"โสมแห่งสายน้ำ" จากปลาไร้ค่า สู่ยาอายุวัฒนะ สรรพคุณแน่น เนื้อหวานเหมือนใส่ชูรส!

จาก "ปลาคนจน" สู่ "โสมแห่งสายน้ำ" รู้จัก "ปลาบู่เวียดนาม" เนื้อหวานธรรมชาติ ราคาพุ่งกระฉูด
เคยกินไหม? ฉายา "ปลาคนจน" หน้าตาบ้านๆ ที่เคยใช้ทำปุ๋ย วันนี้กลายเป็นของดีระดับภัตตาคาร เนื้อหวานเจี๊ยบเหมือนใส่ชูรส ราคาพุ่งไม่ใช่ถูกๆ
ใครจะเชื่อว่าปลาตัวเล็กๆ ที่เคยถูกมองว่าเป็น "อาหารคนจน" ในอดีต วันนี้จะกลายเป็นวัตถุดิบเลอค่าระดับภัตตาคาร โดยเฉพาะในเวียดนามและพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ปลาชนิดนี้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก จนได้รับฉายาว่าเป็น "โสมแห่งสายน้ำ" ด้วยสรรพคุณทางโภชนาการที่อัดแน่นและรสชาติหวานอร่อยตามธรรมชาติ
รู้จัก "ปลาบู่เวียดนาม" จากปลาหางแถวสู่ของดีราคาแพง
ปลาชนิดนี้จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับ "ปลาบู่" ที่คนไทยคุ้นเคย แต่เป็นสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำกร่อยหรือป่าชายเลน มีลักษณะลำตัวเรียวยาว ผิวสีเทาอมเหลือง ในอดีตปลาบู่ชนิดนี้มีราคาถูกมากจนถูกมองข้าม บางพื้นที่นำไปทำเป็นปุ๋ยหรือเหยื่อตกปลาเสียด้วยซ้ำ
แต่ปัจจุบันเมื่อผู้คนค้นพบรสชาติที่หวานหอมและคุณค่าทางอาหาร ทำให้ราคากระโดดพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะแบบตากแห้งที่ราคาอาจสูงถึงกิโลกรัมละเกือบ 1,000 บาท กลายเป็นของฝากขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อติดมือ
ขุมทรัพย์ทางโภชนาการ สมฉายา "โสมน้ำ"
แม้ตัวจะเล็กแต่คุณภาพคับแก้ว เนื้อปลาบู่ชนิดนี้อุดมไปด้วยโปรตีนแต่ไขมันต่ำ มีโอเมก้า-3 แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กสูง ซึ่งจัดเป็นโปรตีนสะอาดที่ดีต่อหัวใจ สมอง และกระดูก
ในทางแพทย์แผนโบราณ ปลาชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นกลาง รสหวานปนเค็มเล็กน้อย ถูกยกย่องให้เป็น "ยาอายุวัฒนะ" ช่วยบำรุงตับและไต เสริมสร้างเส้นเอ็นและกระดูก ช่วยขับปัสสาวะ และบำรุงเลือด จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น หรือคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องการสารอาหารแต่ไม่อยากให้อ้วน
รสชาติเอกลักษณ์ที่นักชิมถวิลหา
เสน่ห์ของปลาบู่ชนิดนี้ คือเนื้อสัมผัสที่นุ่มและมี รสหวานตามธรรมชาติ คล้ายกับใส่ผงชูรสแต่เป็นรสจากเนื้อปลาล้วนๆ จุดเด่นอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ "รสขมจางๆ" จากพุงและดีปลา ซึ่งถือเป็นรสชาติที่คออาหารยกนิ้วให้ว่าเด็ดที่สุด
เมนูยอดนิยมมักนำไปทำ ต้มยำหม้อไฟปลาบู่ หรือย่างเกลือ โดยเคล็ดลับการเตรียมคือต้องล้างเมือกด้วยเกลือหรือขี้เถ้าให้สะอาด และมักจะปรุงทั้งตัวเพื่อรักษาความหวานของเนื้อปลาไว้
สัตว์เศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้งาม
เนื่องจากปลาในธรรมชาติเริ่มหายากจากการจับที่มากเกินไป ปัจจุบันเกษตรกรจึงหันมาเพาะเลี้ยงปลาบู่ชนิดนี้ในบ่อและพื้นที่น้ำกร่อยมากขึ้น ซึ่งข้อดีคือเลี้ยงง่าย โตไว และเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือทำเป็นของฝากแปรรูป ทำให้ปลาที่เคยไร้ค่า กลายเป็นบ่อเงินบ่อทองของเกษตรกรในปัจจุบัน
- แห่แชร์ หมอญี่ปุ่นเผย "มื้อเช้า" แค่กินผัก 2 อย่างนี้ น้ำหนักไม่ขึ้น 20 ปี ที่ไทยหาซื้อง่าย!
- แพทย์อเมริกัน แนะนำเครื่องดื่ม 3 ชนิด ที่ตับและระบบย่อยอาหาร "ชอบ" ทุกอย่างมีขายในไทย!

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


