จะปฏิเสธอย่างไรเมื่อไม่อยากมีเพศสัมพันธ์

จะปฏิเสธอย่างไรเมื่อไม่อยากมีเพศสัมพันธ์
Health Today

สนับสนุนเนื้อหา

เราพบว่าส่วนใหญ่ผู้ชายมักจะเป็นฝ่ายตัดสินใจเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ เช่น เป็นฝ่ายชักชวน หรือแสดงความต้องการมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายหญิง (ซึ่งในสังคมไทยก็เป็นแบบนี้ค่อนข้างมาก) ไม่นับรวมถึงบรรดาไก่แก่แม่ปลาช่อนที่ฉายแววมาแต่ไกลนะครับ
ดังนั้นพอถึงบทบาทของการมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายหญิงก็เลยต้องยอมโดยปริยายด้วยเหตุผลต่างๆ นานาที่มิอาจปฏิเสธได้ เช่น


1.ฉันเป็นผู้หญิงนะ ไม่ได้แสดงความต้องการก่อนก็ดีแล้ว อย่าเล่นตัวมากเลย ...ไม่ได้ทำตัวน่าเกลียดสักหน่อย

2.ผู้ชายเขามีท่าทีสนใจในตัวเรา แสดงว่าเราน่าสนใจนะ มีความสำคัญ ตอนนี้เขากำลังแสดงให้เห็นว่าเขารักเรา...อย่าไปขัดเขาเลย

3.ผู้หญิงโดยเฉพาะที่เป็นภรรยาหรือแฟนที่อยู่ด้วยกันแล้วมีหน้าที่ที่ต้องทำ ...อย่าขัดใจฝ่ายชาย เพราะอาจทำให้ชีวิตรักพังลงได้

4.วันนี้รู้สึกอารมณ์ไม่ค่อยดี เหงา ว้าเหว่ (มักจะเกิดขึ้นในคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตนเอง หรือคนที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์) วิธีหนึ่งคือการที่มีใครสักคนอยู่ใกล้ ช่วยแก้เหงา ...ส่วนเขาจะทำอะไรมากกว่านั้นก็ยอมๆ ไปเถิด หรือคิดว่าก็ดีเหมือนกันดีกว่าอยู่เปล่าๆ

5. บ้านที่สามีขี้เมา กลับมาบ้านแล้วต้องการหลับนอนกับภรรยา หรือกรณีที่คล้ายๆ แบบนี้ ถ้าไม่ยอม ถูกทำร้ายแน่ๆ ฝืนใจยอมดีกว่าอย่างน้อยก็เจ็บเฉพาะที่ ไม่เจ็บทั้งตัว

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งในอีกหลายๆ ข้อที่คุณผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์แบบต้องทน แต่ลึกๆแอบเจ็บหรือทรมาน ซึ่งไม่เรียกว่าเป็นเพศสัมพันธ์ที่แท้จริง เพราะเพศสัมพันธ์ที่แท้จริงควรเป็นการมีเพศสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ เรียกว่ามีดีทั้งต่อสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจไปพร้อมๆ กัน


ฟังดูเหมือนไม่ยากแต่ความจริงก็ไม่ง่ายนัก ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้นที่ต้องจำยอม บางคนบอกว่าก็บอกไปเลยว่าไม่ต้องมายุ่ง บางคนก็เฉไฉไปเรื่องอื่น บางคนก็ทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจ หนักเข้ามากๆ ก็ด่าตะเปิดตะเปิงไป

บางครั้งสามีรับได้บ้างไม่ได้บ้างก็อาจจะมีปฏิกิริยาออกมาต่างๆ กัน เช่น สามีงอน เงียบไม่พูด แอบเก็บความเก็บกดไว้ไประบายนอกบ้านเป็นการหาเหตุผลนอกใจไปโดยปริยาย รายที่น่ากลัวก็คือระแวงภรรยาว่านอกใจและอาจจบลงที่การทำร้ายร่างกายตามมา แทนที่จะเจ็บเฉพาะที่กลับเจ็บทั้งตัว


ดังนั้นวิธีการที่ละมุนละม่อมแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ควรจะทำดังต่อไปนี้

1. กรณีที่คุณเคยมีเพศสัมพันธ์กันมาก่อน (เช่น สามี ภรรยากัน หรืออยู่ด้วยกัน)
พึงคิดอยู่เสมอว่าการที่ฝ่ายชายแสดงท่าทีอยากมีเพศสัมพันธ์กับคุณนั้น แสดงว่าคุณยังน่าสนใจอยู่ มองโลกในแง่ดีว่าแม้ไม่ค่อยมีอารมณ์แต่ยอมไปสักพัก การเล้าโลมต่างๆ อาจทำให้คุณมีอารมณ์ขึ้นมาได้ และ happy ending ทั้งสองฝ่าย อย่าคิดแบบทิฐิเกินไปว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ จบแค่นั้น ลองมองกลับกันว่าถ้าเขาไม่สนใจคุณเลยหรือมองคุณทีไรแล้วหมดอารมณ์ทุกที มันน่ากลัวกว่ากันขนาดไหน

2. คนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่อาจเคยพลาดมาก่อนและไม่อยากทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก
ก็ควรบอกไปตรงๆว่าไม่อยากทำเพราะไม่สบายใจที่จะทำอีก ถ้าเขารักคุณจริงเขาควรจะหยุดการกระทำได้ แต่ถ้าไม่ยอมหรือรบเร้าแกมบังคับมากๆ ก็ควรใช้สติในการคิดว่าเขาไม่ได้รักหรือให้เกียรติคุณจริง เพียงหลอกฟันอีกไม่นานพอเบื่อก็จากไป คุณก็จะเป็นของเก่าที่ไร้คุณค่าอีกต่อไป ยิ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ หรือไม่ คุณผู้หญิงย่อมเสียเปรียบและรู้สึกด้อยค่าลงทุกวันๆ

3. กรณีที่ตัวคุณเองรู้สึกเหนื่อย ไม่สบายตัวหรือไม่สบายใจ
ควรจะค่อยๆ บอกฝ่ายชายทีละน้อยๆ อาจเริ่มต้นชวนคุยเรื่องทั่วๆ ไปและวกกลับมาเรื่องสุขภาพของตนเองที่เป็นอยู่ เพื่อให้ฝ่ายชายรับรู้ถึงความไม่สะดวกหรือความไม่พร้อมในวันนั้น ซึ่งคนที่เข้าใจกันจริงๆ ก็ย่อมจะเห็นใจซึ่งกันและกัน และอาจจะบอกเผื่อไว้วันหลัง (ซึ่งก็ไม่ควรจะนานมาก) แสดงให้ฝ่ายชายรู้ว่าเมื่อฝ่ายหญิงพร้อมจริงๆ คงจะมีความสุขมากกว่า เข้าทำนองอดเปรี้ยวไว้กินหวานนั่นล่ะครับ

4. บางครั้งสาเหตุที่ผู้หญิงไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ด้วยนอกจากเหตุผลทางด้านจิตใจแล้ว การที่สภาพของผู้ชายอยู่ในภาวะที่ไม่เหมาะสมหรือฝ่ายหญิงรู้สึกขยะแขยง
เช่น ฝ่ายชายเมามากไร้สติ เนื้อตัวสกปรกมากหรือมีกลิ่นไม่พึงปรารถนา หรือฝ่ายชายมีท่าทีที่ไม่น่าไว้วางใจหรือเสี่ยงต่อการติดโรคเพราะสำส่อน ทำให้ฝ่ายหญิงนอกจากจะขยะแขยงแล้วคงทำให้คิดมากและหมดอารมณ์ทางเพศไปเลย แถมบางครั้งอาจจะกลัวถูกทำร้ายถ้าขัดใจ

ดังนั้นถ้าเป็นกรณีแบบนี้ไม่ควรแสดงท่าทีที่รังเกียจออกมาอย่างชัดเจน ผู้ชายเป็นเพศที่ไม่ยอมรับความรู้สึกเสียหน้าหรือเสียความภาคภูมิใจในตนเอง แต่อย่างไรก็ตามก็มิได้หมายความว่าผู้หญิงต้องยอมทั้งหมด

ถ้าคุณมีวิธีเจรจาต่อรองที่ดี เช่น อาจจะพูดหวานๆ ว่าอยากให้ไปอาบน้ำเพราะตนเองชอบกลิ่นหอมๆ จะได้กระตุ้นความรู้สึกให้มากขึ้น หรืออาจจะต้องต่อรองว่าควรจะมีการป้องกัน เช่น การใช้ถุงยางอนามัยถ้าต้องการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการแสดงถึงการไม่ปฏิเสธทั้งหมด และในขณะเดียวกันก็แสดงให้เขารับรู้ว่าตัวคุณผู้หญิงรู้สึกอย่างไรบ้างในตอนนั้น ซึ่งก็พอจะเป็นวิธีหนึ่งที่เอาตัวรอดได้บ้าง

สุดท้ายถ้าไม่ไหวจริงๆ การจะพูดตรงๆ แต่นำมาซึ่งการทะเลาะกัน คุณผู้หญิงคงต้องมีสติทบทวนดี หลายๆ ครั้งอย่าให้อารมณ์โกรธเข้ามีอิทธิพลเหนือเหตุผลทั้งหมด แล้วจะต้องมานั่งเสียใจภายหลังคงไม่ดีนัก

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!