว)

วิปปิ้งครีม 340 มิลลิลิตร
นมจืด 160 มิลลิลิตร
น้ำตาลทรายขาว 66 กรัม
เจลาตินชนิดแผ่น 3 แผ่น
กลิ่นวานิลลา 2 หยด
ส่วนผสมซอสสตรอว์เบอร์รี่
สตรอว์เบอร์รี่แช่แข็ง 1 ถ้วย
น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย
น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำ

1. แช่เจลาตินในน้ำเย็นจัดประมาณ 15 นาที (บีบน้ำออกให้หมาดก่อนใช้)

2. ต้มนมและวิปปิ้งครีมด้วยไฟอ่อนให้พออุ่น ใส่น้ำตาล คนจนละลาย จึงเติมกลิ่นวานิลลา และเจลาตินลงไป คนจนละลายเข้ากันดีปิดไฟ ยกลงจากเตา เทใส่พิมพ์ รอให้คลายร้อน จึงนำไปแช่เย็นจนเซตตัว

3. ทำซอสตรอว์เบอร์รี่โดยต้มน้ำกับน้ำตาล เมื่อละลายใส่สตรอว์เบอร์รี่ หรี่ไฟอ่อน เคี่ยวจนสตรอว์เบอร์รี่เปื่อย ปิดไฟ ยกลงจากเตารอให้เย็น นำไปปั่นจนละเอียด เสิร์ฟกับพานาคอตต้า


สปาเก็ตตี้

กุ้งแม่น้ำย่างอบชีส
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)


เตรียม 15 นาที ปรุง 40 นาที

กุ้งแม่น้ำ 2 ตัว
สปาเกตตีต้มสุก 200 กรัม
ซอสมะเขือเทศชนิดเข้มข้น 1 ถ้วย
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
หอมเล็กสับ 2 ช้อนโต๊ะ
เชดดาร์ชีสชนิดแผ่น 2 แผ่น
ไข่กุ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือและพริกไทย อย่างละเล็กน้อย

วิธีทำ

1. นำกุ้งแม่น้ำมาผ่าหลังโดยไม่ต้องแกะเปลือกแหวกให้เนื้อกุ้งแผ่ออก โรยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 10 นาทีหรือจนกุ้งเริ่มสุก จึงนำออกจากเตา วางชีสด้านบนแล้วอบต่ออีกสักครู่จนชีสเริ่มละลาย นำออกจากเตา โรยไข่กุ้ง พักไว้
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อนผัดหอมและกระเทียมให้เหลือง ใส่ซอสมะเขือเทศ คนให้เข้ากัน หรี่ไฟอ่อน นำเส้นลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยปิดไฟ ตักเสิร์ฟคู่กับกุ้งย่างอบชีส 


พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 690.25 กิโลแคลอรี
โปรตีน 8.25 กรัม ไขมัน 40.87 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 76.62 กรัม ไฟเบอร์ 0.47 กรัม

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!