ผลไม้ใกล้ตัว กินตอนดิบมีพิษ แต่สุกแล้วกลายเป็น “ของล้ำค่า” ต้านมะเร็ง

ผลไม้ใกล้ตัว กินตอนดิบมีพิษ แต่สุกแล้วกลายเป็น “ของล้ำค่า” ต้านมะเร็ง

ผลไม้ใกล้ตัว กินตอนดิบมีพิษ แต่สุกแล้วกลายเป็น “ของล้ำค่า” ต้านมะเร็ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนไม่รู้! “มะเขือเทศ” กินดิบอาจมีพิษ แต่สุกแล้วกลายเป็นซูเปอร์ฟู้ด ต้านมะเร็ง บำรุงผิว

มะเขือเทศเป็นผักผลไม้ที่คุ้นเคยและราคาไม่แพง แต่รู้หรือไม่ว่า หากกินผิดช่วงอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ขณะที่เมื่อสุกเต็มที่กลับมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพและความงาม

ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ “ความสุก” ของมะเขือเทศ ซึ่งส่งผลต่อทั้งสารอาหารและความปลอดภัยในการบริโภค

ทำไมไม่ควรกินมะเขือเทศดิบ (ยังเขียว)

มะเขือเทศที่ยังไม่สุกมีสาร โซลานีน (Solanine) และอัลคาลอยด์ ซึ่งเป็นสารที่มีความเป็นพิษ หากรับประทานในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และอาจส่งผลต่อตับได้

ดังนั้น การนำมะเขือเทศเขียวไปกินสดหรือปรุงอาหารโดยไม่ระวัง อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ

เมื่อสุกแดง สารดีพุ่งสูง

เมื่อมะเขือเทศสุกเป็นสีแดง สารพิษจะลดลง และถูกแทนที่ด้วย ไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญ รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่อยู่ในระดับเหมาะสมต่อการดูดซึม

ไลโคปีนยังเพิ่มขึ้นได้อีก หากนำไปปรุงสุกอย่างเหมาะสม เช่น การผัดหรือต้มร่วมกับน้ำมันเล็กน้อย

ช่วยต้านมะเร็งได้อย่างไร

ไลโคปีนมีคุณสมบัติช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ และมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก ปอด และกระเพาะอาหาร

งานวิจัยหลายชิ้นยังพบว่า การบริโภคมะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ในระยะยาว

บำรุงผิว ชะลอวัย

มะเขือเทศสุกมีวิตามิน C และสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และลดจุดด่างดำ

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่ามะเขือเทศอาจช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถทดแทนครีมกันแดดได้

ช่วยดูแลเส้นผมและหัวใจ

วิตามิน A ในมะเขือเทศช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ลดการหลุดร่วง และเพิ่มความเงางามตามธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน ไลโคปีนยังมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต และสนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

ข้อควรระวังในการกินมะเขือเทศ

- เลือกกินเฉพาะมะเขือเทศสุก หลีกเลี่ยงผลที่ยังเขียว
- ไม่ควรกินเกินประมาณ 300 กรัมต่อวัน
- หลีกเลี่ยงการกินตอนท้องว่าง เพราะอาจระคายกระเพาะ
- ผู้มีปัญหากรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะควรจำกัดปริมาณ
- ควรกินร่วมกับไขมันดีเล็กน้อย เช่น น้ำมันมะกอก เพื่อช่วยดูดซึมไลโคปีน

มะเขือเทศเป็นอาหารที่มีประโยชน์สูง หากเลือกกินในช่วงที่สุกเต็มที่และในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยทั้งเสริมสุขภาพและบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

  1. Sohu
  2. Eating Well
  3. Healthline

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ ของ ผลไม้ใกล้ตัว กินตอนดิบมีพิษ แต่สุกแล้วกลายเป็น “ของล้ำค่า” ต้านมะเร็ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล