ลดน้ำหนักด้วย "ทฤษฎีหัวลูกศร"

ลดน้ำหนักด้วย "ทฤษฎีหัวลูกศร"
นิตยสาร แม่บ้าน

สนับสนุนเนื้อหา

จากการศึกษาวิจัยพบว่า ยิ่งจำนวนสมาชิกบนโต๊ะอาหารมีจำนวนมากเท่าไร ก็จะมีความเป็นไปได้ที่เราจะสั่งอาหารมาทานจำนวนมากขึ้นเท่านั้น โต๊ะยิ่งใหญ่ จำนวนคนมาก อาหารก็จะเยอะขึ้นเป็นทวีคูณ จากตัวเลขทางสถิติยังแสดงให้เราเห็นอีกว่า เราสามารถควบคุมพลังงานจากอาหารได้ดีที่สุดเมื่อรับประทานอาหารคนเดียวในภาชนะที่สามารถกำหนดปริมาณอาหารได้ ในทางกลับกันคนเราจะรับประทานอาหารมากขึ้นถึง 35%

ถ้ารับประทานอาหารมื้อเย็นร่วมกับเพื่อน ๆ และจะเพิ่มมากขึ้นถึง 75% ถ้าอาหารที่รับประทานมีลักษณะการจัดเสิร์ฟแบบสำรับแบ่งกันรับประทานได้แบบโต๊ะจีน ดังนั้นสำหรับคนไทยเรามักจะนัดรับประทานอาหารกันแบบสั่งมาแบ่งกันรับประทาน ไม่รับประทานอาหารเป็นคอร์สจานใครจานมันแบบฝรั่ง ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะรับประทานอาหารมากกว่าปกติ แต่เรายังมีทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เป็นเทคนิคเล็กๆ ช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น แม้ว่าเพื่อนจะนัดรวมรุ่นสังสรรค์ทานข้าวเย็นกันบ่อยๆ

เคล็ดลับเล็กๆ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักมาจากทฤษฎีที่มีชื่อน่ารักๆ ว่า “ทฤษฎีหัวลูกศร” นักวิทยาศาสตร์กล่าวเอาไว้ว่า มนุษย์เรามีพลังจดจำกับสิ่งที่เค้าได้ยินครั้งแรกก่อนเสมอ เสมือนกับโดนลูกศรที่สามารถชี้ทิศทางฝังเข้าไปในหัว มักจะถูกชักน้ำโดยง่ายไปในทิศทางที่ลูกศรชี้ไป เมื่อเราไปรับประทานอาหารเย็นกับกลุ่มเพื่อน คนแรกที่สั่งอาหารจึงเป็นคนกำหนดคุณภาพของอาหารในมื้อนั้น ๆ ถ้าคนสั่งคนแรกสั่งอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พลังงานต่ำ ไขมันน้อย ลูกศรกำหนดทิศทางก็จะเริ่มทำงาน ทำให้ทุกคนที่เหลือพิจารณาเลือกอาหารที่คุณภาพดีระดับเดียวกันเพื่อไม่ให้น้อยหน้ากัน แต่จำเอาไว้ว่าทฤษฎีนี้สามารถใช้ได้กับคนทั่วไป แต่ไม่ใช่กับเพื่อนบางคน !!!


จงอย่าใช้เวลานานในการเลือกเมนูอาหาร จนคนอวบที่สุดชิงตัดหน้าสั่งอาหารก่อนนะครับ !!! คนอวบน้ำหนักมากมักจะสั่งอาหารที่ให้พลังงานสูงมารับประทาน ถ้าลองปล่อยจังหวะให้เธอสั่งมันฝรั่งทอดเอามารับประทานเล่นฆ่าเวลา สั่งปีกไก่ทอดน้ำปลามารับประทานเล่นแก้เครียด สั่งสปาเกตตีคาโบนาร่ามาแก้หิว หรือปิดท้ายด้วยการสั่งสเต๊กเนื้อวัวแบบจัดเต็มมารับประทานได้ล่ะก็ รับรองได้เลยว่าเมนูที่ตามมาก็มักจะให้พลังงานสูงเช่นเดียวกับเมนูที่ถูกสั่งไปรายการแรก ๆ ในทางกลับกันถ้าคนที่สั่งคนแรกสั่งเมนูเพื่อสุขภาพ สลัดผักสดพร้อมกับเนื้อ (ไขมันต่ำ) ย่างล่ะก็ เมนูที่ตามมาจะกลายเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่สามารถรับประทานเพื่อควบคุมน้ำหนักได้


ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก่อนไปงานเลี้ยงรวมรุ่น หรือสังสรรค์ในมื้อเย็น เราสามารถเข้าไปตรวจสอบเมนูอาหารของทางร้านอาหารก่อนว่ามีเมนูที่น่าสนใจอะไรบ้าง ลองเลือกเมนูที่พลังงานไม่สูงมากนัก เตรียมเอาไว้สัก 2-3 เมนู จดบันทึกเอาไว้ ยึดลูกศรเอาไว้ให้ได้ อย่ายอมให้การนัดเจอกันเพื่อรับประทานอาหารเย็นมาทำลายแผนการลดน้ำหนักของเรา


ถ้าพูดกันจริง ๆ อาหารที่คนไทยเรารับประทานค่อนข้างดีต่อสุขภาพนะครับ เนื่องจากประกอบด้วยผักสดนานาชนิด ผิดกับอาหารของชาวตะวันตกซึ่งมักจะประกอบด้วยเนย แป้ง ขนมปัง และโปรตีนไขมันสูง แต่ข้อเสียของการรับประทานอาหารไทยก็คือเรารับประทานกันแบบสำรับ จึงอาจจะทำให้เรามีโอกาสในการรับพลังงานจากอาหารสูงเกินความจำเป็น ดังนั้นการใช้ ทฤษฎีหัวลูกศรจึงสามารถช่วยได้มากในการลดพลังงานที่ควรได้รับจากอาหาร


ทั้งนี้ในการสังสรรค์ก็ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นอกจากจะไม่ดีต่อสุขภาพแล้ว ยังให้พลังงานค่อนข้างสูงอีกด้วย โดยที่เบียร์สด 1 แก้ว (450 มิลลิลิตร) ให้พลังงาน 400 kcal ไวน์แดงหรือไวน์ขาว 1 แก้ว ให้พลังงานแก้วละประมาณ 100 kcal เบียร์ 1 กระป๋อง ให้พลังงานประมาณ 150 kcal และเหล้าค็อกเทลที่สาว ๆ ชอบ ให้พลังงานประมาณ 150-180 kcal ต่อแก้ว ซึ่งเท่ากับพลังงานที่ต้องเผาผลาญด้วยการเดินบนลู่วิ่งชัน ๆ ประมาณ 15 นาที
ไฮไลท์ของมื้ออาหารยังไม่หมด เพราะเพื่อนคนที่อวบที่สุดในโต๊ะอาหารมักจะพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า “ทานคาวไม่ทานหวาน สันดานไพร่นะคะ” จำเอาไว้เลยนะครับว่า พลังงานจากเมนูของหวาน เพียงถ้วยเล็กๆ ก็มักจะให้พลังงานพอ ๆ กับอาหารมื้อหลักเลยทีเดียว สิ่งที่ทำได้คือชิงตัดหน้าเพื่อนอวบด้วยการสั่งเมนูผลไม้รวม เลือกชนิดผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ เช่น แตงโม ฝรั่งสด ชมพู่ แอปเปิล เป็นต้น


เพียงเท่านี้ก็สามารถบริหารพลังงานที่ได้รับจากอาหาร โดยใช้หลักจิตวิทยาทฤษฎีหัวลูกศรได้แล้วล่ะครับ ทฤษฎีนี้นอกจากจะทำให้เราสุขภาพดี ช่วยควบคุมพลังงานที่ได้รับจากอาหารแล้ว ยังสามารถช่วยให้เพื่อนๆ ในวงสังสรรค์มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ด้วย

เรื่องล่าสุดของหมวด สุขภาพกาย

ดูหมวด สุขภาพกาย ทั้งหมด