ออกซิเจนบำบัด รักษาโรคครอบจักรวาล?

ออกซิเจนบำบัด รักษาโรคครอบจักรวาล?

ออกซิเจน เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์มากเป็นอันดับแรก หากจะขาดอาหาร ขาดน้ำ เรายังมีชีวิตอยู่ได้เป็นวันๆ แต่หากขาดออกซิเจน ขาดอากาศหายใจ เราสามารถจากโลกนี้ไปได้เพียงไม่กี่นาที

แต่ออกซิเจนสำคัญกับร่างกายของเรามากกว่าการใช้ชีวิตผ่านอากาศที่เราหายใจ เพราะยังสามารถบำบัดรักษาโรค และอาการผิดปกติอื่นๆ ในร่างกายได้อีกสารพัด จนแทบจะเรียกได้ว่า “ครอบจักรวาล” เลยทีเดียว

ออกซิเจนบำบัดไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ เป็นนวัตกรรมจากต่างประเทศที่ใช้บำบัดรักษาผู้ป่วยมานานนับสิบๆ ปี ทั้งศิลปินระดับโลก ไมเคิล แจ๊คสัน ที่เคยเข้ารับออกซิเจนบำบัดเพื่อรักษาแผลไฟไหม้จากอุบัติเหตุระหว่างถายทำโฆษณา และนักแสดงฮอลลีวูด คีอานู รีฟ เข้ารับการรักษาอาการนอนไม่หลับ

 

ออกซิเจนบำบัด คืออะไร?

ออกซิเจนบำบัด (Hyperbaric Oxygen Therapy หรือ HBOT) คือการให้ผู้ป่วยหายใจรับเอาออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% เข้าไปในร่างกาย ภายในห้องที่มีลักษณะคล้ายแคปซูล ที่ปรับความดันบรรยากาศสูง หรือเรียกว่า อุโมงค์ออกซิเจน (Hyperbaric Chamber) เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้ระบบการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แก้ไขปัญหาโรค และอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากร่างกาย ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายขาดออกซิเจน หรือมีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ

 

การเพิ่มออกซิเจนเข้าไปในร่างกาย ส่งผลดีอย่างไรบ้าง?

เมื่อเพิ่มออกซิเจนเข้าไปในร่างกาย จะทำให้เม็ดเลือดแดงมีสุขภาพดีขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น การไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายให้ดีขึ้น ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายได้ดี และเร็วขึ้น นอกจากเป็นผลดีต่อร่างกายแล้ว ยังส่งผลดีต่อระบบประสาทในสมองอีกด้วย

 

ออกซิเจนบำบัด ช่วยรักษาโรค หรืออาการผิดปกติของร่างกายอะไรบ้าง?

- ระบบประสาททำงานผิดปกติ

- ออทิสติก

- สมาธิสั้น

- อัมพฤกษ์ อัมพาต จากเส้นเลือดในสมองตีบ

- สมองพิการจากการขาดออกซิเจน

- โลหิตจาง

- ไมเกรน หรือปวดศีรษะเรื้อรัง

- นอนไม่หลับ

- บาดแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย เช่น แผนไฟไหม้รุนแรง แผลจากโรคเบาหวาน

- แผลติดเชื้ออย่างรุนแรง

- แผลบวมจากการผ่าตัด

- หูดับ

- โรคน้ำหนีบ หลังดำน้ำ ที่เกิดจากผู้ป่วยขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไป

- ฝีในสมอง

- ฟองอากาศอุดตันในกระแสเลือด

ฯลฯ

 

ออกซิเจนบำบัด ทำอย่างไร?

ผู้เข้ารับการบำบัดจะต้องเข้ารับการตรวจร่างกายก่อนว่าสภาพร่างกายมีความพร้อมต่อการเข้ารับการบำบัดหรือไม่ จากนั้นจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า  ถอดเครื่องประดับ และสวมหมวกออกซิเจน เข้าไปในอุโมงค์ออกซิเจน ที่มีทั้งแบบนอนในแคปซูล หรือเป็นห้องที่เข้าไปได้หลายคน (แล้วแต่เครื่อง) จากนั้นแพทย์จะเปิดออกซิเจน 100% เข้าไปในหมวกที่ผู้เข้ารับการบำบัดสวมอยู่ และปรับแรงดันอากาศภายในห้องให้สูงขึ้น ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง จนแพทย์ปิดออกซิเจน ปรับอากาศภายในห้องให้เป็นปกติ ผู้เข้ารับการบำบัดออกมาเปลี่ยนชุดกลับบ้านได้

 

ออกซิเจนบำบัด มีผลข้างเคียงหรือไม่?

ในผู้เข้ารับการบำบัดบางรายอาจมีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก แสบร้อนบริเวณหน้าอก ลมรั่วในปอด หรืออาจมีอาการชักได้ แต่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก

 

ออกซิเจนบำบัด กับวงการความสวยความงาม

แม้ว่ายังไม่มีงานวิจัยออกมายืนยันอย่างแน่ชัดว่า ออกซิเจนบำบัด มีส่วนช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สุขภาพดี ลดรอยเหี่ยวย่นได้ แต่ในสถานเสริมความงามบางแห่ง โดยเฉพาะในต่างประเทศ อาจนำนวัตกรรมนี้มาใช้จากประโยชน์ของการเพิ่มออกซิเจนให้กับเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เหมือนอย่างที่ คิม คาร์ดาเชี่ยน ไฮโซชื่อดังจากประเทศอเมริกาก็เคยเข้ารับออกซิเจนบำบัดเพื่อจุดประสงค์ของความงามมาแล้วเช่นกัน

 

ราคาของบริการออกซิเจนบำบัด

แต่ละโรงพยาบาล แต่ละสถานบำบัดอาจมีราคาแตกต่างกันออกไป แต่การใช้ออกซิเจนบำบัดอาจใช้เวลา และจำนวนครั้งที่ต้องเข้ารับการบำบัดต่างกันแล้วแต่จุดประสงค์ที่เข้ามารับการบำบัด ราคาอาจจะอยู่ที่ครั้งละ 800-1,200 บาท และอาจจะต้องเข้ารับการรักษามากไปจนถึง 40 ครั้ง เช่นในกรณีของการรักษาออทิสติก โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตอนรอบที่ 10 เป็นต้น ดังนั้นจึงอาจเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ทำให้วิธีรักษานี้อาจยังไม่เป็นที่แพร่หลาย หรือเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก

 

อย่างไรก็ตาม หากใครสนใจอยากเข้ารับออกซิเจนบำบัด ขอให้เข้ารับบริการจากสถานพยาบาลที่มีไว้ใจได้ และมีทีมแพทย์ที่คอยให้บริการอย่างดี และถูกต้อง เพราะถือว่าเป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการรักษาเท่านั้น