เขียงไม้กับเขียงพลาสติก แบบไหนเสี่ยงสะสมแบคทีเรียมากกว่ากัน?

เขียงไม้กับเขียงพลาสติก แบบไหนเสี่ยงสะสมแบคทีเรียมากกว่ากัน?

เขียงไม้กับเขียงพลาสติก แบบไหนเสี่ยงสะสมแบคทีเรียมากกว่ากัน?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เขียงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทุกวันในครัว แต่หลายคนอาจไม่เคยคิดว่า เขียงก็เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้หั่นเนื้อสัตว์ดิบ อาหารทะเล หรือผักผลไม้บนเขียงแผ่นเดียวกัน

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ระหว่าง "เขียงไม้" กับ "เขียงพลาสติก" แบบไหนปลอดภัยกว่ากัน?

คำตอบคือ ไม่มีแบบไหนดีที่สุดในทุกสถานการณ์ เพราะทั้งสองชนิดมีข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงแตกต่างกัน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่วัสดุ แต่คือ "วิธีใช้งานและการดูแลรักษา"

เขียงไม้ ข้อดีมากกว่าที่หลายคนคิด

หลายคนเชื่อว่าเขียงไม้สะสมเชื้อโรคมากกว่า เพราะมีรูพรุนตามธรรมชาติ

แต่ผลการศึกษาหลายชิ้นพบว่า ไม้บางชนิดสามารถดูดซับความชื้นบริเวณผิวหน้า และทำให้แบคทีเรียที่ติดอยู่บนผิวลดจำนวนลงเมื่อเขียงแห้ง อย่างไรก็ตาม หากเขียงไม้แตกร้าว อับชื้น หรือไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ก็ยังสามารถเป็นแหล่งสะสมของจุลินทรีย์ได้

ข้อดี

  • ทนต่อรอยมีด
  • มีดไม่ทื่อเร็ว
  • แข็งแรง อายุการใช้งานนาน
  • เหมาะกับการหั่นผักและอาหารทั่วไป

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรแช่น้ำนาน
  • ต้องผึ่งให้แห้งทุกครั้ง
  • หากมีรอยแตกหรือเชื้อรา ควรเปลี่ยนใหม่

เขียงพลาสติก ล้างง่าย แต่มีจุดที่ต้องระวัง

เขียงพลาสติกได้รับความนิยม เพราะน้ำหนักเบา ราคาย่อมเยา และทำความสะอาดง่าย

อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะเกิดรอยมีดจำนวนมาก ซึ่งร่องเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถกักเศษอาหารและแบคทีเรียไว้ได้ หากล้างไม่สะอาด

ข้อดี

  • ล้างง่าย
  • ไม่ดูดซับน้ำ
  • ใช้กับเครื่องล้างจานได้ในหลายรุ่น
  • เหมาะสำหรับแยกใช้กับเนื้อสัตว์ดิบ

ข้อควรระวัง

  • มีรอยขีดข่วนง่าย
  • หากรอยลึกมาก ควรเปลี่ยนใหม่
  • ควรล้างด้วยน้ำยาล้างจานและผึ่งให้แห้งทุกครั้ง

แล้วแบบไหนสะสมแบคทีเรียมากกว่ากัน?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับสภาพของเขียงและการดูแล

เขียงทั้งสองชนิดสามารถสะสมแบคทีเรียได้ หาก

  • ไม่ล้างทันทีหลังใช้งาน
  • ใช้เขียงเดียวหั่นทั้งเนื้อดิบและอาหารพร้อมรับประทาน
  • ปล่อยให้ชื้นเป็นเวลานาน
  • ใช้เขียงที่มีรอยแตกหรือรอยมีดลึกมาก

ดังนั้น วิธีใช้งานสำคัญกว่าวัสดุของเขียง

วิธีใช้เขียงให้ปลอดภัย ลดการปนเปื้อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหารแนะนำว่า ควรแยกเขียงตามประเภทอาหาร เช่น

  • เขียงสำหรับเนื้อสัตว์ดิบ
  • เขียงสำหรับผักและผลไม้
  • เขียงสำหรับอาหารปรุงสุก

การใช้เขียงแยกกัน จะช่วยลดความเสี่ยงของ การปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ซึ่งเป็นการที่จุลินทรีย์จากอาหารดิบปนเปื้อนไปสู่อาหารที่พร้อมรับประทาน

นอกจากนี้ ควร

  • ล้างเขียงด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานหลังใช้งาน
  • ผึ่งให้แห้งในที่อากาศถ่ายเท
  • เก็บในที่แห้ง ไม่อับชื้น
  • เปลี่ยนเขียงเมื่อมีรอยแตก รอยลึก หรือเริ่มมีกลิ่นอับ

สัญญาณว่าได้เวลาเปลี่ยนเขียงแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเขียงไม้หรือพลาสติก หากพบอาการเหล่านี้ ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่

  • มีรอยมีดลึกจำนวนมาก
  • มีรอยแตก
  • ล้างแล้วแต่ยังมีกลิ่นติด
  • มีเชื้อราหรือจุดดำ
  • ผิวเขียงเริ่มลอกหรือเสียรูป

สรุป

หลายคนคิดว่า เขียงไม้สะสมแบคทีเรียมากกว่าเขียงพลาสติก แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองแบบสามารถสะสมจุลินทรีย์ได้ หากใช้งานและดูแลไม่ถูกวิธี

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การแยกเขียงสำหรับอาหารดิบและอาหารพร้อมรับประทาน ล้างให้สะอาดหลังใช้งาน ผึ่งให้แห้ง และเปลี่ยนเมื่อเขียงเริ่มเสื่อมสภาพ วิธีเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนและทำให้การเตรียมอาหารในครัวปลอดภัยมากขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล