กดเซฟด่วน! กูรูเผยทริกกิน "เนื้อแดง" คู่กับผัก 1 ชนิด ช่วยล้างพิษ-ต้านมะเร็งลำไส้

สายบุฟเฟต์ต้องอ่าน! แพทย์แนะกิน "เนื้อแดง" คู่กับ "ผัก 1 ชนิด" ช่วยล้างพิษ-บล็อกมะเร็งลำไส้
พฤติกรรมการกินอาหารในปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ที่เน้นกินเนื้อสัตว์เยอะ แต่กินผักน้อย รวมถึงการชอบกินอาหารแปรรูปและของหวาน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ที่กระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ "มะเร็งลำไส้"
ล่าสุด นักโภชนาการและวิทยาศาสตร์อาหารชาวไต้หวัน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่า การกินผักทุกชนิดมีส่วนช่วยปกป้องร่างกายอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ชอบกิน "เนื้อแดง" (เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู) ขอแนะนำให้กินควบคู่กับ "ผักคะน้าฮ่องกง" เพราะผักชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดความเครียดจากการออกซิเดชัน (Oxidative Stress) และลดการอักเสบในลำไส้ได้อย่างดีเยี่ยม
ทำไมกินเนื้อแดงเยอะ ลำไส้ถึงเสี่ยงพัง?
นักโภชนาการอ้างอิงผลการวิจัยว่า ในเนื้อแดงจะมีสารที่เรียกว่า "สารฮีม" (Heme) ซึ่งเป็นสารประกอบเหล็กที่ให้สีแดงในเม็ดเลือด เมื่อเรากินเนื้อแดงเข้าไป สารฮีมนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดความเครียดจากการออกซิเดชันและเกิดความเป็นพิษต่อเซลล์ในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้ลำไส้ต้องแบกรับภาระหนักขึ้น
แต่มีการวิจัยพบว่า "คลอโรฟิลล์ตามธรรมชาติ" ที่อยู่ในผักใบเขียวเข้ม สามารถเข้าไปจับตัวกับสารฮีมในลำไส้ได้ ซึ่งจะช่วยลดอานุภาพทำลายล้างของสารฮีม และป้องกันไม่ให้มันเข้าไปทำร้ายผนังลำไส้ของเรา
"ผักคะน้าฮ่องกง" ฮีโร่สายเขียวที่มี 2 ร่างในต้นเดียว
นักโภชนาการระบุว่า แม้ผักใบเขียวเกือบทุกชนิดจะช่วยปกป้องลำไส้ได้ แต่กลไกการทำงานจะแตกต่างกันไป ทว่า "ผักคะน้าฮ่องกง" มีความพิเศษตรงที่มี "ดับเบิลฟังก์ชัน" หรือมี 2 สถานะในตัวเอง คือเป็นทั้ง "ผักใบเขียวเข้ม" และเป็นผักในตระกูล "กางเขน/ตระกูลกะหล่ำ" (Cruciferous Vegetables)
- ร่างที่ 1 (ผักใบเขียวเข้ม): อัดแน่นไปด้วยคลอโรฟิลล์ธรรมชาติ ช่วยลดการเกิดออกซิเดชันจากสารฮีมในเนื้อสัตว์
-
ร่างที่ 2 (ผักตระกูลกะหล่ำ): ช่วยเสริมระบบต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นเอนไซม์ในระบบขับล้างสารพิษของร่างกาย และลดการอักเสบ
ดังนั้น การกินคะน้าฮ่องกงคู่กับเนื้อแดง จึงเหมือนกับการเปิดระบบปกป้องลำไส้แบบคูณสองจากหลากหลายกลไกพร้อมๆ กัน
เกร็ดความรู้จากกระทรวงเกษตรไต้หวัน ผักคะน้าฮ่องกงไม่ได้มีดีแค่ต้านมะเร็ง แต่ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุจำเป็น ทั้งแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูก, ธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงโลหิต, โพแทสเซียมที่ช่วยเรื่องระบบประสาทและการโฟกัสของสมอง รวมถึงวิตามินเอที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงสายตาอีกด้วย
แพทย์เตือน! ปรับพฤติกรรมการกินคือเกราะคุ้มกันมะเร็งที่ดีที่สุด
นพ. หวง ซวน (Huang Xuan) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ป่วยวิกฤต ได้ออกมาตอกย้ำเช่นกันว่า หากต้องการลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง "อาหารเพื่อสุขภาพ" คือหัวใจสำคัญที่สุด โดยหมอหวงได้ให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมง่ายๆ ไว้ดังนี้:
-
สิ่งที่ควรเพิ่ม: เน้นกินอาหารแบบธรรมชาติ (Whole Foods) ที่ไม่ผ่านการแปรรูป, กินผักผลไม้และธัญพืชขัดสีน้อย, ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ, และกินอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ (เช่น ของหมักดองสุขภาพ) เพื่อบำรุงจุลินทรีย์ในลำไส้
-
สิ่งที่ควรลด: ลดการกินเนื้อแปรรูป (เช่น ไส้กรอก เบคอน) และเนื้อแดง, จำกัดปริมาณน้ำตาลและอาหารแคลอรีสูง, หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฆอล์และน้ำหวาน, รวมถึงลดการกินเค็ม เพียงเท่านี้ก็สามารถกู้คืนสุขภาพดีและลดความเสี่ยงมะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญแล้ว
รู้แบบนี้แล้ว มื้อหน้าถ้าจะไปจัดหนักหมูกระทะ ปิ้งย่าง หรือสเต็กเนื้อจานโปรด อย่าลืมสั่งผักคะน้าฮ่องกงหรือผักใบเขียวเข้มมากินเคียงคู่กันเพื่อเซฟลำไส้ของเรากันด้วย เพื่อให้เราได้ฟินกับของอร่อยไปพร้อมๆ กับการมีสุขภาพที่แข็งแรง!
- 2 สัญญาณเตือน “ไตเสื่อม” ที่สังเกตได้ขณะเดิน อย่ามัวคิดว่าปกติ รู้ก่อนรักษาทัน!
- พบ "ตัวการ" ก่อมะเร็งตับ! หมอเตือนพิษร้ายกว่าสารหนู 68 เท่า แต่หลายบ้านยังกินซ้ำๆ

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี