เรีย คูเปอร์ ด.ช. แปลงเพศหญิง อายุน้อยที่สุด

เรีย คูเปอร์ ด.ช. แปลงเพศหญิง อายุน้อยที่สุด
นสพ.มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

โดย พิงค์สเกิร์ต

เรื่องของ "ความลังเล" สำหรับมนุษย์อย่างเราๆ ย่อมมีกันอยู่ทุกคน แล้วแต่ว่าจะมีมากหรือน้อยแตกต่างกันไป แต่กับคอลัมน์ล่าสุดวันนี้ จะเป็นเรื่องราวของ"ผู้ชาย"หรือ"ผู้หญิง"คนหนึ่ง ซึ่ง"พิงค์สเกิร์ต"ไม่รู้ว่าจะระบุเพศเป็นอะไร ที่มี"ความลังเล"ในเรื่องสำคัญมากถึงชีวิต ซึ่งก็คือเรื่องของการ"เปลี่ยนแปลงเพศ"นั่นเอง

"เรีย คูเปอร์" คือชื่อเรียกของเขา เมื่อปี 2011 เขาได้ตกเป็นข่าวพาดหัวใหญ่ กรณีที่เป็นเด็กผู้ชายอายุน้อยที่สุดของประเทศอังกฤษ ที่ผ่าตัดแปลงเพศเป็น"ผู้หญิง"ด้วยวัยเพียง 17 ปี หลังจากที่เธอขอร้องครอบครัวเพื่อแปลงเพศมานานหลายปี จนที่สุดก็ได้แปลงเพศกลายเป็น"ผู้หญิง"สมใจ

และแล้วอยู่ดีไม่ว่าดี เมื่อ"เรีย"มีอายุได้ 18 ปี หลังจากแปลงเพศมาไม่ถึงปี เขาได้เกิดอาการลังเลในเพศของตัวเอง และในที่สุดก็ตัดสินใจใหม่อีกครั้ง ที่จะแปลงเพศกลับเป็นไป"เพศชาย"ดังเดิม เนื่องจากเขาต้องประสบกับความรวดร้าวทางจิตใจอย่างหนักเมื่อแปลงเพศเป็นหญิง


รายงานข่าวระบุว่า "เรีย"ได้ยกเลิกกระบวนการแปลงเพศหญิงทั้งหมด ที่ยังทำไม่เสร็จสิ้นและหยุดการบำบัดฮอร์โมนเพศหญิง ที่ช่วยให้เขามีหน้าอกเหมือนผู้หญิงทั่วไป เพราะเขารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นอีกเพศหนึ่งมันเป็นเรื่องเกินที่จะรับได้และมันทำให้เขาไม่มีความสุขเลย มันแย่จนถึงขั้นทำให้เขาพยายามฆ่าตัวตายถึง 2 ครั้งด้วยกัน

"การบำบัดด้วยฮอร์โมนเพศหญิงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนผีเข้าผีออก บางครั้งอยู่ดีๆ ฉันก็รู้สึดหงุดหงิดและอีก 1 นาทีต่อมาฉันกลับมารู้สึกมีความสุขมาก คืนที่ฉันกรีดข้อมือตัวเอง ฉันดื่มเหล้าเป็นขวด และคิดว่าตัวเองนั้น ช่างเปล่าเปลี่ยว การตัดสินใจแปลงเป็นเพศหญิงทำให้ฉันหมางเมินกับครอบครัว ฉันจึงคิดว่า ฉันต้องกลับมาเป็นผู้ชายเพื่อแก้ไขปัญหานี้"เรีย คูเปอร์ เปิดเผย


"เรีย" มีชื่อผู้ชายว่า"แบรด" เขาเริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิงตั้งแต่อายุ 12 ขวบ และเมื่อมีอายุได้ 15 ปี เขาไปปรึกษาแพทย์ เพื่อขอแปลงเพศเป็นผู้หญิง เขาเชื่อว่า ถ้าเธอเปลี่ยนเพศกลับมาเป็นเพศชายดังเดิม เขาน่าจะมีโชคดีด้านความรัก ในฐานะเป็น"หนุ่มเกย์"ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม และจะช่วยให้ความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวดีขึ้น

เมื่อรู้เรื่องราวของเขาแล้ว รู้สึกน่าสงสารเหมือนกัน ด้วยความที่ยังไม่เข้าใจตัวเอง ความลังเล ประกอบกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร เราควรศึกษาให้ถ่องแท้ และนอกจากจะเปลี่ยนแปลงทางกายภาพแล้ว การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจก็สำคัญ ควรมีจิตแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดและครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่สามารถส่งผลกระทบทั้งด้านดีและร้าย ...."พิงค์สเกิร์ต"ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากขอให้"เรีย"โชคดีและกลับมามีความสุขดังเดิม