ฉีดน้ำส้มสายชูลง “กุญแจ” ช่วยแก้อะไรได้บ้าง? รู้แล้วอาจอยากลอง!

ฉีดน้ำส้มสายชูลง “กุญแจ” ช่วยแก้อะไรได้บ้าง? รู้แล้วอาจอยากลอง!

ฉีดน้ำส้มสายชูลง “กุญแจ” ช่วยแก้อะไรได้บ้าง? รู้แล้วอาจอยากลอง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฉีดน้ำส้มสายชูลง “กุญแจ” ช่วยอะไร? เปิด 5 ประโยชน์ จัดการคราบได้มากกว่าที่คิด!

กุญแจบ้าน กุญแจรถ หรือพวงกุญแจ เป็นของใช้ที่เราหยิบจับอยู่ทุกวัน ทั้งใส่กระเป๋ากางเกง กระเป๋าถือ วางบนโต๊ะ หรือสัมผัสพื้นผิวต่าง ๆ จึงไม่แปลกที่เมื่อใช้ไปนาน ๆ จะเกิดทั้งคราบมัน ฝุ่น และคราบหมองสะสมจนดูสกปรก

หนึ่งในวิธีที่หลายคนนำมาใช้คือการเช็ดด้วย น้ำส้มสายชูขาวเจือจาง แทนการใช้น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว เพราะกรดอ่อนในน้ำส้มสายชูสามารถช่วยคลายคราบบางประเภทได้ แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะกับกุญแจรถที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือพื้นผิวเคลือบพิเศษ

1. ช่วยคลายคราบฝุ่นและคราบหมองที่เกาะมานาน

กุญแจโลหะที่ใช้งานเป็นเวลานานมักมีคราบฝุ่น คราบมันจากมือ และสิ่งสกปรกสะสมอยู่ตามซอกหรือพื้นผิว น้ำส้มสายชูขาวที่เจือจางกับน้ำสามารถช่วยทำให้คราบบางส่วนอ่อนตัวและเช็ดออกได้ง่ายขึ้น

วิธีที่เหมาะสมคือ ไม่ควรเทหรือฉีดน้ำส้มสายชูลงบนกุญแจโดยตรง แต่ให้ชุบน้ำส้มสายชูเจือจางบนผ้านุ่มเพียงเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เช็ดบริเวณที่มีคราบ

หลังเช็ดควรใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำทันที โดยเฉพาะบริเวณร่อง พวงกุญแจ และข้อต่อ เพื่อไม่ให้มีความชื้นตกค้างเป็นเวลานาน

2. ช่วยจัดการคราบกาวจากสติกเกอร์หรือเทป

บางครั้งป้ายราคา สติกเกอร์ หรือเทปกาวอาจทิ้งคราบเหนียวไว้บนกุญแจหรือพวงกุญแจโลหะ การใช้แรงขูดมากเกินไปอาจทำให้พื้นผิวเกิดรอยได้

น้ำส้มสายชูเจือจางในปริมาณเล็กน้อยอาจช่วยทำให้คราบกาวบางชนิดนิ่มลง เพียงชุบผ้าแล้วแตะบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ชั่วครู่ก่อนค่อย ๆ เช็ดออก โดยไม่จำเป็นต้องใช้ของแข็งขูดแรง ๆ

อย่างไรก็ตาม หากกุญแจหรือพวงกุญแจมีสี เคลือบเงา หรือมีวัสดุตกแต่ง ควรทดลองเช็ดบริเวณเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นก่อน เพราะกรดในน้ำส้มสายชูอาจกระทบพื้นผิวบางประเภทได้

3. ช่วยลดคราบมันจากการจับด้วยมือ

มือของเรามีน้ำมันตามธรรมชาติ เมื่อหยิบกุญแจซ้ำ ๆ ทุกวัน คราบมันจึงสะสมบนโลหะได้ และเมื่อรวมกับฝุ่นก็ทำให้กุญแจดูคล้ำหรือเหนียวกว่าปกติ

ความเป็นกรดอ่อน ๆ ของน้ำส้มสายชูสามารถช่วยจัดการคราบมันและสิ่งสกปรกบางชนิด ทำให้พื้นผิวดูสะอาดขึ้นกว่าการเช็ดด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว

แต่หากกุญแจเปื้อนน้ำมันหรือจาระบีหนัก น้ำส้มสายชูอาจไม่เพียงพอ และควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับวัสดุนั้นแทน

4. อาจช่วยลดกลิ่นบางชนิดที่ติดกุญแจ

กุญแจที่เก็บอยู่ในกระเป๋า ลิ้นชัก หรือพื้นที่อับเป็นเวลานานอาจดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์จากสิ่งรอบตัวได้ แม้น้ำส้มสายชูจะมีกลิ่นเฉพาะตัวค่อนข้างแรง แต่สามารถช่วยลดกลิ่นบางประเภทได้หลังจากเช็ดและปล่อยให้แห้ง

ไม่จำเป็นต้องแช่กุญแจลงในน้ำส้มสายชู เพียงใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเจือจางหมาด ๆ เช็ดพื้นผิว แล้วเช็ดให้แห้งก็เพียงพอ

5. ใช้กับพื้นผิวแข็งบางชนิดได้ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง

น้ำส้มสายชูมักถูกนำมาใช้ทำความสะอาดพื้นผิวแข็งหลายประเภทในบ้าน แต่ด้วยความที่มีฤทธิ์เป็นกรด จึงไม่เหมาะกับวัสดุทุกชนิด

พื้นผิวที่เคลือบสี วัสดุหนัง หินธรรมชาติ หรือผิวเคลือบพิเศษบางชนิด อาจเกิดการซีด ด้าน หรือเสียหายได้หากสัมผัสน้ำส้มสายชูเข้มข้นหรือเป็นเวลานาน

โดยเฉพาะ กุญแจรถแบบรีโมตหรือ Smart Key ซึ่งมีแผงวงจรและปุ่มอิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายใน ไม่ควรฉีดหรือเทของเหลวลงบนตัวกุญแจโดยตรง เพราะความชื้นอาจซึมเข้าไปสร้างความเสียหายต่อวงจรได้

วิธีใช้น้ำส้มสายชูเช็ดกุญแจให้ปลอดภัยกว่า

  • ใช้น้ำส้มสายชูขาวเจือจางกับน้ำก่อนใช้
  • ชุบลงบนผ้า ไม่เทหรือฉีดลงบนกุญแจโดยตรง
  • เช็ดเฉพาะพื้นผิวภายนอก
  • ทดลองบนบริเวณเล็ก ๆ ก่อน หากกุญแจมีสีหรือสารเคลือบ
  • เช็ดให้แห้งทันทีหลังทำความสะอาด
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้ของเหลวเข้าไปในช่องปุ่มหรือวงจรของกุญแจรถ

ข้อสำคัญ ห้ามผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำยาฟอกขาว

แม้น้ำส้มสายชูจะเป็นของใช้ในครัวที่ดูธรรมดา แต่มีข้อห้ามสำคัญคือ ห้ามผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำยาฟอกขาวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีคลอรีน เพราะอาจเกิดก๊าซคลอรีนที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

ดังนั้น หากจะใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาด ควรใช้แยกเดี่ยว ๆ และหลีกเลี่ยงการผสมกับน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่นโดยไม่รู้ส่วนประกอบ

สรุป ทำไมหลายคนถึงใช้น้ำส้มสายชูเช็ดกุญแจ?

เหตุผลหลักคือ น้ำส้มสายชูขาวเจือจางสามารถช่วยคลายคราบสกปรก คราบมัน คราบกาว และกลิ่นบางชนิดบนกุญแจโลหะทั่วไปได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นของที่หาได้ง่ายและราคาไม่สูง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรมองว่าน้ำส้มสายชูใช้ได้กับกุญแจทุกประเภท โดยเฉพาะกุญแจรถที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือกุญแจที่มีผิวเคลือบพิเศษ หากไม่แน่ใจควรใช้เพียงผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หรือเลือกน้ำยาทำความสะอาดที่ผู้ผลิตแนะนำ จะปลอดภัยต่ออุปกรณ์มากกว่า

 

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล