พยาบาลฆาตกรแอบให้ยาเกินขนาด ผู้ป่วยดับ 10 ราย ขยายผลพบอีกนับร้อย ปมก่อเหตุสุดช็อก!

เยอรมนีขยายผลคดีพยาบาลฆาตกรรมผู้ป่วย อย่างน้อย 10 ราย ล่าสุดสงสัยอีก 139 เหตุ ขุดศพตรวจแล้ว 39 ราย
วงการสาธารณสุขเยอรมนีกำลังเผชิญคดีสะเทือนขวัญอีกครั้ง หลังอัยการเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุเสียชีวิตต้องสงสัยอีกจำนวนมาก ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับอดีตบุรุษพยาบาลแผนกดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ผู้ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568
ชายคนดังกล่าวถูกสื่อเยอรมันเปิดเผยชื่อเพียงบางส่วนว่า อุลริช เอส. (Ulrich S.) ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเมืองอาเคิน หลังศาลมีคำพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานฆาตกรรมผู้ป่วย 10 ราย และพยายามฆ่าอีก 27 ราย อย่างไรก็ตาม ทางการไม่ได้เปิดเผยชื่อเต็มของจำเลยตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเยอรมนี

คดีเดิมเกิดขึ้นในโรงพยาบาลเมืองวือร์เซเลิน
คดีที่ศาลมีคำพิพากษาเกิดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2566 ถึงพฤษภาคม 2567 ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองวือร์เซเลิน ซึ่งอยู่ใกล้เมืองอาเคิน ทางตะวันตกของเยอรมนี ขณะก่อเหตุจำเลยมีอายุ 44 ปี และทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2563
หลักฐานที่นำเสนอต่อศาลระบุว่า จำเลยให้ยาระงับประสาทหรือยาแก้ปวดในปริมาณที่เป็นอันตรายแก่ผู้ป่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้มีภาวะเปราะบาง อัยการเชื่อว่าแรงจูงใจคือความต้องการลดภาระในการดูแลผู้ป่วยระหว่างเข้าเวรกะกลางคืน
ระหว่างการพิจารณาคดี จำเลยอ้างว่าเพียงต้องการช่วยให้ผู้ป่วยหลับ และไม่ทราบว่าปริมาณยาที่ให้จะเป็นอันตรายถึงชีวิต ขณะที่ฝ่ายอัยการโต้แย้งว่า พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการขาดความเห็นอกเห็นใจและความรับผิดชอบต่อผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแล
ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต พร้อมชี้ความผิดมีความร้ายแรงเป็นพิเศษ
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ศาลเมืองอาเคินพิพากษาจำเลยในความผิดฐานฆาตกรรม 10 กระทง และพยายามฆ่า 27 กระทง พร้อมลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ศาลยังวินิจฉัยว่าคดีมี “ความร้ายแรงของความผิดเป็นกรณีพิเศษ” ซึ่งโดยหลักกฎหมายเยอรมันทำให้โอกาสได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดหลังรับโทษครบ 15 ปีเป็นไปได้ยากขึ้น
คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ควรตีความว่าเป็นโทษ “จำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีทัณฑ์บน” แบบเด็ดขาด เพราะระบบกฎหมายเยอรมันยังมีกระบวนการประเมินตามกฎหมาย แต่การกำหนดความร้ายแรงเป็นพิเศษหมายความว่า จำเลยจะไม่ได้รับการพิจารณาปล่อยตัวเมื่อครบ 15 ปีโดยอัตโนมัติ
อัยการเมืองอาเคินตรวจสอบเพิ่ม 121 คดี
แม้คดีเดิมจะสิ้นสุดด้วยคำพิพากษาแล้ว แต่ตำรวจและอัยการยังคงตรวจสอบประวัติการทำงานและเหตุเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุดสำนักงานอัยการเมืองอาเคินยืนยันว่า มีเหตุการณ์ต้องสงสัยอีก 121 คดี ที่กำลังถูกตรวจสอบว่าอาจเกี่ยวข้องกับอดีตพยาบาลรายนี้หรือไม่
อัยการคัทจา ชเลนเคอร์มันน์-พิตส์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาตรวจพิสูจน์แล้ว 39 ราย เพื่อค้นหาสารหรือยาที่อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต การสอบสวนในส่วนของเมืองอาเคินครอบคลุมเหตุการณ์ย้อนหลังไปถึงเดือนกันยายน 2565 และอาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 121 คดีเป็นเพียงเหตุการณ์ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ไม่ได้หมายความว่าทุกคดีได้รับการยืนยันว่าเป็นการฆาตกรรม หรือว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เจ้าหน้าที่ยังต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ประวัติการรักษา ตารางปฏิบัติงาน และพยานหลักฐานอื่นก่อนตัดสินใจดำเนินคดีเพิ่มเติม
เมืองโคโลญจน์ตรวจสอบแยกอีก 18 คดี
นอกจากการสอบสวนในเขตอาเคินแล้ว อัยการเมืองโคโลญจน์ยังตรวจสอบเหตุเสียชีวิตต้องสงสัยอีก 18 คดี โดยคดีเก่าแก่ที่สุดย้อนหลังไปถึงปี 2553 เนื่องจากข้อมูลประวัติการทำงานระบุว่า ก่อนย้ายมาทำงานในเมืองวือร์เซเลิน จำเลยเคยปฏิบัติงานในสถานพยาบาลแห่งหนึ่งที่เมืองโคโลญจน์
เมื่อนำตัวเลขจากสองพื้นที่มารวมกัน ขณะนี้มีเหตุการณ์ต้องสงสัยซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งหมด 139 คดี แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าทั้ง 139 เหตุการณ์เป็นการกระทำของบุคคลเดียวกัน หรือเป็นคดีอาญาทั้งหมด การใช้คำว่า “คดีต้องสงสัย” จึงมีความสำคัญ เพื่อไม่ให้ตัวเลขระหว่างการสอบสวนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
เหตุใดต้องขุดศพขึ้นมาตรวจพิสูจน์?
การตรวจสอบเหตุเสียชีวิตย้อนหลังจำเป็นต้องอาศัยทั้งเอกสารทางการแพทย์ บันทึกการให้ยา ตารางเข้าเวร และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ในบางกรณีเจ้าหน้าที่จึงต้องขุดศพขึ้นมาตรวจ เพื่อหาหลักฐานของสารหรือยาที่อาจหลงเหลืออยู่ และเปรียบเทียบกับข้อมูลการรักษาที่บันทึกไว้
กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลานาน เนื่องจากผู้เสียชีวิตบางรายจากไปหลายปีแล้ว ขณะที่ผู้ป่วยในแผนกประคับประคองมักมีโรครุนแรงอยู่ก่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องแยกให้ได้ว่า การเสียชีวิตเป็นไปตามธรรมชาติของโรค หรือมีปัจจัยผิดปกติเข้ามาเกี่ยวข้อง
บทสรุป คดีอาจมีข้อหาเพิ่มเติม แต่ต้องรอหลักฐานยืนยัน
ปัจจุบัน อุลริช เอส. ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจากคดีฆาตกรรมผู้ป่วย 10 ราย และพยายามฆ่า 27 ราย ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2566 ถึงพฤษภาคม 2567 ส่วนเหตุการณ์อีก 139 คดีในเมืองอาเคินและโคโลญจน์ยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบ และยังไม่ใช่จำนวนคดีฆาตกรรมที่ได้รับการยืนยัน
การสอบสวนที่ขยายวงกว้างสะท้อนถึงความพยายามของทางการเยอรมนีในการทบทวนเหตุเสียชีวิตย้อนหลังอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุและผู้ป่วยระยะประคับประคองซึ่งไม่สามารถปกป้องตนเองได้ หากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลการรักษาพบความเชื่อมโยงเพิ่มเติม อัยการอาจยื่นข้อหาใหม่ต่อจำเลยได้ในปี 2570
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี