วิจัยพบแล้ว!! "ช่วงเวลาที่ดีที่สุด" ในการดื่มกาแฟ ไม่ใช่แค่ยืดอายุขัย แต่ป้องกันสารพัดโรค

วิจัยพบแล้ว!! "ช่วงเวลาที่ดีที่สุด" ในการดื่มกาแฟ ไม่ใช่แค่ยืดอายุขัย แต่ป้องกันสารพัดโรค

วิจัยพบแล้ว!! "ช่วงเวลาที่ดีที่สุด" ในการดื่มกาแฟ ไม่ใช่แค่ยืดอายุขัย แต่ป้องกันสารพัดโรค
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คอกาแฟต้องรู้! วิจัยเผย "เวลาทอง" ในการดื่มกาแฟ ช่วยอายุยืน-กันโรคได้ดีที่สุด (ไม่ใช่ดื่มตอนไหนก็ได้)

กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตที่หลายคนขาดไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่า "เวลาที่ดื่ม" มีผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด! ผลการวิจัยล่าสุดชี้ว่า การดื่มกาแฟถูกเวลา ไม่เพียงช่วยให้ตื่นตัว แต่ยังช่วยยืดอายุขัยและลดความเสี่ยงโรคร้ายได้ดีกว่าการดื่มพร่ำเพรื่อ

เผยช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือ 8.00 - 11.00 น.

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน วารสารโรคหัวใจแห่งยุโรป (European Society of Cardiology) ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใหญ่กว่า 40,000 คน และค้นพบความจริงที่น่าทึ่งว่า:

  • ผู้ที่ดื่มกาแฟในตอนเช้า มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลดลง 16%
  • และความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจลดลงถึง 31% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ

ในขณะที่กลุ่มคนที่ดื่มกาแฟกระจายไปตลอดทั้งวัน กลับไม่ได้รับผลลัพธ์ในการปกป้องสุขภาพที่ชัดเจนเท่ากับกลุ่มที่ดื่มตอนเช้า

ทำไมต้องเป็นช่วงเช้า?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ช่วงเวลา 08.00 - 11.00 น. คือเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกาย (Cortisol) ทำงานสอดคล้องกับการตื่นตัว การดื่มกาแฟเวลานี้จึงช่วยกระตุ้นสมองได้ดีโดยไม่ไปรบกวน "นาฬิกาชีวิต" (Circadian Rhythm)

ในทางตรงกันข้าม การดื่มกาแฟในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือเย็น จะไปกระตุ้นประสาทในเวลาที่ร่างกายต้องการพักผ่อน ส่งผลเสียต่อคุณภาพการนอนหลับ และอาจทำร้ายสุขภาพหัวใจในระยะยาวได้

กาแฟ: ยาดีที่ช่วยกันโรค (ถ้าดื่มถูกวิธี)

นอกจากช่วยเรื่องอายุยืนแล้ว คาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟยังมีประโยชน์อีกเพียบ:

สมองไบรท์: ช่วยเรื่องสมาธิ ความจำ และอารมณ์ กันโรคสมองเสื่อม: ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้า, พาร์กินสัน และอัลไซเมอร์ ต้านเบาหวาน: คนที่ดื่มกาแฟประมาณ 4 แก้วต่อวัน (รวมถึงกาแฟดีแคฟ) พบว่ามีความเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 น้อยกว่าคนที่ดื่มไม่ถึง 1 แก้ว ลดเสี่ยงตายจากหลายโรค: ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ระบุว่าการดื่ม 4-5 แก้วต่อวัน สัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงโรคหัวใจ, ทางเดินหายใจ และโรคติดเชื้อ

*หมายเหตุ: ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือไวต่อคาเฟอีนควรปรึกษาแพทย์ และควรระวังน้ำตาล/ครีมเทียมในกาแฟด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล