ลืมน้ำดีท็อกซ์ไปได้เลย! เผยเครืองดื่มบ้านๆ ที่ "ไตรักมาก" ลดเสี่ยงนิ่ว-ช่วยกรองเลือดดีเยี่ยม

ลืมน้ำดีท็อกซ์ไปได้เลย! เผยเครืองดื่มบ้านๆ ที่ "ไตรักมาก" ลดเสี่ยงนิ่ว-ช่วยกรองเลือดดีเยี่ยม

ลืมน้ำดีท็อกซ์ไปได้เลย! เผยเครืองดื่มบ้านๆ ที่ "ไตรักมาก" ลดเสี่ยงนิ่ว-ช่วยกรองเลือดดีเยี่ยม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดวิธีดื่มน้ำ "สูตรบำรุงไต" หลังตื่นนอน ผู้เชี่ยวชาญย้ำ ดื่มแบบไหนช่วยลดภาระไตได้ดีที่สุด

หลายคนอาจต้องรู้สึกเสียดายที่มองข้าม "สมบัติล้ำค่า" สำหรับไตที่มีอยู่ติดบ้านเพียงเพราะไม่รู้วิธีใช้ประโยชน์ และไม่รู้ว่าดื่มตอนไหนถึงจะดีที่สุด

ในขณะที่หลายคนเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟ ชานม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่ม "ดีท็อกซ์" ที่โฆษณากันอย่างครึกโครม แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและโรคไตกลับยืนยันว่า เครื่องดื่มที่เรียบง่ายที่สุดและเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุดหลังตื่นนอนก็คือ "น้ำเปล่า"

ฟังดูอาจจะธรรมดาจนน่าเบื่อ แต่นี่คือความจริง เพราะหลังจากนอนหลับมาหลายชั่วโมง ร่างกายจะอยู่ในสภาวะขาดน้ำเล็กน้อย ไตต้องทำงานท่ามกลางปริมาณของเหลวที่ลดลง ในขณะที่ของเสียจากการเผาผลาญยังคงต้องถูกกรองและขับออก

ทำไมการดื่มน้ำเปล่าตอนเช้าถึงดีต่อ "ไต"?

Melanie Betz ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากสหรัฐฯ ระบุว่า ไตมีหน้าที่กำจัดของเสียจากทุกสิ่งที่เรารับประทานและดื่มเข้าไป ดังนั้นการเติมน้ำให้เพียงพอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอน น้ำเปล่าเพียงแก้วเดียวจะช่วยให้ไต "หายใจคล่อง" ขึ้นหลังจากทำงานเงียบๆ มาตลอดทั้งคืน

1. ช่วยเจือจางของเสีย ช่วยให้ไตกรองเลือดได้ง่ายขึ้น ไตมีหน่วยไต (Nephrons) กว่าล้านหน่วยที่ทำหน้าที่เป็น "เครื่องกรองจิ๋ว" เมื่อร่างกายขาดน้ำ ปัสสาวะจะเข้มข้นขึ้น ทำให้ไตต้องทำงานหนักกว่าเดิมในการจัดการกับของเสีย การดื่มน้ำในตอนเช้าจะช่วยเจือจางของเสียที่สะสมมาหลายชั่วโมง ช่วยให้ระบบขับถ่ายปัสสาวะได้รับการ "รีสตาร์ท" อย่างนุ่มนวล

2. ลดความเสี่ยงนิ่วในไต หนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดนิ่วคือปัสสาวะที่เข้มข้นเกินไป ทำให้สารอย่างแคลเซียมและออกซาเลตตกผลึกได้ง่าย การดื่มน้ำเพียงพอจะช่วยเพิ่มปริมาณปัสสาวะและลดความเข้มข้นของสารก่อตัวเหล่านี้

3. สนับสนุนการไหลเวียนโลหิตไปยังไต เมื่อร่างกายขาดน้ำ ปริมาตรเลือดจะลดลง ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราวและหลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้หัวใจและไตต้องรับแรงกดดันเพิ่มขึ้น การดื่มน้ำจะช่วยรักษาการไหลเวียนของเลือดให้คงที่ ลดภาระของระบบหมุนเวียนโลหิต

4. เติมน้ำโดยไม่สร้างภาระให้ไต น้ำเปล่าไม่มีน้ำตาล คาเฟอีน หรือสารแต่งสีแต่งกลิ่น ซึ่งต่างจากน้ำหวานหรือกาแฟเข้มข้นที่อาจทำให้ร่างกายยิ่งขาดน้ำหรือน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ซึ่งสร้างภาระทางอ้อมให้ไต ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าน้ำอุ่นประมาณ 200-300 มล. หลังตื่นนอนคือวิธีที่ดีที่สุด

ดื่มน้ำอย่างไรให้ไตแข็งแรงที่สุด?

การดื่มน้ำมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป คุณหมอ Melanie Betz ได้ให้คำแนะนำในการดื่มน้ำเพื่อป้องกันโรคไตดังนี้:

  • ดื่มให้พอดี ไม่ใช่ "ยัด" น้ำ: โดยทั่วไปผู้ใหญ่ต้องการน้ำประมาณ 1.5 - 2 ลิตรต่อวัน ไม่ควรดื่มปริมาณมากในครั้งเดียวเพราะจะทำให้ไตทำงานหนักเกินไป

  • ดื่มทันทีหลังตื่นนอน: เพื่อชดเชยการขาดน้ำหลังนอนหลับยาว น้ำอุ่น 200-300 มล. จะช่วยกระตุ้นการกรองเลือดได้ดีเยี่ยม

  • จิบทีละน้อย กระจายตลอดวัน: อย่ารอจนหิวค่อยดื่ม หรือดื่มทีเดียวหมดขวด ควรจิบไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เช้าจนเย็นเพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้สม่ำเสมอ

  • หลีกเลี่ยงน้ำที่เย็นจัด: น้ำเย็นจัดอาจทำให้หลอดเลือดหดตัวกะทันหัน ส่งผลต่อการหมุนเวียนเลือดและระบบย่อยอาหาร น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องดีที่สุดสำหรับไต

  • เลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากก่อนนอน: เพราะจะทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะกลางดึก กระทบต่อคุณภาพการนอนและสร้างภาระให้ไตในยามค่ำคืน

  • สังเกตสีปัสสาวะ: ปัสสาวะสีเหลืองอ่อนแสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ หากมีสีเข้มต่อเนื่อง แสดงว่าคุณควรดื่มน้ำเพิ่ม

แค่น้ำเปล่าธรรมดาๆ ในบ้านนี่แหละ คือ "ยาบำรุงไต" ที่ดีที่สุดที่คุณมอบให้ร่างกายได้ในทุกเช้า

 

 

ที่มา: Eating Well, Times of India, Daily Mail, SOHA

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล