WHO เตือน "เลิกกิน" น้ำมันชนิดนี้ อันตรายระดับเซลล์ เสี่ยงดื้ออินซูลิน-หัวใจพังไม่รู้ตัว!!

WHO เตือน "เลิกกิน" น้ำมันชนิดนี้ อันตรายระดับเซลล์ เสี่ยงดื้ออินซูลิน-หัวใจพังไม่รู้ตัว!!

WHO เตือน "เลิกกิน" น้ำมันชนิดนี้ อันตรายระดับเซลล์ เสี่ยงดื้ออินซูลิน-หัวใจพังไม่รู้ตัว!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

WHO ประกาศเตือน! ให้ "เลิกกิน" น้ำมันและไขมันชนิดนี้ทันที อันตรายระดับเซลล์ เสี่ยงเบาหวาน-หัวใจ แต่หลายคนยังกินทุกวัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกประกาศเตือนหลายครั้งเกี่ยวกับอันตรายของ "ไขมันทรานส์" (Trans Fat) โดยเน้นย้ำถึงกลุ่มที่อันตรายที่สุดนั่นคือ ไขมันทรานส์สังเคราะห์ (Artificial Trans Fats)

ไขมันชนิดนี้ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ระบบเผาผลาญพัง และกระตุ้นภาวะ "ดื้อต่ออินซูลิน" ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเบาหวานประเภทที่ 2

ไขมันทรานส์ "ธรรมชาติ" vs "สังเคราะห์" ต่างกันอย่างไร?

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าไขมันทรานส์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

  • แบบธรรมชาติ: เกิดขึ้นในกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง พบได้ในนม เนื้อวัว หรือเนื้อแกะ ซึ่งโดยทั่วไป ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (บางงานวิจัยชี้ว่าอาจมีประโยชน์ต่อภูมิคุ้มกันด้วยซ้ำ)
  • แบบสังเคราะห์ (ตัวร้าย): เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรมที่เรียกว่า "ไฮโดรจิเนชัน" (Hydrogenation) หรือการเติมไฮโดรเจนลงในน้ำมันพืช เพื่อทำให้น้ำมันที่เป็นของเหลวกลายเป็นของแข็งหรือกึ่งแข็งที่อุณหภูมิห้อง เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา

แหล่งที่พบไขมันทรานส์สังเคราะห์ได้บ่อย คือ เนยขาว (Shortening), มาการีน (Margarine), ครีมเทียม และอาหารฟาสต์ฟู้ดของทอดต่างๆ

ทำไม "ไขมันทรานส์เทียม" ถึงอันตรายระดับเซลล์?

นายแพทย์หลี่ ซือเสียน (ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและการควบคุมน้ำหนัก จากไต้หวัน) อธิบายว่า ร่างกายมนุษย์แทบจะไม่สามารถเผาผลาญไขมันทรานส์สังเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเข้าสู่ร่างกาย โมเลกุลของมันจะเข้าไป "แทรกตัวในเยื่อหุ้มเซลล์" ทำให้โครงสร้างเซลล์เปลี่ยนไปและขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้การส่งสัญญาณทางชีวภาพในร่างกายผิดเพี้ยน หลอดเลือดหดเกร็งง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดแข็งตัวอย่างชัดเจน

"นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการกินของทอดแล้วทำให้อ้วน แต่มันคือความเป็นพิษในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ WHO เรียกร้องให้ทั่วโลกกำจัดไขมันทรานส์สังเคราะห์ออกจากห่วงโซ่อาหาร"

ผลกระทบร้ายแรง 3 ด้าน

  • 1. การอักเสบเรื้อรัง: กระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นต้นตอของโรคร้าย
  • 2. ระบบเผาผลาญพัง: ขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้เซลล์ไม่ตอบสนอง ตบเท้าเข้าสู่ภาวะ "ดื้ออินซูลิน" คุมน้ำตาลในเลือดได้ยากขึ้น
  • 3. ไขมันในเลือดวิกฤต: เป็นไขมันที่มีผลเสียสองเด้ง คือไป "เพิ่มไขมันเลว (LDL)" และในขณะเดียวกันก็ไป "ลดไขมันดี (HDL)" ทำให้เสี่ยงโรคหัวใจแบบคูณสอง

ข่าวดี! ร่างกายฟื้นฟูได้ถ้า "หยุดกิน"

ร่างกายของเรามีความมหัศจรรย์ หากเราหยุดรับประทานไขมันทรานส์สังเคราะห์ งานวิจัยพบว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์ โครงสร้างคอเลสเตอรอลในเยื่อหุ้มเซลล์จะเริ่มกลับมาเป็นปกติ

คำแนะนำเพื่อการฟื้นฟู:

  • เสริมกรดไขมัน Omega-3 (EPA, DHA)
  • ทานอาหารต้านการอักเสบ เช่น วิตามินซี, วิตามินอี และสารโพลีฟีนอล
  • บำรุงตับเพื่อช่วยขับสารพิษ ด้วยสารอาหารกลุ่ม Milk Thistle หรือ Taurine

ระวังกับดัก! ฉลาก "Trans Fat 0%"

อย่าเพิ่งวางใจเมื่อเห็นฉลากระบุว่า "ไขมันทรานส์ 0 กรัม" เพราะตามกฎหมายในหลายประเทศ หากมีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น ต่ำกว่า 0.3-0.5 กรัม ต่อหน่วยบริโภค) ผู้ผลิตสามารถปัดเศษเป็น 0 ได้

แต่หากคุณกินขนมกรุบกรอบ เบเกอรี่ หรือของทอดเหล่านี้บ่อยๆ ปริมาณเล็กน้อยเหล่านั้นจะ "สะสม" จนกลายเป็นภาระหนักอึ้งให้ร่างกายในระยะยาวได้

ทางออกที่ดีที่สุดคือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลดอาหารแปรรูป หันมาใช้น้ำมันธรรมชาติ และเน้นวัตถุดิบที่สดใหม่ ปรุงน้อย เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล