เขียงไม้กับเขียงพลาสติก แบบไหนเสี่ยงสะสมแบคทีเรียมากกว่ากัน?
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เขียงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทุกวันในครัว แต่หลายคนอาจไม่เคยคิดว่า เขียงก็เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้หั่นเนื้อสัตว์ดิบ อาหารทะเล หรือผักผลไม้บนเขียงแผ่นเดียวกัน
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ระหว่าง "เขียงไม้" กับ "เขียงพลาสติก" แบบไหนปลอดภัยกว่ากัน?
คำตอบคือ ไม่มีแบบไหนดีที่สุดในทุกสถานการณ์ เพราะทั้งสองชนิดมีข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงแตกต่างกัน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่วัสดุ แต่คือ "วิธีใช้งานและการดูแลรักษา"
เขียงไม้ ข้อดีมากกว่าที่หลายคนคิด
หลายคนเชื่อว่าเขียงไม้สะสมเชื้อโรคมากกว่า เพราะมีรูพรุนตามธรรมชาติ
แต่ผลการศึกษาหลายชิ้นพบว่า ไม้บางชนิดสามารถดูดซับความชื้นบริเวณผิวหน้า และทำให้แบคทีเรียที่ติดอยู่บนผิวลดจำนวนลงเมื่อเขียงแห้ง อย่างไรก็ตาม หากเขียงไม้แตกร้าว อับชื้น หรือไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ก็ยังสามารถเป็นแหล่งสะสมของจุลินทรีย์ได้
ข้อดี
- ทนต่อรอยมีด
- มีดไม่ทื่อเร็ว
- แข็งแรง อายุการใช้งานนาน
- เหมาะกับการหั่นผักและอาหารทั่วไป
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรแช่น้ำนาน
- ต้องผึ่งให้แห้งทุกครั้ง
- หากมีรอยแตกหรือเชื้อรา ควรเปลี่ยนใหม่
เขียงพลาสติก ล้างง่าย แต่มีจุดที่ต้องระวัง
เขียงพลาสติกได้รับความนิยม เพราะน้ำหนักเบา ราคาย่อมเยา และทำความสะอาดง่าย
อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะเกิดรอยมีดจำนวนมาก ซึ่งร่องเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถกักเศษอาหารและแบคทีเรียไว้ได้ หากล้างไม่สะอาด
ข้อดี
- ล้างง่าย
- ไม่ดูดซับน้ำ
- ใช้กับเครื่องล้างจานได้ในหลายรุ่น
- เหมาะสำหรับแยกใช้กับเนื้อสัตว์ดิบ
ข้อควรระวัง
- มีรอยขีดข่วนง่าย
- หากรอยลึกมาก ควรเปลี่ยนใหม่
- ควรล้างด้วยน้ำยาล้างจานและผึ่งให้แห้งทุกครั้ง
แล้วแบบไหนสะสมแบคทีเรียมากกว่ากัน?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับสภาพของเขียงและการดูแล
เขียงทั้งสองชนิดสามารถสะสมแบคทีเรียได้ หาก
- ไม่ล้างทันทีหลังใช้งาน
- ใช้เขียงเดียวหั่นทั้งเนื้อดิบและอาหารพร้อมรับประทาน
- ปล่อยให้ชื้นเป็นเวลานาน
- ใช้เขียงที่มีรอยแตกหรือรอยมีดลึกมาก
ดังนั้น วิธีใช้งานสำคัญกว่าวัสดุของเขียง
วิธีใช้เขียงให้ปลอดภัย ลดการปนเปื้อน
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหารแนะนำว่า ควรแยกเขียงตามประเภทอาหาร เช่น
- เขียงสำหรับเนื้อสัตว์ดิบ
- เขียงสำหรับผักและผลไม้
- เขียงสำหรับอาหารปรุงสุก
การใช้เขียงแยกกัน จะช่วยลดความเสี่ยงของ การปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ซึ่งเป็นการที่จุลินทรีย์จากอาหารดิบปนเปื้อนไปสู่อาหารที่พร้อมรับประทาน
นอกจากนี้ ควร
- ล้างเขียงด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานหลังใช้งาน
- ผึ่งให้แห้งในที่อากาศถ่ายเท
- เก็บในที่แห้ง ไม่อับชื้น
- เปลี่ยนเขียงเมื่อมีรอยแตก รอยลึก หรือเริ่มมีกลิ่นอับ
สัญญาณว่าได้เวลาเปลี่ยนเขียงแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเขียงไม้หรือพลาสติก หากพบอาการเหล่านี้ ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่
- มีรอยมีดลึกจำนวนมาก
- มีรอยแตก
- ล้างแล้วแต่ยังมีกลิ่นติด
- มีเชื้อราหรือจุดดำ
- ผิวเขียงเริ่มลอกหรือเสียรูป
สรุป
หลายคนคิดว่า เขียงไม้สะสมแบคทีเรียมากกว่าเขียงพลาสติก แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองแบบสามารถสะสมจุลินทรีย์ได้ หากใช้งานและดูแลไม่ถูกวิธี
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การแยกเขียงสำหรับอาหารดิบและอาหารพร้อมรับประทาน ล้างให้สะอาดหลังใช้งาน ผึ่งให้แห้ง และเปลี่ยนเมื่อเขียงเริ่มเสื่อมสภาพ วิธีเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนและทำให้การเตรียมอาหารในครัวปลอดภัยมากขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)