เผยความลับ 4 ระดับ "ความสุกของกล้วย" แบบไหนกินแล้วผอม-หน้าเด็ก ไม่ใช่แค่หวานอร่อย!

รู้แล้วเปลี่ยนด่วน! "กล้วย" กินตอนไหนดีที่สุด? เฉลยสีเปลือกบอกประโยชน์ที่ต่างกันลิบลับ
กล้วยเป็นผลไม้ยอดนิยมที่หาทานง่ายและอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แต่ทราบหรือไม่ว่า "ความสุก" ของกล้วยแต่ละระดับส่งผลต่อสารอาหารและประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะพาไปไขคำตอบว่ากล้วยสีไหนที่ดีต่อสุขภาพของคุณที่สุดตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
ความลับของสีเปลือกกล้วย
เมื่อกล้วยเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง และเริ่มมีจุดสีน้ำตาล ปริมาณแป้งในเนื้อกล้วยจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลธรรมชาติ (กลูโคส, ฟรุกโตส และซูโครส) กระบวนการนี้ทำให้ทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณประโยชน์ทางยาของกล้วยเปลี่ยนไปตามระยะเวลา
1. กล้วยดิบ (สีเขียว) : ตัวช่วยระบบขับถ่าย
กล้วยระยะนี้จะมีปริมาณ "แป้งทนการย่อย" (Resistant Starch) สูง ซึ่งทำหน้าที่คล้ายเส้นใยอาหาร เป็นอาหารชั้นดีให้กับแบคทีเรียดีในลำไส้ มีปริมาณน้ำตาลน้อย (ประมาณ 10 กรัมต่อ 100 กรัม) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ด้วยรสชาติที่ฝาดและเนื้อแข็ง อาจจะทานยากสำหรับบางคน
2. กล้วยห่าม (เขียวอมเหลือง) : ทางเลือกที่สมดุลที่สุด
นี่คือระยะที่ได้รับการยกย่องว่า ดีต่อสุขภาพที่สุด เพราะมีความสมดุลระหว่างโพแทสเซียมและเส้นใยอาหาร (ประมาณ 2.5 กรัมต่อ 100 กรัม) นพ. Saurabh Sethi ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารระบุว่า กล้วยระยะนี้ช่วยควบคุมไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็วเกินไป อีกทั้งโพแทสเซียมยังช่วยบำรุงระบบประสาทและการทำงานของหัวใจ
3. กล้วยสุก (สีเหลืองทอง) : บำรุงผิวพรรณ
เมื่อกล้วยสุกเต็มที่ เนื้อจะนิ่มและหวานขึ้น ปริมาณเส้นใยอาหารจะลดลง แต่จะอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินบี 5 ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณและกระตุ้นระบบเผาผลาญ กล้วยระยะนี้ร่างกายจะดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้เร็วกว่ากล้วยดิบ
4. กล้วยงอม (มีจุดสีน้ำตาล) : แหล่งพลังงานด่วน
จุดสีน้ำตาลบนเปลือกคือสัญญาณของสารต้านอนุมูลอิสระที่เพิ่มขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยปริมาณน้ำตาลที่สูงถึงประมาณ 17 กรัมต่อ 100 กรัม กล้วยระยะนี้ให้พลังงานรวดเร็วที่สุด เหมาะสำหรับนำไปทำขนมหรือทานก่อนออกกำลังกายหนักๆ แต่ผู้ที่ต้องคุมน้ำตาลควรระมัดระวัง
สรุปกินกล้วยแบบไหนดี?
หากมองในมุมมองของสุขภาพโดยรวม "กล้วยห่าม" (เขียวอมเหลือง) ถือเป็นผู้ชนะ เพราะมีรสชาติหวานกำลังดี มีไฟเบอร์สูง และช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุด
- หมอป่วยเอง 3 ครั้ง ขอเตือน 1 อาหารที่มี "สารก่อมะเร็ง" ระดับเดียวกับบุหรี่-แอลกอฮอล์!
- รู้ยัง? หมอเผย นอนหลับตอนไหน “อันตรายที่สุด” น้ำหนักพุ่ง สมองล้า สุขภาพจิตเสื่อมถอย!
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี