6 สิ่งควรตรวจก่อนเลือกสวยด้วยคลินิกความงาม

6 สิ่งควรตรวจก่อนเลือกสวยด้วยคลินิกความงาม
S! Health (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

เดี๋ยวนี้สาวๆ หนุ่มๆ อยากสวยด้วยแพทย์กันมากมาย เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยต่อต้านการทำสวยเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นแค่การรักษาสิว ฉีดโบท็อกซ์ ไปจนถึงทำจมูก กรีดตาสองชั้น ทำหน้าอก ไปจนถึงตัดกราม

แต่ข่าวคราวในเรื่องของการทำศัลยกรรมด้วยแพทย์เถื่อน สถาบันความงามเถื่อนราคาถูกกว่าในท้องตลาด จนทำให้เสียโฉม หรือถึงขั้นเสียชีวิตคาเตียงก็มีออกมาไม่น้อย  ทำให้หลายคนกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเลือกใช้บริการของสถาบันความงามมากขึ้น

เพราะฉะนั้นเรามาเช็คตาม 5 ข้อนี้กันดีกว่าค่ะว่า จะเลือกสวยด้วยแพทย์ทั้งที เลือกสถาบันความงามอย่างไรให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

 

  1. มีการแสดงป้ายชื่อ และเลขที่ใบอนุญาต 13 หลักที่หน้าสถานพยาบาล

  2. มีการแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล

  3. ใบชำระค่าธรรมเนียมสถานพยาบาลเป็นปีปัจจุบัน

  4. มีป้ายแสดงอัตราค่าบริการชัดเจน พร้อมมีจุดให้สอบถามอัตราค่าบริการ และให้ตรวจสอบชื่อสถานพยาบาลซ้ำที่เว็บไซต์สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (สพรศ.) โดยพิมพ์ชื่อสถานพยาบาลเป็นภาษาไทย หากปรากฏชื่อสถานพยาบาลดังกล่าวแสดงว่าได้มาตรฐานจริง

  5. ในส่วนของแพทย์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริการในสถานพยาบาล จะต้องแสดงหลักฐานการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น ชื่อ-นามสกุล และรูปถ่ายที่หน้าห้องตรวจในใบผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งต้องตรงกับแพทย์ผู้ให้บริการในขณะนั้น

  6. ก่อนรับบริการตามที่นัดหมายทุกครั้ง ขอให้ตรวจสอบชื่อที่เว็บไซต์แพทยสภา ซึ่งจะแสดงสาขาความเชี่ยวชาญของแพทย์ และปีที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม

หากไม่พบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งแสดงว่าสถานพยาบาลแห่งนี้อาจใช้หมอเถื่อนให้บริการ ขอให้งดรับบริการ และให้แจ้งมาที่เฟซบุ๊ค สารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ มือปราบสถานพยาบาลเถื่อน หรือที่สายด่วน 02 193 7999 กรม สบส. จะดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที

สถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแต่ใช้หมอเถื่อนให้บริการจะมีโทษตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ที่ปรับปรุงและแก้ไข ฉบับที่ 4 ฐานให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนบุคคลที่แอบอ้างตนเป็นแพทย์จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรรม 2525 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ