จริงหรือไม่? ผู้หญิงมีประจำเดือน ห้ามดื่มน้ำเย็น?

ช่วงมีประจำเดือน เป็นช่วงที่เปราะบางของผู้หญิง และผู้หญิงหลายคนก็มีอาการแตกต่างกันออกไป บางคนปวดท้องมาก บางคนไม่ปวดเลย บางคนสิวขึ้น อยากทานอาหารรสจัด หน้าอกใหญ่ขึ้น หรือแม้กระทั่งหงุดหงิดง่ายกว่าเดิม
แต่สำหรับเรื่อง “น้ำเย็น” หลายคนอาจเคยได้ยินว่าช่วงมีประจำเดือนไม่ควรดื่มน้ำเย็น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร Sanook! Health มีคำตอบมาฝากกันค่ะ
จริงหรือไม่? ผู้หญิงมีประจำเดือน ห้ามดื่มน้ำเย็น?
วารสารทางการแพทย์หลายฉบับระบุว่า ภูมิคุ้มกันโรคของผู้หญิงจะลดต่ำลงระหว่างมีรอบเดือน จึงเป็นที่มาของคำแนะนำที่ว่า ผู้หญิงมีประจำเดือน ห้ามดื่มน้ำเย็น ห้ามทานไอศกรีม หรือแม้กระทั่งห้ามอาบน้ำเย็น เพราะในขณะที่ร่างกายเราอ่อนแอ แล้วอยู่ดีๆ เราทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเราเย็นลงกว่าปกติ เมื่อนั้นเชื้อโรคที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว หรือมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว จะฉวยโอกาสในตอนนี้เข้ามาทำร้ายสุขภาพของคุณ จนเจ็บป่วยได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่า การดื่มน้ำเย็น จะทำให้เกิดสิ่งผิดปกติกับการมีประจำเดือน เช่น ประจำเดือนจะออกไม่หมด ประจำเดือดจะออกมาเป็นลิ่มเลือด จะปวดท้องประจำเดือนหนักกว่าเดิม หรือประจำเดือนจะมาไม่ปกติ ฯลฯ แต่เหตุผลที่แนะนำไม่ให้ดื่มน้ำเย็น เพียงเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้แข็งแรงในช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยไข้มากกว่า
ทำไมผู้หญิงที่มีประจำเดือน ถึงมีอาการผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้น?
เพราะช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลง และไม่สมดุลเหมือนปกติ ร่างกายจะเกิดความอ่อนแอขึ้นเล็กน้อย เพราะร่างกายสูญเสียของเหลวออกไปปริมาณหนึ่ง ผู้หญิงคนไหนที่สุขภาพไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ช่วงนี้อาจจะเจ็บป่วยได้ง่าย
บางคนอาจแค่ไม่สบายตัว บางคนมีอาการอ่อนเพลีย ปวดแขน ปวดขา ปวดเมื่อยเนื้อตัว หรือบางคนอาจมีอาการปวดท้องรุนแรง และอาการเหล่านี้เองที่ส่งผลทางด้านอารมณ์ตามมา เช่น หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย หรืออารมณ์เสียบ่อยๆ และอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลต่อปริมาณของประจำเดือนในแต่ละคนด้วยเช่นกัน
ทำไม “ผู้หญิงบางคน” ไม่ปวดท้องประจำเดือน?
ผู้หญิงบางคนไม่ปวดท้องประจำเดือนถือเป็นภาวะปกติ เนื่องจากระดับฮอร์โมน Prostaglandin ซึ่งกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวมีไม่เท่ากันในแต่ละคน หากสร้างน้อย มดลูกบีบตัวไม่แรง เลือดไหลออกดี ไม่คั่ง ก็จะไม่เกิดอาการปวด นอกจากนี้ความไวต่อความเจ็บปวด ฮอร์โมนที่สมดุล กล้ามเนื้อมดลูกแข็งแรง หรือเคยผ่านการคลอดบุตรแล้ว ล้วนมีส่วนทำให้อาการปวดลดลงได้ โดยทั่วไปไม่ปวดเลยหรือปวดเล็กน้อย 1–2 วันแรกถือว่าปกติ แต่หากปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดมากจนใช้ชีวิตไม่ได้ หรือมีอาการผิดปกติร่วม เช่น ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกมากผิดปกติ หรือปวดลามไปหลังและขา ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือเนื้องอกมดลูก
วิธีดูแลสุขภาพระหว่างมีประจำเดือน
- นอนหลับให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายได้ตามปกติ
- ทานอาหารที่มีประโยชน์
- ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำดื่มอุณหภูมิห้อง เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในร่างกายอย่างรวดเร็ว
- ระมัดระวังความสะอาดของจุดซ่อนเร้นเป็นพิเศษ เพราะช่วงมีประจำเดือน ปากมดลูกจะเปิดมากกว่าเดิม อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
คุณผู้ชายที่อยู่ข้างกายคุณผู้หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ก็ช่วยดูแลเอาใจใส่ และเข้าใจคุณผู้หญิงกันหน่อยแล้วกันนะคะ
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



