5 ต้นไม้ยอดฮิต "ไล่งู" ปลูกไว้รอบบ้านป้องกันงูได้ จริงหรือ? เปิดความจริงก่อนหามาปลูก

5 ต้นไม้ที่เชื่อว่างูไม่ชอบ ปลูกไว้รอบบ้านได้ แต่ป้องกันงูได้จริงหรือ?
การปลูกต้นไม้รอบบ้านช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้ร่มเงา และทำให้บรรยากาศน่าอยู่ขึ้น แต่บริเวณที่มีพุ่มไม้หนาทึบ หญ้ารก กองใบไม้ หรือพื้นดินชื้น ก็อาจกลายเป็นจุดหลบซ่อนของงูและสัตว์ขนาดเล็กที่เป็นอาหารของงูได้เช่นกัน การจัดสวนจึงต้องคำนึงถึงทั้งความสวยงามและความปลอดภัยควบคู่กันไป
ในโลกออนไลน์มีการแชร์รายชื่อพืชหลายชนิดที่เชื่อว่าช่วยไล่งู เพราะมีกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหย เช่น ตะไคร้ มะนาว มิ้นต์ และโหระพา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก University of California Statewide Integrated Pest Management Program ระบุอย่างชัดเจนว่า ยังไม่มีพืชชนิดใดที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถไล่งูได้อย่างน่าเชื่อถือ พืชเหล่านี้จึงปลูกได้ในฐานะสมุนไพรหรือไม้ประดับ แต่ไม่ควรใช้เป็นแนวป้องกันงูเพียงอย่างเดียว

ทำไมกลิ่นของต้นไม้จึงอาจไม่ได้หยุดงูอย่างที่คิด?
ความเชื่อเรื่องพืชไล่งูมักตั้งอยู่บนแนวคิดว่า กลิ่นฉุนหรือน้ำมันหอมระเหยจะรบกวนการรับกลิ่นของงู แต่กลิ่นที่มนุษย์รู้สึกว่าแรง ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้งูหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้นเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อบริเวณดังกล่าวยังมีอาหาร น้ำ หรือที่กำบังที่เหมาะสม
แม้ใบของพืชบางชนิดจะมีน้ำมันหอมระเหย แต่เมื่อปลูกเป็นต้นตามปกติ สารที่มีกลิ่นอาจไม่ได้ถูกปล่อยออกมาในระดับเข้มข้นหรือครอบคลุมพื้นที่มากพอ การบดใบแล้วได้กลิ่นชัดจึงไม่ใช่หลักฐานว่าต้นไม้ทั้งต้นสามารถสร้างแนวป้องกันงูรอบบ้านได้
5 ต้นไม้ที่มักถูกกล่าวถึงว่าช่วยไล่งู
1. ตะไคร้

ตะไคร้เป็นหนึ่งในพืชที่มักถูกกล่าวถึงเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงการไล่งู เพราะใบและลำต้นมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยกลิ่นจะชัดขึ้นเมื่อใบถูกขยี้หรือลำต้นได้รับการกระทบ ตะไคร้ยังปลูกง่ายและสามารถนำไปประกอบอาหารได้ จึงเหมาะกับการปลูกเป็นพืชสวนครัวมากกว่าใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันงู
หากปลูกตะไคร้รอบบ้าน ควรตัดแต่งกอไม่ให้หนาแน่นเกินไป เพราะกอที่รกและมีใบแห้งสะสมอาจกลับกลายเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์ขนาดเล็กได้ การปลูกเป็นแนวยาวตามรั้วจึงไม่ได้รับประกันว่างูจะไม่เลื้อยผ่าน
2. ต้นมะนาว

ใบ เปลือก และผิวผลของมะนาวมีสารให้กลิ่นแบบซิตรัส จึงเกิดความเชื่อว่ากลิ่นดังกล่าวอาจทำให้งูไม่อยากเข้าใกล้ ต้นมะนาวยังมีประโยชน์ด้านการประกอบอาหารและช่วยเพิ่มความเขียวขจีให้สวน แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการปลูกมะนาวสองสามต้นจะสร้างเขตป้องกันงูได้
สิ่งที่ควรระวังคือ ผลมะนาวที่ร่วงค้าง กิ่งที่ติดพื้น และวัสดุรกใต้ต้น อาจดึงดูดแมลงหรือสัตว์ขนาดเล็กเข้ามา ควรเก็บผลที่ร่วงและตัดแต่งโคนต้นให้โปร่งอยู่เสมอ
3. มิ้นต์หรือสะระแหน่

มิ้นต์และสะระแหน่มีกลิ่นสดชื่นชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสหรือบดใบ พืชกลุ่มนี้ปลูกง่ายทั้งในกระถางและแปลงขนาดเล็ก จึงมักถูกนำไปปลูกใกล้หน้าต่าง ระเบียง หรือบริเวณสวนครัว
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างว่ามิ้นต์ช่วยไล่งูส่วนใหญ่มาจากความเชื่อและประสบการณ์ส่วนบุคคล ไม่ใช่หลักฐานทดลองที่ยืนยันผลได้ การปลูกในกระถางยังช่วยควบคุมการกระจายตัว และลดโอกาสเกิดพุ่มหนาทึบซึ่งอาจเป็นแหล่งหลบซ่อนของสัตว์ได้
4. โหระพา

โหระพาเป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในใบ เมื่อสัมผัสหรือขยี้จะได้กลิ่นค่อนข้างชัด จึงมีความเชื่อพื้นบ้านว่ากลิ่นของโหระพาอาจไม่เป็นที่ชื่นชอบของงู
แม้จะยังไม่มีหลักฐานว่าป้องกันงูได้ แต่โหระพายังคุ้มค่าที่จะปลูกไว้ใช้ประกอบอาหาร หากปลูกเป็นแปลงควรเก็บใบแห้ง ตัดแต่งกิ่ง และไม่ปล่อยให้บริเวณโคนต้นรกจนเกิดพื้นที่อับ
5. เชฟเฟลรา

เชฟเฟลราเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกทั้งในและนอกอาคาร เพราะมีใบสีเขียวสวยและปรับตัวได้ดี บทความออนไลน์บางแห่งระบุว่ากลิ่นของต้นไม้นี้อาจช่วยไม่ให้งูเข้าใกล้ แต่ยังไม่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์น่าเชื่อถือรองรับคำกล่าวอ้างดังกล่าว
นอกจากนี้ รายชื่อที่เผยแพร่บางแหล่งยังใช้ชื่อ “Acanthopanax” สลับกับ “Schefflera” ทั้งที่ไม่ใช่ชื่อของพืชชนิดเดียวกัน แม้จะอยู่ในวงศ์ Araliaceae เช่นเดียวกันก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน ควรตรวจสอบชื่อพืชจากฉลากหรือชื่อวิทยาศาสตร์ก่อนซื้อ และไม่ควรคาดหวังว่าไม้ประดับชนิดนี้จะทำหน้าที่ไล่งูได้
วิธีป้องกันงูเข้าบ้านที่ได้ผลกว่าการปลูกต้นไม้
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสัตว์ป่าหลายแห่งให้คำแนะนำตรงกันว่า การลดแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนเป็นวิธีสำคัญกว่าการพึ่งกลิ่นของพืช งูมักเข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัยเมื่อบริเวณนั้นมีหนู กบ จิ้งจก หรือสัตว์ขนาดเล็กอื่น ๆ รวมถึงมีมุมมืดและสิ่งของกองรวมกันให้ซ่อนตัว
- ตัดหญ้าและแต่งพุ่มไม้ให้โปร่ง ไม่ปล่อยให้กิ่งไม้ ใบไม้ หรือพืชคลุมดินหนาทึบติดกับตัวบ้าน
- ย้ายกองไม้และวัสดุก่อสร้าง จัดเก็บอิฐ กระถางเก่า แผ่นไม้ และของที่ไม่ได้ใช้ให้เป็นระเบียบและห่างจากบ้าน
- เก็บขยะและอาหารให้มิดชิด ใช้ถังขยะที่มีฝาปิด ไม่ทิ้งอาหารสัตว์หรือเศษอาหารไว้ข้ามคืน เพราะอาจดึงดูดหนู
- ควบคุมจำนวนสัตว์ที่เป็นอาหารของงู ดูแลไม่ให้บ้านมีหนู กบ หรือแมลงสะสม โดยหลีกเลี่ยงน้ำขังและปิดภาชนะเก็บอาหาร
- อุดช่องทางเข้าบ้าน ตรวจรอยแตกบริเวณผนัง ฐานบ้าน ประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ และรอบท่อ พร้อมติดตะแกรงหรือวัสดุปิดที่แข็งแรง
- ติดแผ่นปิดช่องใต้ประตู ตรวจให้ประตูและหน้าต่างปิดสนิท โดยเฉพาะห้องเก็บของ โรงรถ และพื้นที่ชั้นล่าง
- ดูแลพื้นที่ชื้นและแหล่งน้ำ ซ่อมท่อรั่ว ระบายน้ำขัง และหลีกเลี่ยงการวางภาชนะใส่น้ำใกล้ตัวบ้านโดยไม่จำเป็น
ไม่ควรใช้ลูกเหม็นหรือสารเคมีโรยรอบบ้าน
ลูกเหม็นมักถูกนำมาแนะนำต่อกันว่าใช้ไล่งูได้ แต่ National Pesticide Information Center ระบุว่า ลูกเหม็นไม่ได้ผลิตมาเพื่อวัตถุประสงค์นี้และมีผลต่องูน้อย การนำไปโรยนอกภาชนะหรือใช้ผิดจากฉลากยังเสี่ยงต่อคน เด็ก สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม
สารไล่งูเชิงพาณิชย์และสูตรพื้นบ้านหลายชนิดก็ยังไม่มีประสิทธิภาพสม่ำเสมอเพียงพอให้หน่วยงานด้านสัตว์ป่าแนะนำ จึงไม่ควรใช้กำมะถัน สารฉุน หรือน้ำยาไม่ทราบส่วนผสมโรยตามพื้น เพราะอาจสร้างอันตรายโดยไม่ได้ช่วยแก้สาเหตุที่ทำให้งูเข้ามา
หากพบงูในบ้านควรทำอย่างไร?
เมื่อพบงูควรรักษาระยะห่าง พาเด็กและสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณนั้น และไม่พยายามจับ ไล่ ตี หรือแยกชนิดงูด้วยตนเอง หากทำได้อย่างปลอดภัย ให้ปิดประตูแยกพื้นที่และเฝ้าดูตำแหน่งของงูจากระยะไกล ก่อนติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่มีความพร้อมในการเคลื่อนย้ายสัตว์
หากงูอยู่ภายนอกและกำลังเลื้อยออกจากพื้นที่ ควรเปิดทางและปล่อยให้เคลื่อนออกไป การเข้าใกล้หรือพยายามทำร้ายงูอาจเพิ่มโอกาสเกิดอันตรายมากกว่าการเว้นระยะและรอผู้เชี่ยวชาญ
สรุป 5 ต้นไม้เหล่านี้ไล่งูได้จริงหรือไม่?
ตะไคร้ มะนาว มิ้นต์ โหระพา และเชฟเฟลรา สามารถปลูกเพื่อความสวยงาม ให้ร่มเงา หรือใช้ประกอบอาหารได้ แต่ ยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าการปลูกต้นไม้เหล่านี้สามารถป้องกันงูเข้าบ้านได้จริง กลิ่นที่ชัดเมื่อขยี้ใบไม่ได้หมายความว่าต้นไม้จะปล่อยสารออกมามากพอจนงูไม่กล้าเข้าใกล้
วิธีที่ควรให้ความสำคัญคือทำให้บริเวณบ้านไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยของงู ด้วยการตัดหญ้า แต่งพุ่มไม้ เก็บกองวัสดุ ควบคุมหนูและแหล่งอาหาร รวมถึงอุดช่องทางเข้าบ้าน การปลูกพืชที่มีกลิ่นหอมอาจใช้เป็นเพียงองค์ประกอบเสริมของสวน แต่ไม่ควรใช้แทนมาตรการป้องกันเหล่านี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี