
ในโลกออนไลน์และกลุ่มสนทนาเรื่องสุขภาพ มักมีการถกเถียงกันมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง "ไข่แดง" กับ "โรคหัวใจ" หลายคนยังมีความเชื่อฝังใจว่าการรับประทานไข่แดงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคหัวใจโดยตรง จนนำไปสู่การงดรับประทานหรือเกิดความสับสนในการเลือกอาหาร กองบรรณาธิการ Sanook News จึงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางด้านโภชนาการและการแพทย์ล่าสุด เพื่อไขข้อข้องใจว่าแท้จริงแล้วไข่แดงเป็นอันตรายต่อสุขภาพหัวใจอย่างที่เชื่อกันหรือไม่
จริงหรือไม่ที่การรับประทาน "ไข่แดง" เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ และคนทั่วไปควรงดรับประทานเพื่อป้องกันภาวะหัวใจวาย?
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และโภชนาการ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก ดร. ชูบัม วัตสยา (Dr. Shubham Vatsya) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ซึ่งได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ว่า สำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงทั่วไป การกล่าวโทษว่าไข่แดงเป็นสาเหตุของโรคหัวใจนั้น "ไม่ถูกต้องอย่างสิ้นเชิง" และเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมานาน
ทางการแพทย์อธิบายกลไกของร่างกายไว้ว่า คอเลสเตอรอลในร่างกายส่วนใหญ่นั้นถูกสร้างขึ้นจาก "ตับ" ไม่ได้มาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ไข่แดงยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น เช่น โคลีน วิตามินดี และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งดีต่อกระบวนการเผาผลาญและการทำงานของสมอง ดังนั้นการรับประทานไข่แดง 1-2 ฟองต่อวันในคนปกติ จึงไม่ได้กระตุ้นให้เกิดอาการหัวใจวายแต่อย่างใด
ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพหัวใจมากกว่าไข่แดง คือรูปแบบการรับประทานอาหารโดยรวมและการปรุงอาหาร ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานไข่คู่กับเบคอน เนย หรือน้ำมันพืชกลั่น และควรใช้วิธี ต้ม ตุ๋น หรือผัดโดยไม่ใช้น้ำมัน แทนการทอดแบบน้ำมันท่วม ซึ่งวิธีการปรุงที่ผิดหลักโภชนาการเหล่านี้ต่างหากที่เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่มที่ต้องระมัดระวัง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ผู้ที่มีประวัติไขมันในเลือดสูงทางพันธุกรรม หรือผู้ป่วยโรคหัวใจเดิม บุคคลกลุ่มนี้ควรจำกัดปริมาณและปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากการตอบสนองต่อคอเลสเตอรอลในอาหารอาจแตกต่างจากคนทั่วไป
เป็นความเชื่อที่ผิดสำหรับคนสุขภาพดี ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่าไข่แดงไม่ใช่ศัตรูของหัวใจและไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรคหัวใจในคนที่มีสุขภาพปกติ สามารถรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม (วันละ 1 ฟอง) หากปรุงด้วยวิธีที่ดีต่อสุขภาพ แต่สำหรับผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสม

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :soha