"g19" งานเลี้ยงรุ่นศิลปินแถวหน้า ที่มาพร้อมเซอร์ไพรส์จนนาทีสุดท้าย

"g19" งานเลี้ยงรุ่นศิลปินแถวหน้า ที่มาพร้อมเซอร์ไพรส์จนนาทีสุดท้าย
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ย้อนไปเมื่อปี 2014 ค่ายเพลง genie records ได้เปิดเทศกาลความร็อคครั้งประวัติศาสตร์ Genie Fest G16 ปีแห่งความร็อก พร้อม 14 ศิลปินของค่ายขึ้นที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งงานครั้งนั้นได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากแฟนเพลง จนหลายคนเรียกร้องให้คอนเสิร์ตนี้กลับมาอีกครั้ง

 

 

โดยเมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี ช่วงปลายปี 2017 ค่ายเพลง genie records ก็ได้ประกาศจัดคอนเสิร์ต Chang Music Connection presents “genie fest 19 ปี กว่าจะร็อกเท่าวันนี้” ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ปี 2018 ซึ่งคราวนี้ทางค่ายได้มาพร้อม 20 ศิลปินแถวหน้าของประเทศ 25 hours, Big Ass, ป้าง-นครินทร์ กิ่งศักดิ์, ปาล์มมี่, Bodyslam, Klear, Instinct, Labanoon, Cocktail, กวาง AB Normal, หนุ่ม กะลา, พลพล, The Yers, Potato, Paradox, ปั้น Basher, The Mousses, Retrospect, Sweet Mullet และ Yes’sir Days ที่มาพร้อมโชว์พิเศษมากมาย จนทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้บัตร 50,000 ใบ ขายหมดภายในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง

 

 

หลังจากที่เหล่าศิลปินวัยมัธยมจาก Hotwave Music Awards และ วงดนตรีจากโปรเจ็กต์ Showroom อย่าง The Dai Dai และ Paper Planes ได้ขึ้นแสดงกับผลงานเพลงของศิลปินรุ่นพี่เพื่อเรียกน้ำย่อยบนเวทีเล็กและเวทีใหญ่แล้ว การแสดงของวงแรกในคอนเสิร์ตนี้ก็ได้เริ่มตอนเวลาบ่ายสามตรงกับวง Big Ass ซึ่งมาพร้อมการเชิดสิงโตบนเวที และการแสดงสดที่ทรงพลัง ก่อนจะส่งเวทีให้เพื่อนๆ ในค่ายได้สานต่อความมัน

 

 The Dai Dai 

 

Paper Planes 

 

 

ด้วยระยะเวลาการแสดงคอนเสิร์ตที่มีเพียงแค่ 9 ชั่วโมง ทำให้เหล่าศิลปินได้มาพร้อมเพลงที่เป็นโลโก้ของตัวเองทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวง Instinct ที่มาพร้อมเพลง “โปรดส่งใครมารักฉันที” , พลพล พลกองเส็ง ที่มาพร้อมเพลง “คนไม่สำคัญ” หรือแม้แต่ ป้าง นครินทร์ ที่มาพร้อมเพลง “คนมีเสน่ห์” และ ปั้น Basher (เจษฎา ลัดดาชยาพร) ที่มากับเพลง “เสียดายของ” รวมถึงอีกหลายศิลปิน ซึ่งการเลือกเพลงแบบนี้ก็ทำให้คนดูสามารถสนุกได้ตลอดทั้งงาน ถึงแม้จะไม่ใช่ช่วงที่ศิลปินคนโปรดขึ้นแสดงก็ตาม

 

 

 

นอกจากจะขนเพลงฮิตมาโชว์บนเวทีที่มาพร้อมเเสงสีเสียงให้แฟนเพลงตื่นตาแล้ว  ในงานนี้ศิลปินหลายคนยังมาพร้อมเซอร์ไพรส์ส่วนตัวสำหรับแฟนๆ ด้วย อย่างเช่นวง Labanoon ที่ขึ้นแสดงพร้อมชุด ลูกเสือสำรอง ที่ชวนให้นึกถึงโชว์ของพวกเขาบนเวที Hotwave Music Awards  , กวาง AB Normal (ศิริศิลป์ โชติวิจิตร) ที่นำเรือยางมาเล่น Surf กับคนดู  รวมถึงวง The Mousses ที่นอกจากนักร้องนำอย่าง แอร์ - พงศกร ลิ่มสกุล จะลงทุนตัดชุดใหม่สีสันจัดจ้านเพื่องานนี้โดยเฉพาะแล้ว เขายังพา UrboyTJ (จิรายุทธ ผโลประการ) แร็ปเปอร์แถวหน้าขึ้นมาแจมในเพลง “อย่าเพิ่งใจร้าย” จนทำให้ชาวร็อคต้องเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กัน

 

 

 

 

 

 

สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจของการแสดง g19 ครั้งนี้ ก็คือการจัดลำดับของศิลปินที่ขึ้นแสดง เพราะแฟนๆ จะไม่สามารถเดาได้เลยว่า ศิลปินวงไหนจะขึ้นกี่โมงหรือจะโชว์ทั้งหมดกี่เพลง และนอกจากการขึ้นเวทีจะไม่มีการเรียงลำดับแล้ว ยังมีโชว์พิเศษที่คาดไม่ถึงโผล่มาเป็นระยะๆ ด้วย อย่างเช่นการแสดงเพลง “ไม่เคย” ของ 25 hours และ ปั๊บ Potato (พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข), โชว์เพลงรวม (Mash up) “เธอทำให้ลมเปลี่ยนทิศ” ของ โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ และ เชา ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย สมาชิกวง Cocktail, เจ๋ง Big Ass (เดชา โคนาโล) และ จ๊ะ The Mousses (อธิศ อมรเวช) , รวมถึงการร่วมเป็นดูโอ้สุดพิเศษ ของ ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ ที่เธอได้ร้องเพลง Medley “ความเจ็บปวด/นาฬิกาตาย” กับ ตูน Bodyslam (อาทิวราห์ คงมาลัย) และยังแจมเพลง “ผงาดง้ำค้ำโลก” กับวง Paradox  

 

 

 

 

แต่ละศิลปินก็ได้ทำการบ้านก่อนขึ้นแสดงได้ดี จนทำให้การรับส่งระหว่างนักดนตรีนั้นทำออกมาได้อย่างดี รวมถึงสามารถใส่สคริปต์หรือเซอร์ไพรส์สอดแทรกเข้าไปในแต่ละโชว์ได้อย่างลงตัว อย่างเช่นการเผยข่าวเรื่องคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ หนุ่ม กะลา (ยุทธพงษ์ แสงสุวรรณ) ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ , การประกาศเรื่องจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องดราม่าการล่าสัตว์ของ แน็ป Retrospect (ชนัทธา สายศิลา) ที่กลายเป็น Talk of the Town หลังงานจบ 

 

 

ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศรายชื่อศิลปินที่จะขึ้นแสดงออกมาตั้งแต่ประกาศจัดคอนเสิร์ต แต่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็มีศิษย์เก่าของ genie records ขึ้นมาร่วมเเจมแบบเหนือความคาดหมายถึง 2 คน โดยเริ่มที่ อั๋น - นฤดม ตันทนานนท์ อดีตมือกีต้าร์วง Sweet Mullet ที่กลับมาขึ้นแสดงกับวงหลังจากที่ประกาศลาออกจากวงไปเมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ และ ฟักแฟง - ไปรยา มาลาศรี นักร้องนำวง No More Tear ที่กลับมาขึ้นร้องเพลงในรอบ 3 ปี กับวง The Yers ซึ่งการกลับมาของทั้งคู่ก็ทำให้แฟนเพลงหลายคนน้ำตาไหลเมื่อได้เห็นศิลปินที่ตัวเองรักกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้ง (อ่านเรื่องราวการเซอร์ไพรส์ของ ฟักแฟง ได้ที่นี่)

 

อั๋น และ เต๋า Sweet Mullet

 

ฟักแฟง No More Tear

 

ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต หลังจากที่วง Bodyslam ได้ขึ้นโชว์ และเหล่าศิลปินได้แสดงเพลงพิเศษ “อย่างน้อย” ไปแล้ว วง 25 hours, ปาล์มมี่ และวง Potato ก็ได้ขึ้นเวทีแสดงพลังกันอย่างเต็มที่แบบไม่มีกั๊ก ซึ่งพลังของทุกศิลปินนั้นก็ได้ถูกส่งมาให้คนดู จนทำให้แฟนๆ นั้นยังอยู่กันเกือบครบถึงแม้จะใกล้เวลาเที่ยงคืน ก่อนที่เหล่าศิลปินทั้งหมดจะขึ้นมาแสดงเพลงธีมคอนเสิร์ต “แสงสุดท้าย” ที่มาพร้อมเเสงสีเสียงและพลุสุดตระการตาเพื่อส่งผู้ชม 6 หมื่นคนกลับบ้าน

 

 

 

 

การกลับมาครั้งนี้ของคอนเสิร์ต genie fest 19 ปี กว่าจะร็อกเท่าวันนี้ แสดงให้เห็นว่านอกจากการถ่ายทอดเพลงแล้ว เหล่าศิลปินยังมีจินตนาการและพัฒนาการบนถนนสายดนตรีที่ไม่สิ้นสุด และยังพร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นต่อไป ซึ่งสิ่งนี้ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าวลี "ร็อคไม่มีวันตาย" ที่ แน็ป Retrospect พูดกับผู้ชมนั้นไม่เกินความจริงเลย 

Story : Sidhipong W.