ระวัง! ใช้ “ยาระบาย” มากเกินไป เสี่ยง “ลำไส้ทะลุ-ริดสีดวงทวาร”

ระวัง! ใช้ “ยาระบาย” มากเกินไป เสี่ยง “ลำไส้ทะลุ-ริดสีดวงทวาร”

ระวัง! ใช้ “ยาระบาย” มากเกินไป เสี่ยง “ลำไส้ทะลุ-ริดสีดวงทวาร”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ลำไส้อัมพาต อันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อใช้ยาระบายมากเกินไป คนท้องผูกประจำควรระมัดระวัง

สาเหตุของอาการท้องผูกเรื้อรัง

นายแพทย์สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า ท้องผูกเรื้อรัง ปัจจุบันแนวโน้มพบในคนที่อายุน้อยหรือวัยทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิง โดยมีปัจจัยเสี่ยง คือ 

  1. กลั้นอุจจาระ เพราะรถติด หรือไม่กล้าเข้าห้องน้ำสาธารณะเนื่องจากกลัวสกปรก หรือชีวิตประจำวันที่เร่งรีบทำให้ไม่มีเวลาเข้าห้องน้ำ ทำให้เกิดภาวะท้องผูกได้บ่อย
  2. หันไปพึ่งยาระบายเพื่อการขับถ่ายและการลดความอ้วน
  3. รับประทานอาหารที่มีกากใยปริมาณน้อย
  4. ดื่มน้ำเปล่าไม่เพียงพอ
  5. ขาดการออกกําลังกาย นั่งทํางานอยู่กับที่ทั้งวัน
  6. รับประทานยาหรือวิตามินแร่ธาตุบางชนิดที่ลดการเคลื่อนไหวของลําไส้
  7. โรคภัยบางชนิด เช่น โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยลง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
  8. ลำไส้ใหญ่เคลื่อนไหวช้าลง
  9. หูรูดทวารหนักทำงานผิดปกติ หูรูดไม่ยอมเปิดขณะทำการเบ่งถ่าย มักมีอาการถ่ายไม่ค่อยสุด รู้สึกอุจจาระมาติดค้างที่ทวารหนักแต่ไม่ออก บางคนต้องใช้น้ำฉีด ใช้ลูกยางสวน การทำดีท็อกซ์หรือแม้กระทั่งใช้นิ้วล้วงออก
  10. โรคลำไส้แปรปรวน ลำไส้ใหญ่เคลื่อนไหวช้า มักมีอาการปวดถ่ายอุจจาระน้อยครั้งหรือแทบไม่มีความรู้สึกอยากถ่ายเลยเป็นเวลาหลายวัน 

กลุ่มที่เป็นลำไส้แปรปรวน แต่เดิมเป็นกลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุของโรค แต่ปัจจุบันพบว่ามีความสัมพันธ์กับแบคทีเรียในลำไส้บางชนิด ที่ผลิตก๊าซมีเทน ซึ่งก๊าซมีเทนทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ช้าลง ส่งผลให้เกิดภาวะท้องผูกตามมา

ทำไมถึงไม่ควรใช้ยาระบาย เพื่อลดอาการท้องผูกเรื้อรัง

การใช้ยาระบายเป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ โดยเฉพาะยาประเภทกระตุ้นการบีบตัวของลําไส้ใหญ่ ถ้าใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้ลำไส้ไม่บีบตัว และอาจต้องเพิ่มปริมาณยามากขึ้นเรื่อยๆ 

นอกจากนี้การรักษาท้องผูกเรื้อรังที่ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น การสวนทวารหนักหรือดีท็อกซ์อาจเสี่ยงลำไส้ทะลุ ทวารหนักเป็นแผลอักเสบ ลำไส้ไม่สามารถบีบตัวได้จากการใช้ยากระตุ้นลำไส้ หรือการเบ่งแรงและนานก็อาจทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารได้

การรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังที่ถูกวิธี

เมื่อการใช้ยาระบายเป็นวิธีแก้ปัญหาท้องผูกที่ปลายเหตุ นพ.บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี แนะนำวิธีรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังที่ถูกต้องเอาไว้ ดังนี้

  1. แพทย์อาจพิจารณาใช้การส่องกล้องลำไส้ใหญ่กรณีที่สงสัยมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือลำไส้อุดตัน
  2. ผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังจากสาเหตุหูรูดไม่คลายตัวขณะเบ่งอุจจาระ แพทย์อาจแนะนำวิธีฝึกเบ่งเปิดหูรูดทวารหนัก ซึ่งวิธีนี้สามารถรักษาให้ผู้ป่วยหายขาดได้ถึงร้อยละ 60-70
  3. พิจารณาให้ยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ กำจัดเชื้อแบคทีเรีย สามารถรักษาภาวะท้องผูกและท้องอืดให้หายขาดได้

วิธีป้องกันอาการท้องผูก

การป้องกันภาวะท้องผูกสามารถทำได้เองโดยใช้หลัก “3 อ” คือ 

  1. อาหาร เพิ่มอาหารที่มีกากใยมาก เช่น พรุน เป็นผลไม้ที่มีกากใยมากมีฤทธิ์ระบายตามธรรมชาติ ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
  2. ออกกำลังกาย ให้กล้ามเนื้อหูรูดและลำไส้มีการเคลื่อนไหวเพื่อบีบตัวขับถ่ายได้ดีขึ้น
  3. อุจจาระ ฝึกขับถ่ายให้เปนเวลา ไม่ควรอ่านหนังสือ หรือทํากิจกรรมอย่างอื่นไปด้วยขณะขับถ่าย ควรใช้ยาระบายเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าจําเป็นต้องใช้ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน 

หากปฏิบัติได้ตามนี้ จะช่วยให้สามารถขับถ่ายได้เป็นปกติโดยไม่ต้องพึ่งยาระบายอีกเลย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook