มีจริงหรือ? แช่เท้าในน้ำเกลือต่อแบตเตอรี่ปล่อยไฟฟ้าเพื่อล้างพิษ

มีจริงหรือ? แช่เท้าในน้ำเกลือต่อแบตเตอรี่ปล่อยไฟฟ้าเพื่อล้างพิษ
S! Health

สนับสนุนเนื้อหา

เฟซบุ๊ค ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว พูดถึงรายละเอียดการแช่เท้าในน้ำเกลือต่อแบตเตอรี่ปล่อยไฟฟ้าเพื่อล้างพิษ ที่กำลังพูดถึงอยู่ในโลกออนไลน์ โดยเป็นการนำไปแช่ในน้ำเกลือ จุ่มขั้วแบตเตอรี่ลงไปในน้ำ สักพักน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลพร้อมฟองสกปรก คนเชื่อว่าเป็นสารพิษที่ออกมาจากร่างกาย

จริงๆ แล้ว การแช่เท้าในน้ำกลือต่อแบตเตอรี่ไฟฟ้า ไม่ได้มีประโยชน์ทางการแพทย์ใดๆ ทั้งสิ้น น้ำเกลือที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มาจากโลหะที่หลุดออกมาจากขั้วแบตเตอรี่ สีที่ออกมาก็ขึ้นอยู่กับสารที่ใช้เป็นขั้ว กับเกลือหรือสารที่เติมลงไปในน้ำ ไม่ใช่สารพิษจากร่างกายแต่อย่างใด ดังนั้นเครื่องมือ และวิธีนี้จึงไม่ให้ผลการรักษาทางการแพทย์แต่อย่างใด

อ่านรายละเอียดในเฟซบุ๊คโพสของหมอแมวได้ตามด้านล่างค่ะ

____________________

ประโยชน์ของการ แช่เท้าล้างพิษ

การแช่เท้าในน้ำเกลือแล้วปล่อยไฟฟ้า เป็นวิธีที่มีคนนิยมทำกัน

เรามาเรียนรู้วิธีและประโยชน์ของมันกันครับ

วิธีทำ

1. เอาแบตเตอรี่มาต่อกับขั้ว ... ขั้วทำจากโลหะสองชนิดที่ไม่เหมือนกันอยู่คนละฝั่ง

2. ขั้ว ควรมีทองแดง หรือเหล็กเป็นส่วนประกอบ

3. จุ่มขั้วลงน้ำที่มีเกลือละลายอยู่ ต่อขั้วให้เหล็กละลายออกมา (วิธีต่อขั้วไปถามอ.เจษฎาเอานะครับ)

4. จากนั้นจุ่มเท้าลงไป สัก1ชม. น้ำจะค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลและมีฟองผุดขึ้น

5. หรือจะไม่จุ่มเท้าลงไปก็ได้ น้ำก็จะค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลและมีฟองผุดขึ้นอยู่ดี

6. นำเท้าออกมา ขัดๆให้สะอาด

ประโยชน์ที่ได้

1. ขัดขี้ไคลได้ .... อันเป็นผลจากการแช่น้ำ ... ซึ่งหากไม่สะดวกต่อแบตต่อไฟ ก็แช่น้ำเฉยๆก็ได้ ได้ผลเหมือนกัน ไม่สกปรกด้วย

2. ได้น้ำสีน้ำตาล ... สารสีน้ำตาลคราบๆที่เกิดขึ้น คือโลหะที่หลุดออกมาจากขั้ว สีก็ขึ้นกับสารที่ใช้เป็นขั้ว กับเกลือหรือสารที่เติมลงไปในน้ำ ... การได้น้ำสีน้ำตาล ถ้าเอาไปหลอกว่าเป็นสารพิษ ก็จะทำให้คนที่แช่เท้าแล้วเจอหลอก สบายใจ

3. ทำความสะอาดกระเป๋าสตางค์ ... เครื่องพวกนี้มีราคาพอสมควร ถ้าไปซื้อหามาใช้ ก็ทำให้กระเป๋าสะอาดปราศจากเงินได้ง่ายขึ้น

4. ใช้ในการฆาตกรรม ... ปกติใช้ไฟไม่แรง ใช้ไฟจากแบตก็ได้ แต่ถ้าแอบเอาไปต่อกับไฟบ้าน เราก็จะได้อุปกรณ์ฆาตกรรมในห้องปิดตาย

สรุป .... ไม่มีประโยชน์ จบข่าว

 

____________________

 

ขอบคุณเนื้อหาและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ค ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!