ไม่กลัวอีกแล้วความอ้วน จาก 96 เหลือ 64 กิโลกรัม

ไม่กลัวอีกแล้วความอ้วน จาก 96 เหลือ 64 กิโลกรัม
S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

ลองผิดลองถูก..จาก 96 เหลือ 64 กิโลกรัม..จนได้วิธีมีรูปร่างดีตลอดไป ไม่กลัวอีกแล้วความอ้วน!!!!

วันนี้ Sanook! Men มีตัวอย่างๆ ดีๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักมาฝากอีกแล้วไปดูกันครับว่าจากหุ่นอวบระยะสุดท้าย พลิกกลับมาซิกแพคแน่นแบบนี้ได้ไงยัง

ก็ไม่เสียเวลานะครับ เข้าเรื่องเลย...พื้นเพผมเป็นคนอ้วนตั้งแต่เด็ก ลดความอ้วนครั้งแรกตอน ม.2 ด้วยการลดอาหาร งดน้ำอัดลม(มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถ้าไปงานเลี้ยงหรือสังสรรค์ที่เลี่ยงไม่ได้ก็ดื่มได้ปกติครับ) แต่สิ่งที่ทำให้กลับมาอ้วนอีกคือ ขนม ของทอด ของมันและของหวานที่ไม่เคยคิดจะอดมันเลย5555 ไม่นานก็กลับมาอ้วนใหม่


จำได้ว่าตอนเข้าปี 1 ตอนนั้นน้ำหนัก 80 กิโลกรัม จนเวลาผ่านไป 1 ปี ขึ้นมาเป็น 86 ก็ตัดสินใจลดอีก แต่ครั้งนี้ใช้วิธีอด!!!! 2 วัน กิน 1 วัน ครับ เพียงไม่ถึง 2 เดือน น้ำหนักหายไปเกือบ 20 โลครับ แต่สิ่งที่ตามมาคือปวดท้องอย่างแรงจนเพื่อนต้องหามส่ง รพ.555...

หลังจากนั้นก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ เเต่เนื่องจากปี 3-4 เป็นเด็กกิจกรรม จึงใช้พลังงานมหาศาล555 เลยน้ำหนักไม่ค่อยขึ้นก็ประคองๆหลัก 6 ปลายๆมาตลอด จนจบเริ่มทำงานปีแรกก็ทรงตัว หลังจากนั้นได้ขึ้นเลข 7 เลข 8 และในที่สุดเมื่อสิ้นปี 2557 ก็มาจบที่หลัก 9 ไม่หยุดครับ ต้นปี 2558 ก็ไปต่อ จนช่วงกุมภาพันธ์ 2558 ถือว่าพีคครับ 96 กิโลกรัม เอว 38 นิ้ว กินดึกกินดื่นกินของมันของทอดขนมของหวานดึกๆทุกวัน จนร่างกายเริ่มต่อต้าน

ในคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ก็ท้องเสียอย่างรุนแรชั่วโมงละรอบทั้งคืนจนเช้าทำงานไม่ไหว ต้องไป รพ. หมอบอกว่ากระเพาะและลำไส้อักเสบ ต้องงดอาหารหนัก 2 สัปดาห์ กินโจ๊ก ซุป ข้าวต้มแทน5555ชอบซะด้วย(ประชด)แต่ทำไงได้มาถึงขั้นนี้ก็ต้องกินสิครับ...

ผ่านไปครบ 2 สัปดาห์ดีใจมากกกก จะได้กลับมากินปกติแล้ววว เอ๊ะ!!! เหมือนตัวเบาๆ ชั่งน้ำหนักนิดดีกว่า โอ้!!!! น้ำหนักลงครับ ลงมา 3 กิโล...นี่จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความอ้วนครั้งสุดท้ายของชีวิตผม...

...ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2558 ผมก็ลดอย่างจริงจังมากมาย คือ ทานน้อยลงมากๆๆๆ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนอาหารแต่อย่างใดนะครับ และจุดโหดคือ วิ่งๆๆๆๆๆ วิ่งจนปวดเข่าก็วิ่งๆๆๆๆ วันละ 20 กิโลเมตร เช้า 10 เย็น 10 กิโลเมตร ไม่ช่วงเดือนนี้ไม่ได้เข้าฟิตเนสนะครับ วิ่งที่สวนสาธารณะอย่างเดียวครับ "สวนนวมินทร์ภิรมย์" ที่นี่ดีมากครับบรรยากาศดี อากาศโปร่งโล่งสบาย ปลอดภัย มีป้ายบอกระยะทางทางชัดเจนทุกๆ 200 เมตร...ก็ทำแบบนี้ ตลอด 1 เดือน มีแอบกลับไปใช้วิธีเดิมอยู่คือ อด อิอิ ก็มันรีบนินา(แต่วิธีที่ผมทำในเดือนนี้ ไม่ถูกต้องนะครับ แต่เดี๋ยวเดือนหน้าหนักกว่า5555) ผลปรากฎว่า สิ้นเดือนมีนาคม 2558 น้ำหนักลดครับ ลดไป 10 โล โอ้โห!!!! 1 เดือนมหัศจรรย์ กำลังใจมาล่ะสิครับทีนี้...

ไปกันต่อเลยนะครับสำหรับเดือนเมษายน 2558 เนื่องจากเดือนนี้เป็นเทศกาล มีวันหยุดยาววว ผมมีเวลาจริงจังกับมันน้อยลง แต่ไม่ลดระดับความเข้มข้นครับ ช่วงต้นเดือนถึงก่อนหยุดช่วงสงกรานต์ผมก็ทานน้อยลงกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนอาหาร แต่เพิ่มการวิ่งๆๆๆๆๆๆ เช้า-เย็น ทีนี้เหมือนร่างกายเริ่มปรับตัวได้ เลยเหนื่อยน้อยลงวิ่งทำระยะทางติดต่อกันได้มากขึ้นที่ทำได้ก็ประมาณ 3 รอบ 6 กิโลเมตร แต่วิ่งไม่เร็วนะครับ ผมยังไม่ได้ศึกษาจริงจังว่าการเบิร์นควรทำอย่างไรในช่วง 3-4 เดือนแรกนี่แทบใช้คำว่างมโข่งเลยครับ ไม่ศึกษา ไม่อะไรทั้งสิ้น รู้แต่ว่า กินน้อย วิ่ง แล้วน้ำหนักลด มันจริงๆนะครับ ตั้งแต่ที่ท้องเสีย ยันสงกรานต์ หุ่นลงด้วย(แต่ไม่รู้เลยว่าที่หายไป มันเป็นไขมันน้อยมาก หายไปแต่น้ำกับกล้ามเนื้อ) จากเอว 38 มาเหลือ 35 นิ้วครับ ไงครับเกือบ 2 เดือน น้ำหนักก็ลงมาอยู่ที่ 79 กิโลกรัม เลขสวย555

จำได้ว่าจากวันที่ 12-22 เมษายน ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเพราะกลับบ้านและลงไปเที่ยวใต้ จนน้ำหนักกระดิกขึ้นกางเกงใหม่เริ่มอึดอัด เลยกลับมาเอาจริงเอาจังอีกครั้งทีนี้ยาวเลยครับ ใช้วิธีเดิมๆจนถึงช่วงสิ้นพฤษภาคม น้ำหนักก็ยังลงนะครับ ตอนนี้มาเหลือ 74 กิโลกรัม ครับ จากนี้แหละครับ เริ่มประสบภาวะน้ำหนักค้างหลายรอบในช่วงเดือน มิถุนายนถึงสิ้นกันยายน แต่อาจเป็นเพราะผมลดการวิ่งลงด้วย เปลี่ยนมาเข้าฟิตเนสบ้างไม่จริงจังเท่าไหร่ อาหารก็กินแบบเหมือนจะลดน้ำหนัก555 ปล่อยผีบ่อยๆ งัดข้อกับร่างกายด้วยวิธีผิดๆ ย้ำครับ ผิดๆ แต่น้ำหนักก็ขยับลงบ้างขึ้นบ้าง ค้างบ้าง จนมาอยู่ที่ 71 กิโลกรัม เอวมาอยู่ที่ 32-33 นิ้วในช่วงสิ้นเดือนกันยายน...


จากนี้ล่ะครับ คือ จุดเปลี่ยนชีวิต ที่ผมบอกกับตัวเองและคนอื่นได้เลยว่า "ผมจะไม่มีทางกลับมาอ้วนได้อีก" ...จากการเริ่มศึกษาอย่างจริงจังจากผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลดความอ้วน จากในอินเตอร์เน็ตนี่ล่ะครับ หาข้อมูลต่างๆทั้งการกินและการออกกำลังกาย ผมเปลี่ยนคำแล้วนะครับ แต่ก่อนผมใช้คำว่าลดน้ำหนัก ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาเป็น "ลดความอ้วน"...จนผมได้วิธีที่น่าจะดีที่สุดที่ผมใช้มาจนถึงวันนี้ราวเกือบๆ 3 เดือนครับ แต่ก็ยังศึกษาอยู่นะครับ เพราะเชื่อว่าทางขึ้นเขามีหลายทาง...

ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมมา หลังจากมีข้อมูล ประกอบกับหุ่นเหมาะแก่การสร้างกล้าม จึงโฟกัสเพิ่มมาเป็นสร้างกล้ามเนื้อด้วยและเอาน้ำหนักลงด้วย แต่ครั้งนี้น้ำหนักที่ลงผมขอให้เป็น "ไขมัน"ซะส่วนใหญ่ครับ มันยากและหนักนะทำสองอย่างไปพร้อมๆกัน!!!แต่ทุกอย่างอยู่ที่ "ใจ" ครับ...เพราะผมเรียนรู้ว่าการลดความอ้วนที่ถูกคือเอา "ไขมันที่ไม่ดี" ออกจากร่างกายให้เหลือใน%ที่พอเหมาะ และเอา "ของใหม่ที่ดี" ใส่เข้าไป ทำได้ 2 วิธีควบคู่กันเท่านั้น คือ"ดูแลโภชนาการอาหาร(ส่วนใหญ่เรียกคุมอาหาร)และออกกำลังกาย" ผมได้หลักจากคนดังมาข้อหนึ่งว่า "อย่างใช้การออกกำลังกายมาชดเชยการกินที่แย่ เพราะมันทำไม่ได้" จริงที่สุดครับ!!!!!!....

แล้วผมทำยังไง????ง่ายๆครับ เรื่องการกินก่อนนะครับ...ผมเเบ่งอาหารออกเป็น 5 มื้อครับ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆยิ่งดื่มยิ่งผอม!!! คือเช้ามื้อนี้ผลกินกล้วยหอม 2-3 ลูกทุกวันกับน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องครับ (08.00-08.30 น.) สาย(10.00-10.30 น.) กลางวัน (12.30-13.00 น.) บ่าย(ก่อนเข้ายิมมื้อนี้จัดหนักครับเน้นคาร์บกับโปรตีน 15.30-16.00)

และสุดท้ายดึกหน่อยเพราะกว่าจะออกจากยิมก็มืดแล้วและควรเว้นระยะห่างด้วย (20.30-21.00 น. หรืออาจดึกกว่านั้น แต่ไม่เกิน 22.30 น. เพราะผมนอนเที่ยงคืนนิดๆครับ)... คนมักเข้าใจผิดว่า "แป้ง" คือตัวการทำให้อ้วน จริงๆมันก็ไม่ผิดเสียทีเดียว "ถ้ากินมากเกินความจำเป็น" อาหารมีประโยชน์อื่นๆก็เช่นกัน ฉะนั้นให้ลดแป้งตามความต้องการใช้ในช่วงเวลา เช่น เช้า-เที่ยง ร่างกายต้องใช้พลังงานและต้องเผื่อไว้ครึ่งวันบ่ายก็ทานได้ปกติ แต่หลังช่วงบ่ายไปก็ให้ลดไม่ใช่ "งด"

สำหรับแป้ง หลักๆผมจะได้จากข้าวและขนมปังครับ ข้าวผมจะเปลี่ยนเป็นข้าวไรซ์เบอรี่ไม่ผสม(หุงเอง)ส่วนใหญ่จะผสมลูกเดือย ถั่วขาว และถั่วแดงลงไปด้วย เว้น หมด555 ส่วนขนมปังเปลี่ยนเป็นโฮลวีตธัญพืช หรือของทั่วไปตามเซเว่น ถ้าวันไหนอยากกินเส้นก็เป็นเส้นหมี่ข้าวกล้องเอามาทำอาหารครับ...

ทีนี้มาดูกับข้าวผมบ้างนะครับ...สิ่งที่ทำหลักๆเลยคือ งดของทอดและของมัน ทำทานเองครับ "ไม่ใช้น้ำมันทุกชนิด ไม่ใส่น้ำตาลหรือสารให้ความหวานทุกชนิดและไม่ใส่ผงชูรส ควบคุมปริมาณโซเดียม ครบ 5 หมู่" แต่ถ้าจำเป็นต้องกินจากร้านก็เลือกกินได้ครับ เช่น เคเอฟซี ก็เอาหนังกับแป้งออก ร้านอาหารตามสั่งก็เลือกเมนูที่ใช้น้ำมันน้อยกำชับเรื่องรสชาติ หรือเข้าเซเว่นซื้อเอาครับ แค่นี้ก็อยู่ได้อย่างสบายครับ ขนมกรุบกรอบก็กินได้ครับเดี๋ยวนี้ขนมเพื่อสุขภาพไม่ทอดไม่ใช้น้ำมันไขมันต่ำขาย เช่น ธัญพืชบาร์ 10 บาท ลูกเดือยอบกรอบ 10 บาท เม็ดฟังทอง เมล็ดทานตะวัน(ก็เลือกสูตรที่โซเดียมต่ำๆไม่มีแป้งหรือมีน้อย น้ำตาลน้อยสุด แคลน้อยสุดเปรียบเทียบหลายๆยี่ห้อจากข้อมูลโภชนาการหลังซอง) ตัวอย่างอาหารที่ทำเองมีทั้งของคาวและของหวาน แต่ไม่ทิ้ง concept ครับ...

ถ้าจะคุมแคลอรี่ด้วย มื้อนึงก็จัดไปเบาๆสัก 300 พออิ่มครับ อย่าลืมเรากิน 5 มื้อ!!!ไม่ต้องกลัวหิว หิวก็กินมื้อที่ 6 และ 7 ได้ครับ แต่เบาแคลฯมานิด เป็นสแน๊คก็ได้สักบาร์สองบาร์ ท่องไว้นะครับ ยิ่งกินบ่อย ยิ่งผอม!! ถ้ากินแบบถูกวิธีนะ แล้วอย่าลืมเว้นระยะห่างของเวลาให้ดีด้วยครับ ตารางแคลอรี่ศึกษาได้จากอินเตอร์เน็ตครับ...ทุกครั้งที่ที่จะกินนอก 5 มื้อหลัก ให้ถามตัวเองให้แน่ใจว่า "หิวจริง หรือ แค่อยาก???"


ต่อมาเป็นเรื่องของการออกกำลังกายครับ... ผมเน้นเข้ายิมครับ ทำสองอย่างควบคู่กันไปตลอดคือ เวท กับ คาร์ดิโอ เพราะผมต้องการเอาไขมันออก...ไม่รู้สำเร็จมั้ย 2 เดือนกว่าๆผ่านไป น้ำหนักผมหายไปแค่ 7 กิโลกรัม เหลือ 64 กิโลกรัม(ตอนนี้ไม่ลงแล้วครับ กำลังขุนให้ขึ้นด้วยของดีๆที่กินเข้าไปใหม่เพื่อสร้างกล้าม) เอวเหลือ 30-31 นิ้วครับ ผมเข้าสัปดาห์ละ 6 วันครับ(โหดมั้ย555) เดือนตุลาคม เข้าวันละ 3-4 ชั่วโมง พอได้รับคำแนะนำจากพี่ๆน้องๆในยิมก็บริหารจัดการเวลาใหม่เป็นครั้งละ 1.5-2 ชั่วโมง แต่แอบเกินบ่อยๆ555 ช่วง 3 เดือนแรกนี้(กำลังจะสิ้นสุด) ผมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกส่วนครับยังไม่จำเพาะเจาะจงส่วนใดส่วนหนึ่ง

แต่อาจเป็นเพราะผมดูแลอาหารด้วยจึงเห็นผลลัพธ์ค่อนข้างเร็ว...ย้ำนิดครับ การกินผมเน้นโปรตีนในมื้อหารหลักนะครับ ตามกฎ "กินถึง" แต่ก็ไม่เคยครบ555 และ "เล่นถึง" ก็ยังไม่ถึง5555 แต่กำลังจะถึงครับ หลังๆมามีพี่ๆแนะนำการเล่นให้โดนครบเกือบทุกจุดล่ะ ไม่นานเกินรอครับ...ในที่สุดผมก็ได้วิธีการไม่ทำให้ตัวเองกลับไปอ้วนอีก ลอกเลียนแบบได้ครับ หรือเอาไปปรับใช้ อะไรที่พอจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่กำลังตามหาฝันเหมือนผมอยู่ ผมยินดีครับ หรือจะแอดเฟชมาคุยแชร์ประสบการณ์กันก็ได้ครับ เพราะผมยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ยังอยากได้คำแนะนำดีๆจากคนคอเดียวกันหรือผู้มีประสบการณ์อยู่ เฟชผมนะครับ : Mylife MyInspiration

เมื่อวานนี้ครับรูปล่าง

ผมจะใช้วิธีการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองทุกวัน โดยดูจากคนที่ทำสำเร็จ คนเก่งๆ ให้กำลังใจตัวเองมากๆ กำหนดเป้าหมายเป็นระยะๆ "เปลี่ยนความเชื่อ ปรับวิธีคิด แล้วทำมันเดี๋ยวนี้!!!!" ขอแค่เชื่อว่าเราทำได้ แล้วทำมันอย่างจริงจัง มุ่งมั่น...สู้ๆนะครับ ผมเป็นกำลังใจให้ทุกคน...ผมก็ยังต้องสู้ต่อไป สู่การมีหุ่นดี แล้วอีกไม่นานนี้ผมจะมารีวิวต่อนะครับ สู้ๆ

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่