5 วิธีปลุกสติไม่ให้ง่วง ขณะขับรถทางไกล ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

5 วิธีปลุกสติไม่ให้ง่วง ขณะขับรถทางไกล ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

5 วิธีปลุกสติไม่ให้ง่วง ขณะขับรถทางไกล ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลับใน คือ ภัยเงียบบนท้องถนนที่อันตรายกว่าที่คิด เพราะแม้จะเพียงไม่กี่วินาที ก็อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิตได้ การขับรถทุกวันนี้จึงไม่ใช่แค่ระวังตนเองเท่านั้น แต่ยังต้องระวังผู้ร่วมทางที่อาจอยู่ในภาวะอ่อนล้า สะลึมสะลือ หรือวูบหลับโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจากสถิติพบว่า อุบัติเหตุจำนวนมากมักมีสาเหตุมาจากการหลับใน การพักผ่อนไม่เพียงพอจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่เป็นความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน

ขั้นตอน เตรียมพร้อมก่อนขับรถทางไกล

  1. เตรียมคนขับ โดยพักผ่อนให้เพียงพอ ควรมีการแวะพักเพื่อปรับเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ เพื่อป้องกันอาการง่วงนอน และต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮลล์ทุกชนิดหรือทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ เป็นต้น 

  2. เตรียมสภาพรถ โดยการตรวจเช็คลมยาง ไฟส่องสว่างและไฟเลี้ยว ตรวจระบบเบรกให้มีความสมบูรณ์และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ตรวจสอบน้ำกลั่นในหม้อแบตเตอรี่ เติมน้ำมันเครื่องให้พร้อม และควรมีเครื่องมือประจำรถและอะไหล่ต่างๆสำรองติดรถเอาไว้

ระหว่างการขับรถทางไกล ผู้ขับควรสร้างความตื่นตัวให้กับตัวเอง 5 วิธีดังนี้ 

  1. เปิดหน้าต่างเป็นระยะเพื่อการถ่ายเทอากาศ

  2. สวมแว่นตากันแดด หรือ ใช้ที่บังแดดเพื่อลดแสงจ้าหรือแสงสะท้อนที่ทำให้มองเห็นไม่ถนัดขณะขับรถในช่วงที่แสงแดดแรง 

  3. หลีกเลี่ยงการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรแวะพักเป็นระยะหรือมีคนขับสับเปลี่ยนกัน

  4. ช่วงรถติด หรือ ติดไฟแดง สามารถลดอาการเมื่อยล้าของสายตาและกล้ามเนื้อ โดยมองไปยังต้นไม้สีเขียวหรือหลับตาพักสายตาสักครู่ และนวดบริเวณต้นคอและบ่า 2 ข้าง

  5. ควรหยุดพักบ่อยๆ จิบน้ำหรือหาเครื่องดื่มมาช่วยเพิ่มความสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นเพื่อให้ตื่นตัวตลอดเวลา

หากขณะขับขี่อยู่ในช่วงที่ฝนตก มีข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ดังนี้

  1. เปิดไฟหน้ารถเสมอ โดยเปิดไฟต่ำ 

  2. เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับความเร็วใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนตก

  3. ลดความเร็ว เพื่อเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น

  4. ให้ทิ้งระยะห่างจากคันหน้า เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น

  5. หลีกเลี่ยงการแซง แต่หากจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ ความเร็วและระยะห่างของรถทั้งในช่องซ้ายและขวาให้ดีก่อน

  6. รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะรถอาจพลิกคว่ำได้ ให้แก้ไขโดยลดความเร็ว ใช้เกียร์ต่ำ จนกว่ารถจะทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ  

นอกจากนี้ อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขอให้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร 1669  ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ จะเกิดความปลอดภัยกับผู้บาดเจ็บมากขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล