เตือน 4 เครื่องดื่มสุขภาพ ห้ามแตะตอน "ท้องว่าง" อันตรายกว่าที่คิด แม้คนแข็งแรงก็ไม่รอด!!

เตือน! 4 เครื่องดื่ม "ดีต่อสุขภาพ" แต่ห้ามกินตอน "ท้องว่าง" เด็ดขาด เสี่ยงกระเพาะพัง-กรดไหลย้อนถามหา
ไม่ว่าจะตอนตื่นนอนใหม่ๆ หรือช่วงบ่ายที่หิวโซ หลายคนมักจะคว้าเครื่องดื่มแก้วโปรดมาดื่มเพื่อ "ปลุกความสดชื่น" หรือ "รองท้อง" แต่รู้หรือไม่ว่า เครื่องดื่มบางชนิดที่ดูเหมือนจะมีประโยชน์ อาจกลายเป็น "ยาพิษ" สำหรับกระเพาะอาหารได้ หากดื่มในขณะที่ท้องว่าง
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการได้ออกมาเตือนว่า พฤติกรรมดื่มแก้กระหายหรือแก้ง่วงโดยไม่ดูเวลาร่ำเวลา อาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารอย่างรุนแรง และนี่คือ 4 เครื่องดื่มที่คุณควรหลีกเลี่ยงหากยังไม่ได้ทานอะไรลงท้อง
1. กาแฟดำ (Black Coffee)
หลายคนยกให้กาแฟดำเป็น "น้ำวิเศษ" ยามเช้า ช่วยให้ตาสว่างและมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานได้ แต่ ดร.แจ็คเกอลีน เอ. เวอร์นาเรลลี นักระบาดวิทยาโภชนาการ เตือนว่า การดื่มกาแฟดำเพียวๆ ตอนท้องว่าง คือการทำร้ายกระเพาะทางอ้อม
สาเหตุเพราะกาแฟมี "กรดคลอโรจีนิก" (Chlorogenic acid) สูง ซึ่งไปกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเกินความจำเป็น และยังไปเพิ่มการบีบตัวของลำไส้ ผลที่ตามมาคือ อาการแสบร้อนกลางอก (Heartburn), กรดไหลย้อน, ใจสั่น, มือสั่น หรือรู้สึกกระวนกระวาย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้ว อาการจะกำเริบหนักขึ้นทันที
ทางแก้: ไม่จำเป็นต้องเลิกดื่ม แต่ควรเติม "นม" หรือนมถั่วเหลืองลงไปเล็กน้อยเพื่อลดความเป็นกรด หรือทานขนมปัง กล้วย โยเกิร์ต รองท้องก่อนจิบกาแฟเสมอ
2. ชา (Tea)
บางคนหนีจากกาแฟมาดื่มชาเพราะคิดว่า "เบากว่า" แต่ความจริงแล้ว ชาก็มีคาเฟอีนและสารแทนนิน ที่กระตุ้นกรดในกระเพาะได้เช่นกัน คริสเตน คาร์ลี นักโภชนาการระบุว่า การดื่มชาเข้มข้นตอนท้องว่างอาจทำให้เกิดอาการ "เมาชา" คือ คลื่นไส้ ปวดมวนท้อง และแสบท้องได้
นอกจากนี้ อุณหภูมิก็สำคัญ การดื่มชาร้อนจัดตอนท้องว่างจะยิ่งทำให้เยื่อบุหลอดอาหารและกระเพาะระคายเคือง
ทางแก้: รอให้ชาอุ่นลงก่อนดื่ม อย่าแช่ถุงชานานเกินไปจนเข้มข้น และควรทานคู่กับคุกกี้ หรืออาหารที่มีโปรตีนอย่างไข่ต้ม จะช่วยลดการระคายเคืองได้
3. น้ำส้ม หรือ น้ำมะนาว (Citrus Juice)
เรามักได้ยินว่าดื่มน้ำส้มคั้นสดตอนเช้าดีต่อร่างกาย เพราะมีวิตามินซีสูง แต่สำหรับคนท้องว่าง นี่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะผลไม้ตระกูลส้มมี "กรดซิตริก" (Citric acid) และน้ำตาลสูง
อมันดา ซอเซดา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ อธิบายว่า ความเป็นกรดจะไปกัดระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะ เสี่ยงต่อโรคแผลในกระเพาะอาหาร ส่วนน้ำตาลในน้ำผลไม้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและตกลงฮวบฮาบ (Sugar Crash) ทำให้เกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด หรือหงุดหงิดง่ายตามมา
ทางแก้: หากอยากดื่ม ควรทานคู่กับถั่ว หรือโยเกิร์ต เพื่อชะลอการดูดซึมน้ำตาล หรือเปลี่ยนไปปั่นเป็นสมูทตี้รวมกากใย จะช่วยให้กระเพาะรับภาระน้อยลง
4. เครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drinks)
เวลาง่วงๆ หลายคนเลือก "โด๊ป" ด้วยเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ผู้เชี่ยวชาญยกให้แก้วนี้เป็น "ตัวอันตรายที่สุด" หากดื่มตอนท้องว่าง เพราะมันอัดแน่นไปด้วยคาเฟอีนปริมาณมหาศาลและน้ำตาล
เมื่อไม่มีอาหารในกระเพาะ ร่างกายจะดูดซึมคาเฟอีนเข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ คลื่นไส้ และปั่นป่วนในท้อง นอกจากนี้สารประกอบอื่นๆ เช่น ทอรีน หรือ กัวรานา ก็อาจทำให้ระบบย่อยอาหารระคายเคืองได้
ทางแก้: ควรดื่มหลังมื้ออาหารเท่านั้น หรืออย่างน้อยที่สุดต้องทานคู่กับอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ ถั่ว หรือชีส เพื่อชะลอฤทธิ์ของคาเฟอีน
- แพทย์แนะ 3 เครื่องดื่ม "ดีต่อตับ" และระบบย่อยอาหาร อร่อยสดชื่น หาซื้อได้ในไทย!
- พิธีกรสาว เปิดสูตรลดน้ำหนัก "กฎมื้อเย็น" กินยังไงให้ผอมลง 50 กก. ผู้ชมตะลึงร่างใหม่!
สรุปแล้ว การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่การเลือกกิน "ของดี" แต่ต้องเลือกกินให้ "ถูกเวลา" ด้วย หากเลี่ยงได้ ควรหาอะไรรองท้องสักนิดก่อนดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ เพื่อถนอมกระเพาะของคุณให้แข็งแรงไปนานๆ

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี