ใช่ออฟฟิศหรือเปล่า? ตัวการทำให้คุณอ้วนแสนอ้วน

ใช่ออฟฟิศหรือเปล่า? ตัวการทำให้คุณอ้วนแสนอ้วน

ใช่ออฟฟิศหรือเปล่า? ตัวการทำให้คุณอ้วนแสนอ้วน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกครั้งที่ใกล้จะถึงวันจันทร์ถัดไป เราก็มักตั้งอกตั้งใจที่จะเริ่มไดเอทกันอีกสักรอบ เช็คลิสต์พร้อมอยู่ในมือแล้ว และคุณก็มุ่งมั่นที่จะควบคุมอาหารให้ดีที่สุดก็คราวนี้ล่ะ ไหนดูสิว่าต้องเริ่มอะไรที่บ้านคุณบ้าง เคลียร์อาหารชวนอ้วนออกไปให้หมด วางผลไม้สุดโปรดไว้ใกล้ ๆ มือ และแช่ผักเขียวสดในตู้เย็นให้พร้อมหน้า ทีนี้ทุกอย่างก็เป็นใจให้คุณไดเอทได้ไม่ยากเย็นแล้ว

แต่ทันทีที่คุณก้าวเท้าเข้าออฟฟิศ ความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะไดเอทก็มลายหายวับไป เมื่อเห็นถุงกล้วยทอดเจ้าอร่อยที่ห้องคอฟฟี่เบรคของออฟฟิศ ไหนจะข้าวเหนียวไก่ทอดบนจานตรงนั้นอีก แล้วยังจะโถคุกกี้รสช็อกโกแลตชิพบนโต๊ะเพื่อนร่วมงานอีกล่ะ ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนที่ออฟฟิศก็ดูเหมือนกำลังดื่มด่ำกับชานมไข่มุก กาแฟเย็น และสมูทตี้หวาน ๆ อย่างเอร็ดอร่อย จนทำให้คุณอดใจไม่ไหวต้องขอจิบสักคำจนเลยเถิดดื่มไปเสียหมดแก้ว ยิ่งในประเทศไทยที่ท้องถนนคึกคักไปด้วยร้านอาหารและเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน มันจึงยากเหลือเกินที่จะหันหลังให้เมนูแสนล่อตาล่อใจเหล่านี้ได้อย่างเด็ดขาด 
      

ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการเผยแพร่รายงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในสถานที่ทำงาน โดยดร. ไบรอัน แวนซิงค์ ได้ทำการทดสอบเพื่อชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลของการมองเห็นอาหารที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารตามมา เขาเตรียมขวดภาชนะที่มีฝาปิด 2 ใบ แล้วบรรจุลูกอมรสช็อกโกแลตลงไปในนั้น ขวดแรกเป็นขวดภาชนะใส ขวดที่สองเป็นขวดกระเบื้อง และนำไปวางบนโต๊ะของเลขานุการทุกคนในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง ทุก ๆ คืนเขาจะนับลูกอมที่ถูกทานไปและเติมกลับเข้าไปใหม่เช่นนี้เป็นเวลาสองสัปดาห์ติดต่อกัน ผลที่ได้ก็คือ ลูกอมจากขวดภาชนะใสลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเลขานุการทานลูกอมจากขวดภาชนะใสบ่อยครั้งถึงร้อยละ 71 ซึ่งเท่ากับบริโภคพลังงานส่วนเกินไปกว่า 77 แคลอรี่ต่อวัน และถ้าทานแบบนี้ทุกวันเป็นเวลาหนึ่งปี จะส่งผลทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 2-3 กิโลกรัมเลยทีเดียว

นอกจากนี้ การนำอาหารไปวางไว้ในจุดที่เข้าถึงยากก็ส่งผลต่อปริมาณการทานอาหารของเราเช่นเดียวกัน เห็นได้จากผลการวิจัยจากเลขานุการอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ดร.แวนซิงค์ ได้ย้ายที่วางขวดภาชนะใสที่บรรจุลูกอมรสช็อกโกแลตไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ สัปดาห์ สัปดาห์แรกเขานำขวดวางไว้บนโต๊ะทำงาน สัปดาห์ที่สองเขานำขวดไปไว้ในลิ้นชัก และสัปดาห์ต่อมาเขาก็ย้ายขวดไปวางไว้บนตู้ที่ห่างจากโต๊ะทำงานถึงสองเมตร ผลสุดท้ายก็พบว่า ลูกอมที่อยู่บนโต๊ะทำงานนั้นหยิบทานได้ง่าย ทำให้เลขาฯ ทานลูกอมตามใจปากโดยเฉลี่ยบ่อยถึง 9 ครั้งต่อวัน ซึ่งต่างจากลูกอมที่วางอยู่บนตู้ที่พวกเขาต้องเดินไปหยิบ พบว่าเลขาฯ เดินไปเพื่อหยิบลูกอมเพียงแค่ 4 ครั้งต่อวันเท่านั้น

จากผลการวิจัยของ ดร.ไบรอัน แวนซิงค์ จะเห็นได้ว่า การมีอาหารและขนมในที่ทำงานก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนอ้วนได้ง่าย และหลายต่อหลายครั้งที่ทำงานของคุณก็เต็มไปด้วยบรรดาอาหารสุดแสนอร่อย คุณจึงต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง และนำอาหารพวกนั้นออกไปให้พ้นจากสายตา พร้อมเตรียมอาหารว่างเพื่อสุขภาพไว้เป็นทางเลือกที่ดีกว่าเสมอ หลาย ๆ คนที่ให้คำมั่นว่าจะควบคุมอาหารอย่างจริงจังก็มักจะนำอาหารกลางวันมาทานเองจากบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการลงไปเห็นข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู หรือแม้แต่ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว ที่อาจทลายความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกเขาลงได้  ยิ่งไปกว่านั้น คุณควรหลีกเลี่ยงการซื้อขนมหรืออาหารว่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาบ่าย 3-4 โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาท้องร้องตอนบ่ายด้วย

ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากเฮอร์บาไลฟ์ ยังได้แบ่งปันวิธีง่าย ๆ ที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้อาหารมารบกวนจิตใจของคุณ ดังนี้

  1. วางอาหารในจุดที่หยิบทานได้ยากหรือวางไว้ให้ไกลตัวและสายตา ลองพยายามไม่ลงไปร้านสะดวกซื้อ หรือถ้าจะเดินไปเข้าห้องน้ำ อาจต้องพยายามหลีกเลี่ยงโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร ด้วยการเดินอ้อมไปทางอื่น
  2. พกของว่างเพื่อสุขภาพติดตัวตลอดเวลา เช่นผลไม้สด ถั่วต่าง ๆ ชีสไขมันต่ำ แครกเกอร์ธัญพืช หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ

และนี่คือคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณโฟกัสกับการควบคุมอาหารอย่างได้ผล ครั้งหน้าหากคุณเห็นอาหารที่คุณคิดว่าไม่ควรทานหรือจริง ๆ แล้วไม่ได้อยากทานขนาดนั้น ให้ลองถามตัวเองดูสิว่า “ถ้ากล้วยทอด ลูกชิ้น หรือ ชานมไข่มุก ไม่ได้มาวางอยู่ตรงหน้า ฉันยังถึงขั้นต้องลุกจากโต๊ะทำงานแล้วลงไปซื้อมาทานเพื่อความอยากอาหารชั่วครั้งชั่วคราวอยู่ไหม”

ขอบคุณเนื้อหาจาก เฮอร์บาไลฟ์
ภาพประกอบจาก istockphoto

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook